'เพนกวิน' นำมวลชน 'เปิดท้ายวันศุกร์ลุกไล่เผด็จการ' จากแยกอุรุพงษ์ไปทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 2 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดกิจกรรม เปิดท้ายวันศุกร์ลุกไล่เผด็จการ บริเวณแยกอุรุพงษ์ โดนมี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ "เพนกวิน" แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และแกนนำกลุ่มราษฎร พร้อมด้วยมวลชนและผู้ค้า ได้มารวมตัวกันเพื่อร่วมเพื่อทำกิจกรรมเปิดตลาดนัดที่หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยจะเดินเท้าจากแยกอุรุพงษ์มุ่งหน้าไปตามถนนพิษณุโลก จนถึงทำเนียบรัฐบาล ภายหลังมีคำสั่ง ศบค. ห้ามนั่งทานในร้านอาหาร ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากเดือดร้อนได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
ต่อมาเมื่อเวลา 16.18 น. นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ในช่วงหนึ่งว่า การเดินขบวนไปขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ คือการเริ่มต้นการไล่ของกลุ่มราษฎร และเพื่อประกาศให้ พล.อ.ประยุทธ์ รับทราบด้วยว่าการประกาศออกมาในช่วง 01.00 น. ทำให้ผู้ประกอบการเดือดร้อนมาก จะขายของอย่างไร ไม่คำนึงประชาชน และในเมื่อห้ามขายเราก็จะไปขายที่ทำเนียบ ถือเป็นการเปิดศักราชขับไล่เป็นวันแรก ส่วนความกังวลว่าเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น ทุกคนที่มาร่วมก็สวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า รวมถึงมีเจลแอลกอฮอล์แจก ปฏิบัติตามมาตรการทางสาธารณสุข ตอนนี้นำในวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์มาปรับใช้ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า จะเอาโควิดออกต้องเอา พล.อ.ประยุทธ์ ออกไปก่อน
จากนั้นในเวลา 16.34 น. นายพริษฐ์ ก็ได้ออกเดินเท้าพร้อมมวลชนและผู้ค้า โดยระหว่างเดินเท้ามุ่งหน้าไปทำเนียบรัฐบาล มวลชนได้มีการตะโกนขับไล่ "พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ และกลุ่มคณะราษฎร ภายใต้ชื่อ "เปิดท้ายวันศุกร์รุกไล่เผด็จการนะจ๊ะ #ม็อบ2 กรมฎา" ซึ่งมีการนัดหมายรวมตัวกันในเวลา 16.00 น. ที่บริเวณแยกอุรุพงษ์ ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปที่ทำเนียบรัฐบาล ตามถนนพิษณุโลก
วันนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ในเวลาประมาณ 16.00 น.
ขณะที่การรักษาความปลอดภัยโดยรอบทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้มีการนำรั้วเหล็กและรั้วลวดหนามหีบเพลง ปิดการจราจรทุกเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่ แยกพานิชการ จากแยกมิสกวัน แยกวัดเบญจมบพิตร- แยกนางเลิ้ง และสะพานเทวกรรม ถึงแยกพานิชการ ไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาล ในระยะ 200 เมตร พร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันติบาล พร้อมตำรวจจาก สน.นางเลิ้ง ดูแล ความเรียบร้อยพื้นที่ชั้นใน และได้เตรียมกำลัง ตำรวจควบคุมสูงชน ไว้ 6 กองร้อย ดูแลความปลอดภัยโดยรอบ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมหากเกิดเหตุชุลมุนหรือความไม่สงบ
อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมรถฉีดน้ำแรงดันสูง 2 คัน จอดไว้ฝั่งประตูห้าทำเนียบรัฐบาลตรงข้ามกับกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมรถน้ำ และรถควบคุมผู้ต้องขังอีก 3 คัน
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จะจัดทีมเจ้าหน้าที่บันทึกภาพและเสียง ตลอดจนพฤติกรรมของผู้ชุมนุม เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทุกราย ทั้งนี้ตลอดการชุมนุมทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการชุมนุมไปแล้ว223คดี แบ่งเป็นสอบสวนและส่งฟ้องอัยการไปแล้ว163คดี ระหว่างการสอบสวน60คดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บเกี่ยวกับการชุมนุม