“วรวุฒิ” แนะปรับทิศทางท่องเที่ยวพ่วงกิจกรรม หลังด่านปิด โควิดระบาด ตลาดชายแดนซบเซา ชู “กาแฟดอยผาหมี”
“วรวุฒิ” แนะปรับทิศทางท่องเที่ยวพ่วงกิจกรรม หลังด่านปิด โควิดระบาด ตลาดชายแดนซบเซา คัดของดีเชียงราย ขายออนไลน์ทั่วประเทศ ชู “กาแฟดอยผาหมี” กำเนิดกาแฟต้นแรกในไทย รสชาติดี ปรับพรีเมียม แข่งได้ระดับโลก วอนรัฐปรับกฎหมายสนับสนุนพัฒนาสุราชุมชน บูทจีดีพีประเทศ
วันที่ 23 ก.ค.65 นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า อดีตประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20-21 ก.ค.65 ที่ผ่านมาได้เดินทางไป จ.เชียงราย เพื่อบรรยายในการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนภาคเหนือของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ที่โรงแรมเฮอริเทจเชียงราย จ.เชียงราย โดยระบุว่า ธุรกิจการค้าชายแดน จ.เชียงราย ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และเมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ระบบสาธารณสุขเริ่มรองรับได้ ก็เจอวิกฤตสงครามซ้ำเติม เกิดภาวะเงินเฟ้อในรอบ 13 ปี จากการที่โลกเริ่มแบ่งเป็นสองขั้ว การแซงชั่นรัสเซียลามไปทั่วโลก การค้าขายชายแดนก็ลำบาก เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านถูกแบ่งเป็นสองขั้วเช่นเดียวกัน
นายวรวุฒิ กล่าวว่า วิกฤตการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเวลานี้ สะท้อนลักษณะอย่างหนึ่งว่า โลกเราอยู่ในภาวะ VUCA คือ ความผันผวน ความไม่แน่นอน ความซับซ้อน และความคลุมเครือ ตัวเลขจีดีพี ไม่สามารถอธิบายระบบเศรษฐกิจได้ทั้งหมด และไม่ใช่ตัวชี้วัดความเสมอภาคได้ จากตัวเลขประมาณการวันนี้ สัดส่วนเอสเอ็มอีในประเทศไทยเป็น 80% ของ ประชากรทั้งประเทศ แต่อาจจะทำจีดีพีแค่ 30% ขณะที่ ผู้ค้ารายใหญ่ 20% ทำจีดีพี 70% ของประชากร สะท้อนรวยกระจุกจนกระจายได้อย่างชัดเจน ดังนั้นจึงต้องแก้ความเหลื่อมล้ำ และยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารประเทศ คือเน้นการพึ่งพาตัวเอง กินใช้ของไทย ใช้วัตถุดิบในประเทศ เพิ่มการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ลดความเสี่ยงทั้งการทำธุรกิจและการใช้ชีวิต ประเทศจะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น
“จีนเป็นตัวอย่างที่ใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง บ้านเขาคนเยอะ พื้นที่เยอะ แรงงานราคาถูก เลยเป็นมือปืนรับจ้างผลิตสินค้าให้ทั่วโลก เท่ากับจีนได้โนฮาวของหลายประเทศ สุดท้าย 20-30 ปีผ่านไป จีนเป็นประเทศเดียวที่ได้เทคโนโลยีจากทั่วโลก สามารถผลิตแบบ Copy & development ราคาถูกคุณภาพดี เพราะเขาต่อยอดจากของดีมา จีนถึงพัฒนาเร็วและหลุดกับดักความยากจนไปแล้ว และยังสามารถส่งสินค้าชุมชนขึ้นแพลตฟอร์มอาลีบาบา ขายไปทั่วโลก ส่งผลต่อจีดีพีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่กี่ปี” นายวรวุฒิ กล่าว
