นายกฯ ตรวจน้ำท่วมเพชรบูรณ์ รับฟังสถานการณ์ในพื้นที่ บอกยังมีหลายอำเภอเดือดร้อน

การเมือง6 ต.ค. 2565 • 16:13 น.
นายกฯ  ตรวจน้ำท่วมเพชรบูรณ์ รับฟังสถานการณ์ในพื้นที่ บอกยังมีหลายอำเภอเดือดร้อน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 6 ต.ค. 2565  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม  พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัย ที่อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์  

 

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายกฯ และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานเพชรบูรณ์ พร้อมกับได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและอุทกภัยในพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ 

 

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการเดินทางลงพื้นที่ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมจากก่อนหน้านี้ที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้เดินทางลงตรวจเยี่ยมและให้ความช่วยเหลือไปแล้วในห้วงเวลาที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันยังพบว่าสถานการณ์ ขณะนี้มีความเดือดร้อนในหลายอำเภอเพิ่มเติมมากกว่าในช่วงที่ผ่านมาจึงมาขอรับฟังการแก้ไขปัญหา

 

จากนั้นนายกฯ รับฟังรายงานสถานการณ์ล่าสุดจากนายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์โดยนำเสนอรายงานผ่านวีดิทัศน์สรุปผลกระทบที่จังหวัดเพชรบูรณ์ได้รับจากอิทธิพลของพายุโนรู  ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 10 อำเภอ โดยมีอำเภอหล่มเก่าได้รับผลกระทบมากที่สุด ทั้งนี้ ในภาพรวมมีประชาชนได้รับผลกระทบ 89 ตำบล 696 หมู่บ้าน 20,647 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 คน และยังมีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย  173,086 ไร่ และขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม

 

นายกฯ  กล่าวว่า ได้ติดตามและรับทราบสถานการณ์มาโดยตลอด โดยได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ปัญหาโดยเร็ว แม้บางพื้นที่สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งจะดีขึ้น ปริมาณน้ำลดลง แต่ขอให้ติดตามสถานการณ์ฝนที่จะตกในพื้นที่ในอนาคต ซึ่งอาจจะมีฝนตกเพิ่มขึ้น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศจะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยรัฐบาลได้แก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งมาโดยตลอดในทุกพื้นที่มีการสนับสนุนงบประมาณเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน 

 

นายกฯ กล่าวว่า ทุกภาคส่วนต้องเยียวยาดูแลผู้ประสบภัยเร่งด่วน พร่องน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจ ดูแลสำรวจข้อมูลผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและได้รับความเสียหาย และเร่งฟื้นฟูช่วยเหลือดูแลประชาชนภายหลังน้ำลดต่อไป นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำ ระบบการสื่อสารกับประชาชนต้องชัดเจนและทันต่อสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์การดูแลผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องให้การดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด รวมทางการจัดส่งเครื่องยังชีพให้กับกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ได้ย้ายออกจากบ้านด้วย 

 

ในตอนท้าย พล.อ.ประยุทธ์ กำชับส่วนราชการเร่งอำนวยความสะดวก ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน พร้อมเตรียมแผนเผชิญเหตุ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะเร่งขับเคลื่อนโครงการเพื่อการแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป