"วราวุธ" จี้ กรมชลประทานเร่งแก้จุดพนังกั้นน้ำคลองเจ้าเจ็ดแตก ชี้กฏกกต.เข้ม ส.ส.ช่วยเหลือปชช.ลำบาก

การเมือง18 ต.ค. 2565 • 02:38 น.
"วราวุธ" จี้ กรมชลประทานเร่งแก้จุดพนังกั้นน้ำคลองเจ้าเจ็ดแตก ชี้กฏกกต.เข้ม ส.ส.ช่วยเหลือปชช.ลำบาก

วันที่ 18 ต.ค. 65 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคันคลองเจ้าเจ็ด อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา  ถูกน้ำกัดเซาะ จนถนนทรุดตัวทำให้น้ำไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่ท้ายน้ำ จ.อยุธยาฯ ว่า ตัวคันกันน้ำที่คลองเจ้าเจ็ดแตกลงเมื่อคืน ทราบว่าจุดที่ทะลักออกมานั้นยาวประมาณ 100 เมตร แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบ ในบริเวณทุ่งเจ้าเจ็ด แต่ในเบื้องต้น ลักษณะของน้ำจะไหลจากเหนือลงใต้เป็นแนวดิ่ง ยังไม่ได้ออกไปในแนวขวาง หรือไปทางทิศตะวันตก ต้องเรียนว่า ขณะนี้พื้นที่ทางเหนือของทุ่งเจ้าเจ็ด บริเวณพื้นที่ของทุ่งผักไห่ รับน้ำเกินความจุไปกว่า 50% ท้ายที่สุดจะทะลักเข้ามาสู่ทุ่งเจ้าเจ็ด ซึ่งในขณะนี้น้ำในทุ่งเจ้าเจ็ดใกล้จะเต็มความจุเต็มทีแล้ว และจะลามมาสู่ทุ่งสองพี่น้อง ส่งผลกระทบกับบริเวณพื้นที่อ.บางปลาม้า 

“ดังนั้นในขณะนี้ ต้องขอฝากกรมชลประทานให้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องคันกั้นน้ำของดินคลองเจ้าเจ็ดแตกเพราะน้ำปริมาณมหาศาล อัตราการทะลักอยู่ที่ 100 ลบ.ม./วินาที ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่มาก ดังนั้นถ้าหากว่าล่าช้าไปจากเมื่อคืน นับจากเวลา 21.00 น. จนถึงตอนนี้ เป็นเวลา 12 ชั่วโมงแล้ว เมื่อคำนวณแล้วก็หลายแสนลบ.ม. ดังนั้นต้องขอฝากกรมชลประทานให้เร่งหาวัสดุมากันคันกั้นน้ำดังกล่าว มิเช่นนั้นแล้ว ในบริเวณของทุ่งเจ้าเจ็ดลามมาถึงบริเวณทุ่งสองพี่น้องคงจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งขณะนี้ บางพื้นที่บริเวณทุ่งสองพี่น้อง เหลือระยะอีกไม่ถึง 20 ซม. ปริมาณจะเท่ากับเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2564”

เมื่อถามถึง การให้ความช่วยเหลือกับประชาชนในพื้นที่ประสบภัย นายวราวุธกล่าวว่า ในขณะนี้ได้ประสานกับจังหวัดสุพรรณบุรีหรือจังหวัดใกล้เคียง และขอให้หน่วยงานต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ช่วยเร่งประสานงาน เป็นที่น่าเสียดายว่า ในช่วงนี้อยู่ในช่วง 180 วันที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กำหนดไว้ ทำให้ส.ส.ไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านเตรียมยื่นเปิดอภิปรายทั่วไป รัฐบาลมีความพร้อมหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่า รัฐบาลยังทำงานตามปกติถ้าหากว่าทางฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายตามมาตรา 152 ก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรม เพราะสภาจะเปิดต้นเดือน พ.ย. หากมีข้อสงสัยหรือกังขาประการใด ก็คงจะไปสอบถามหรือซักถามในสภาฯ เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมที่ฝ่ายค้านจะดำเนินการ และหากมีประเด็นใด ก็เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถตอบได้ตามกระบวนการ