ก้าวไกลชัดเจนไม่เห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน เชื่อตีเช็คเปล่า เตรียม 11 ขุนพลถล่มพุธนี้

การเมือง6 มิ.ย. 2564 • 15:36 น.
ก้าวไกลชัดเจนไม่เห็นชอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน เชื่อตีเช็คเปล่า เตรียม 11 ขุนพลถล่มพุธนี้
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวว่าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ในชั้นกรรมาธิการนั้น พรรคก้าวไกลได้สัดส่วน 6 คน คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นางวรรณวิภา ไม้สน น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล น.พ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ซึ่งจะร่วมกันปกป้องสิทธิสวัสดิการของประชาชนที่ถูกตัดทอนออกไป โดยจะพิจารณางบเราจะพิจารณางบประมาณที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนไม่สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมือง โดยจะพิจารณาเรื่องประสิทธิภาพประสิทธิผลของการใช้จ่ายงบประมาณ ว่าได้รับจัดสรรงบในปีที่ผ่านมาการทำงานเป็นอย่างไร บรรลุเป้าหมายหรือไม่ รวมทั้งพิจารณาราคาในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการต่างๆ ความซ้ำซ้อนของโครงการ และความสามารถในการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นต้น เพื่อรีดงบประมาณออกมาและนำงบประมาณไปลงในจุดที่ตอบโจทย์ประชาชน และตอบโจทย์ประชาชนมากกว่า  ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะ นายพิจารณ์ ยังกล่าวถึง ท่าทีและจุดยืนต่อการอภิปราย พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท ที่มีการบรรจุวาระเข้าที่ประชุมสภาฯ ในวันที่ 9 มิ.ย. นี้ ว่า เราเห็นแล้วว่าการบริหารจัดการเงินกู้  ล้านล้านบาทที่ผ่านมาของรัฐบาลชุดนี้ล้มเหลวเป็นอย่างมาก งบสาธารณสุขเบิกจ่ายล่าช้า ไม่สามารถรักษาระดับการจ้างงานและพยุงจีดีพีได้ ผู้ประกอบการรายย่อยในกลุ่มท่องเที่ยวต้องปิดตัวลงโดยไม่ได้รับการเยียวยาเลย การอนุมัติเงินกู้  แสนล้านบาท เป็นเพียงการให้โอกาสต่ออายุ ต่อลมหายใจให้รัฐบาลชุดนี้เท่านั้น เราไม่สามารถตีเช็คเปล่าให้ประยุทธ์ได้อีกแล้ว เพราะหากรัฐบาลนี้ยังบริหารต่อไป ปีหน้าก็ต้องกลับมายื่น พ.ร.ก.กู้เงินอีก ซึ่งจะเป็นภาระให้ประชาชนต่อไป ดังนั้นที่ประชุมพรรคก้าวไกลจึงมีมติว่าสำหรับ พ.ร.ก.ฉบับนี้เรามีมติไม่เห็นชอบให้รัฐบาลกู้เงินอีก 5 แสนล้านบาท โดยมีการเตรียมผู้อภิปราย 11 คน เป็นปัจจัยสำคัญที่กรรมาธิการของพรรคก้าวไกล จะตรวจสอบในรายละเอียด ส่วนการพิจารณาตัดงบประมาณนั้น ที่ผ่านมามีการกำหนดตัดงบประมาณเป็นเปอร์เซ็นต์ หน่วยงานรับไปแล้วไล่ตัดโครงการ บางครั้งไปตัดโครงการที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ดังนั้นพรรคก้าวไกลจะผลักดันในกรรมาธิการ ให้ทุกพรรคเห็นตรงกันคือ จะเป็นการตัดงบประมาณแบบดูเป็นรายโครงการ ระบุลงไปเลยว่าจะให้ตัดโครงการไหน เท่าไหร มากกว่าจะกำหนดไปเป็นเปอร์เซ็นต์อย่างที่เคยทำมา เพื่อให้เป็นผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด และย้ำว่างบประมาณที่ไม่ตอบโจทย์ต้องถูกตัดทอนเพื่อนำไปจัดสรรเป็นสวัสดิการประชาชนในสภาวะวิกฤติ