"หมอระวี"ซัดคลัง-มท.ล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพออกกม.รองจัดเก็บภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างล่าช้า

การเมือง13 ม.ค. 2563 • 13:57 น.
"หมอระวี"ซัดคลัง-มท.ล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพออกกม.รองจัดเก็บภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างล่าช้า
"หมอระวี"ซัดอัดคลัง-มท.ล้มเหลวไร้ประสิทธิภาพออกกม.รองจัดเก็บภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างเลื่อนไปส.ค.63 ย้อนใครจะรับผิดชอบการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น แนะ เตรียมมาตรการรองรับอปท.ชี้เก็บภาษีบ้านหลังที่ 2 เหมือนเป็นการรีดเลือดกับคนชั้นกลางที่พอมีเงินเก็บ จี้ทบทวนกฎหมายใหม่ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการคลัง ขยายเวลาการดำเนินการตามพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 62 จากวันที่ 1 ม.ค.63 ไปเดือนส.ค.63 ว่า สะท้อนถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการของภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค.62 แต่กฎหมายลำดับรอง 8 ฉบับที่ต้องออกมารองรับกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างภายใน 120 วันกลับดำเนินการอย่างล่าช้า โดยกระทรวงมหาดไทยเพิ่งออกประกาศกฎกระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องกับจัดเก็บภาษี 4 ฉบับ เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.62 ก่อนการจัดเก็บภาษีต้องเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มกราคม 63 เพียงแค่ 11 วันเท่านั้น ขณะที่กฎหมายลำดับรองอีก 4 ฉบับ ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ "เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาภาครัฐขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีจนทำให้เกิดความระส่ำระสายในหมู่ประชาชนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความล้มเหลวของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้รับผิดชอบด้วยว่าขาดการบริหารจัดการที่ดี ผมหวังว่าเรื่องนี้เกิดเพราะความด้อยประสิทธิภาพเท่านั้น ไม่มีเรื่องการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนที่ดินเหมือนที่หลายคนตั้งข้อสงสัย" นายแพทย์ระวีกล่าว หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องเตรียมการรองรับคือ จะทำอย่างไรกับการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะล่าช้าออกไป เพราะแม้รายได้ส่วนนี้จะเป็นเพียงประมาณร้อยละ 5 ของรายได้ทั้งหมด สิ่งที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อการบริหารงานท้องถิ่นหรือไม่ กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลังจะดูแลอย่างไรต้องมีคำตอบที่ชัดเจน รวมถึงการให้หลักประกันกับประชาชนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมด้วย อย่าให้เจตนารมณ์ที่ดีในการลดความเหลื่อมล้ำ กลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ให้กับคนชั้นกลาง "เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ ออกมาเพื่อแก้ปัญหานายทุนใหญ่ ครอบครองที่ดินแล้วไม่ทำประโยชน์ แต่การเรียกเก็บภาษีบ้านหลังที่ 2 เหมือนเป็นการรีดเลือด กับคนชั้นกลางที่พอมีเงินเก็บ ก็เอาไปลงทุนกับอสังหาริมทรีพย์นิดหน่อยเพื่อปล่อยเช่ามีรายได้ไว้เก็บกินตอนเกษียณ เมื่อกฎหมายฉบับนี้ออกมา ภาระจึงตกกับคนชั้นกลางมากกว่านายทุนใหญ่ จนทำให้เกิดกระแสต่อต้านเป็นวงกว้าง สิ่งเหล่านี้รัฐบาลควรทบทวน ว่าควรมีเพดานอย่างไรในการเก็บภาษีเพื่อให้ เก็บได้ตรงตามเป้าหมาย ไม่ใช่กลายเป็นคนชั้นกลางได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง"นพ.ระวี กล่าว