"เรืองไกร" ร้อง กกต.สอบ "ส.ส.เพื่อไทย" ฝ่าฝืนรธน. หรือไม่ ปมให้ผอ.สำนักงบฯต้องแก้ไขระเบียบใช้งบกลางโควิด
วันที่ 16 ส.ค. 64 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ในฐานะ กมธ.งปม. 2565 เปิดเผยว่า ตามที่สภาฯได้มีหนังสือนัดประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 วาระที่ 2 และ 3 ในวันที่ 18 - 20 ส.ค.นั้น เรื่องงบประมาณนั้น กมธ. มีความระมัดระวังกันมาโดยตลอด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ก็เตือนให้ระวัง โดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญ ม.144 วรรคสอง และ ม. 185
นายเรืองไกร กล่าวว่า แต่ในที่สุดตนก็พบประเด็นที่อาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ม. 144 วรรคสอง เนื่องจากปรากฏหลักฐานในเอกสารประกอบการประชุม ที่มีการเสนอข้อสังเกตไว้ในลักษณะที่ทำให้เห็นว่า กมธ. หรือ ส.ส. ได้มีการกระทำด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้ กมธ. หรือ ส.ส. นั้น มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งจะกระทำมิได้ ตามความในรัฐธรรมนูญ ม.144 วรรคสอง
นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา กมธ.ของพรรคเพื่อไทยได้เสนอให้แก้ไขข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบกลาง โควิด 16,362 ล้านบาทเศษ ว่า ต้องให้ สตง. ตรวจสอบงบกลางด้วย และขอให้ ผอ.สำนักงบฯ ต้องออกระเบียบเกี่ยวกับงบกลางโควิด หลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 มีผลใช้บังคับ
นาบเรืองไกร กล่าวว่า หลังจากเสนอในห้อง กมธ. แล้ว ส.ส. พรรคเพื่อไทย ที่เป็น กมธ.จำนวน 3 คน คือ ส.ส.ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และส.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า กมธ.เพื่อไทย เป็นผู้เสนอให้ สตง. และสำนักงบฯ กระทำการดังกล่าว
นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ มาจากการแก้ไขข้อสังเกตเดิม ให้เป็นไปตามที่ กมธ.พรรคเพื่อไทยเสนอ ต่อมาก็ปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในเอกสารการประชุมสภา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 18 - 20 ส.ค. ซึ่งตนจะขอใช้สืทธิในฐานะ กมธ. อภิปรายทักท้วงข้อสังเกตดังกล่าว ไว้เป็นหลักฐานในที่ประชุมสภาว่า เรื่องนี้ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ดังนั้น จากพยานหลักฐานดังกล่าว ซึ่งมีการกระทำเกี่ยวกับการใช้งบประมาณนั้น จึงอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ม.144 วรรคสอง ประกอบกับ ม. 185 (1) และ (2) ตามมาได้ เพราะการขอให้ สตง. ตรวจสอบรายกลางงบกลางโควิด นั้น อาจเข้าข่ายการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการปฏิบัติราชการหรือการดำเนินการในหน้าที่ประจำของ สตง. ตามความใน ม.185 (1)
สำหรับประเด็นที่ขอให้ ผอ.สำนักงบฯต้องไปแก้ไขระเบียบการใช้งบกลางโควิด ภายหลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 มีผลใช้บังคับแล้วนั้น อาจเข้าข่ายการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะที่เป็นการก้าวก่ายหรือแทรกแซงเพื่อประโยชน์ของตนเอง ของผู้อื่น หรือของพรรคการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ในลักษณะที่ทำให้ตนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายเงินงบประมาณหรือให้ความเห็นชอบในการจัดทำโครงการใดๆ ของสำนักงบฯ ตามความใน ม.185 (2)
นายเรืองไกร กล่าวต่อมาว่า การที่ ส.ส. เพื่อไทย คือนายประเสริฐกับพวก เข้าข่ายกระทำอันต้องห้ามตาม ม.185 (1) , (2) หรือไม่ นั้น อาจมีผลทำให้สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลง ตามความใน ม. 101 (7) ซึ่ง กกต. มีหน้าที่และอำนาจดำเนินการได้
นายเรืองไกร สรุปว่า ด้วยข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงมีมูลเหตุที่ต้องร้อง ให้กกต. ส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัยตีความเกี่ยวกับ ม. 144 วรรคสอง ไว้เป็นบรรทัดฐานก่อนด้วย แล้วจึงวินิจฉัยตาม ม. 185 (1) , (2) ตามมา ดังนั้น ในเช้าวันที่ 16 ส.ค. นี้ ตนจึงได้ส่งคำร้องให้ กกต. ดำเนินการต่อไป โดยส่งทางไปรษณีย์ EMS แล้ว