อดีตประธานสมาคมผู้ค้าปลีกฯ กล่าวด้วยว่า สินค้าโอท็อป ผู้ประกอบการรายย่อย ถ้าไม่มีตลาดออนไลน์ เราก็ต้องไปฝากขายตามห้างและร้านสะดวกซื้อ มีน้อยรายที่จะเข้าไปได้ แต่ออนไลน์สามารถสร้างเศรษฐีอย่างแจ๊คหม่าที่รวยจากคนตัวเล็ก นอกจากนี้สินค้าโอท็อปของไทยก็ยังขาดเรื่องมาตรฐานและคุณภาพ ในโลกของการค้าขาย ลูกค้าต้องเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เราผลิตสินค้าดีแค่ไหน ถ้าเขาไม่อยากได้ก็ขายไม่ได้ ขณะเดียวกัน ถ้าของไม่ดี แต่ถ้าเขาอยากได้ยังไงก็ขายได้ เพราะฉะนั้นต้องศึกษาตลาดให้ดีต้องดูที่ลูกค้าเป็นหลัก บ้านเราหน่วยงานภาครัฐกระตุ้นให้เขาผลิตแต่ไม่มีตลาดรองรับ ในขณะที่จีน เขาหาตลาดก่อนแล้วจึงผลิต ผ่านอาลีบาบา และงานเทรดแฟร์ต่าง ๆ
นายวรวุฒิ กล่าวว่า จ.เชียงรายมีของดีหลายอย่างทั้งการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ท่องเที่ยวสายมู แต่ยังขาดท่องเที่ยวเชิงกิจกรรม ที่ยังทำเงินได้อีกมาก นอกจากนี้เชียงราย ยังมีสินค้าชุมชนที่มีคุณภาพ เช่น กาแฟดีที่มีอยู่หลายแหล่ง ขณะเดียวก็อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ปลดล็อกกฎหมายสุราชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านสามารถผลิตสุราท้องถิ่น เป็นของดีชุมชน เพราะสุราที่ผลิตโดยเกษตรกร คุณภาพดีหมักจากน้ำอ้อยบริสุทธิ์ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ หากทำได้ก็จะเพิ่มจีดีพีให้กับประเทศชาติได้อีกมหาศาล เหมือนไวน์ฝรั่งเศส เหล้าญี่ปุ่น และเหล้าจีน ที่มีเป็นแสนยี่ห้อ นอกจากนี้ยังควรคัดของดีชุมชนขายออนไลน์ทั้งในเชียงรายและอีก 76 จังหวัดทั่วประเทศ สถานการณ์วันนี้ ต้องยึดหลักเดิมคือ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ
นอกจากนี้ นายวรวุฒิ ยังได้เดินทางไปยัง ดอยผาหมี เพื่อเข้าพบนางสาว ผกากานต์ รุ่งประชารัตน์ เจ้าของร้านกาแฟ “ดอยผาหมี” ซึ่งเป็นร้านกาแฟแห่งแรกบนดอยผาหมี ซึ่งนางสาวผกากานต์ ได้เล่าถึงที่มาของ ร้านกาแฟว่า เปิดขึ้นจากที่ตัวเองซึ่งเป็นชาวอาข่า มีความรักและผูกพันกับกาแฟมาตั้งแต่เด็ก โดยกาแฟดอยผาหมี เป็นแหล่งกำเนิดแกแฟต้นแรก ของประเทศไทย ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 สนับสนุนให้ชาวอาข่าปลูก ถ้าจำได้ภาพชาวอาข่าจูงลาให้ในหลวงรัชกาลที่ 9 นั่นคือที่ดอยผาหมี แต่เราไม่ได้ทำแบรนด์ คนเลยไม่ค่อยรู้จักเรา จึงมีความคิดว่า เราควรทำแบรนด์และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังได้ตัดสินใจเปิดร้านกาแฟเป็นแนวสมัยใหม่ โดยคิดว่า แม้จะขายไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ได้ทำในสิ่งที่รักแล้ว แต่ปรากฎว่าได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก เพราะเราได้นำกาแฟที่คั่วเอง มาทำเป็นเมนูผสมกับผลไม้นานาชนิด ทั้งมะพร้าว ส้ม ส้มโอ มะนาว อะโวคาโด้ แก้วมังกร ฯลฯ และยังมีเมนูอาหารต้นตำรับของอาข่า รสชาติอร่อย และในอนาคตจะทำเป็นที่พัก เนื่องจากมีคนสอบถามมาเป็นจำนวนมาก