พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ชูนโยบายตรงใจชาวน่าน แก้ปัญหาเรื้อรังที่ใครไม่กล้าทำ         

การเมือง15 มี.ค. 2562 • 20:14 น.
พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ชูนโยบายตรงใจชาวน่าน แก้ปัญหาเรื้อรังที่ใครไม่กล้าทำ         
        โค้งสุดท้ายหาเสียง "สันติภาพ"ชูนโยบายคนอยู่กับป่าได้กรรมสิทธิ์เป็นมรดกตกทอด อ้อนชาวน่านมั่นใจจับมือไปพร้อมกัน มั่นใจชีวิตดีขึ้นแน่ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.นายสันติภาพ อินทรพัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส. หมายเลข 6 เขต 1 จังหวัดน่าน และเลขาธิการพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าวว่า พรรคเข้าใจปัญหาของคนส่วนใหญ่ที่อาศัย และพึ่งพาป่า โดยเฉพาะจ.น่าน จึงได้ชูนโยบายเป็นรูปธรรม จับต้องได้ “รักษ์ป่าไม้ เพิ่มผืนป่า คนอยู่กับป่า มีรายได้จากป่า ลดภาวะโลกร้อน” จึงมั่นใจ และเชื่อว่าเราทำได้  โดยเราจะเข้าไปแก้ปัญหาให้ถูกจุด มีสิทธิทำกินในผืนป่า และเป็นมรดกตกทอดไปยังลูกหลานได้ และเชื่อว่าชาวน่านพร้อมเทใจให้พรรคอย่างแย่นอน นายสันติภาพ กล่าวด้วยว่า ตามมติครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.41 รับรองว่าสามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรมเพื่อชาวน่านได้แน่นอน จึงยืนยันว่าการแก้ปัญหาคนอยู่กับป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่ทำกินในผืนป่ามาก่อนพ.ร.บ.ป่าสงวน และพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติใช้บังคับ ต้องมีการพิสูจน์สิทธิ์ หากปรากฏว่า ทำกินในผืนป่ามาก่อนต้องออกเอกสารสิทธิ์ หรือรับรองสิทธิ์อันเป็นสิทธิหรือรับรองสิทธิทำกินโดยชอบ  เพื่อป้องกันปัญหาการกระทบกระทั่ง และเป็นการป้องกันการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ ถือเป็นหน้าที่ของพรรคที่จะต้องดำเนินการสิทธิทำกิน และสามารถนำไปทำนิติกรรมจากสถาบันการเงินได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนน่านต้องการมานาน เพราะคนน่านมีชีวิตผูกพันและอาศัยอยู่กับป่าโดยพึ่งพาอาศัยกันและกัน จึงมั่นใจว่า ผู้สมัคร ของพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยจะสามารถถอดรหัสนี้ได้            “ชาวน่านจึงมั่นใจว่าเมื่อป่ายั่งยืน สมบูรณ์ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวระบบเชิงนิเวศน์ ลดมลภาวะทางอากาศ ลดปัญหาอุทกภัยนำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่าน เมื่อคนอยู่กับป่า มีรายได้จากป่า มีเงินมาจับจ่าย ทำให้ระบบเศรษฐกิจดีขึ้น โดยนโยบายเหล่านี้ผมสามารถดำเนินการให้เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับบริบท และความเป็นอยู่ของชาวน่านได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน ดังนั้นขอให้ชาวน่านเชื่อมั่น และพร้อมที่จะเดินไปกับพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยพร้อมกัน”เลขาธิการพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย กล่าว นายสันติภาพ กล่าว่า นอกจากนี้ประชาชนที่อาศัยอยู่กับป่าจะสามารถมีรายได้จากการปลูกป่าด้วย โดยพรรคให้คำมั่นจริงจังว่า ทุกคนจะต้องมีรายได้จาการปลูกป่า โดยการปลูกป่าตามพันธุ์ไม้ที่กระทรวง กรมอุทยาน หรือกรมป่าไม้กำหนด เช่น ประดู่ พยุง มะค่า เป็นต้น โดยทางกรมป่าไม้จะเป็นผู้เพาะกล้าให้ หากปลูกต้นไม้ไปแล้วในปีที่ 2 จะได้รับเงินชดเชยจากรัฐ โดยจะคิดตามเส้นรอบวงของแต่ละต้น ซึ่งจะมีรายได้มากกว่าพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด,กะหล่ำปลี