"ทวี สอดส่อง "ให้กำลังใจ "กมธ.สวัสดิการสังคมฯ" ผลักดันกม.บำนาญฯ ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ

การเมือง28 พ.ค. 2565 • 06:03 น.
"ทวี สอดส่อง "ให้กำลังใจ "กมธ.สวัสดิการสังคมฯ" ผลักดันกม.บำนาญฯ ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
เมื่อวันที่ 27 พ.ค.65 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้อภิปรายในตอนหนึ่งระหว่างการพิจารณาศึกษาเรื่องแนวทางการเสนอกฎหมายบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ศึกษาในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอาจจะเอ่ยชื่อท่านประธาน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ซึ่งตนอยากให้ที่ประชุมแห่งนี้จารึกคณะกรรมาธิการชุดนี้ รวมทั้งคณาจารย์ว่าวันนี้เราได้มาแก้ปัญหาสำคัญของประเทศที่ยังไม่เห็นมีทิศทางใครจะแก้ได้ คือการนำไปสู่รัฐสวัสดิการ เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าระบบเศรษฐกิจที่เรามาใช้แก้ไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจเสรีที่อ้างว่ามีความเป็นธรรม ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่มีนวัตกรรม ทั้ง 2 อย่างมันไม่สามารถจะแก้ปัญหาที่เป็นโรคร้ายที่เกิดในสังคมไทยขณะนี้ คือโรคร้ายของโรคความเหลื่อมล้ำ เราจำเป็นต้องเอาระบบเศรษฐกิจ ที่ตนขอเรียกว่าระบบเศรษฐกิจฐานคุณธรรม ก็คือการนำเรื่องรัฐสวัสดิการหรือหลักสวัสดิการมาใช้ ตนอยากเรียนว่า ในการก่อเกิดพรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นพรรคแนวสังคมพหุวัฒนธรรม คือเราให้ความสำคัญคุณค่าของมนุษย์ มีความสำคัญมีศักดิ์ศรี และก็จะต้องได้รับการดูแล เราจึงได้มีนโยบายหนึ่ง ก็คือนโยบายเชิงรัฐสวัสดิการซึ่งนโยบายนี้ก็ส่งไปที่ กกต. ก็คือเราจะส่งเสริมการมีบำนาญแห่งชาติหรือสวัสดิการทั่วหน้า พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เราเห็นว่าเป็นเรื่องที่รัฐต้องจัดให้ประชาชนอย่างเสมอหน้าด้วยสิทธิเสมอกัน ไม่ว่าจะยากดีมีจนภายใต้หลักการสวัสดิการเป็นสิทธิอันพึงมีของประชาชนไม่ใช่เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะสงเคราะห์ตามอนาถา นี่คือนโยบายที่ส่งไป กกต. และในนโยบายเราก็เสนอว่าผู้สูงอายุจะต้องมีบำนาญ 3,000 บาท ซึ่งเราได้ผ่านการคิดวิเคราะห์ทุกระบบในการแก้ปัญหาของประเทศขณะนี้ ต้องยอมรับว่ารัฐสวัสดิการไม่ใช่แก้ปัญหาความยากจน รัฐสวัสดิการเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่ประเทศไทยเรามีความเหลื่อมล้ำถูกจัดลำดับบางครั้งมากที่สุดในโลก ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรมีความอุดมสมบูรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ประชาชนยังอยู่แบบมีความเหลื่อมล้ำ ในการเกิดรัฐบาลมีสภาฯขึ้นมาทางพรรคประชาชาติก็ได้เสนอ พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติขึ้นมาเสนอเข้าสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ซึ่งหลักการก็คือเราควรจะมีกองทุนสวัสดิการแห่งชาติ ซึ่งตนเห็นว่าขณะนั้นศึกษาควรจะมีเพราะว่าเราไม่เชื่อใจที่จะเอาระบบลักษณะนี้ไปอยู่ในการครอบงำของรัฐบาล ซึ่งถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเมื่อไหร่ก็เปลี่ยนนโยบาย ถ้าเปลี่ยนนโยบายสิทธิเรื่องนี้ก็อาจจะหายไป เราจึงได้เขียน พ.ร.บ.ไปมีกองทุนลักษณะที่คล้ายองค์กรอิสระ ซึ่งมีตัวแทนภาคประชาสังคมมากกว่ารัฐบาลที่อยู่ในคณะกรรมการ ข้อ 1 ก็คือเราเห็นว่าสวัสดิการไม่ว่าจะยากดีมีจนคนที่อายุ 60 ปีขึ้นไปจะต้องได้รับ คนรวยที่สุดคุณก็ได้รับแล้วคุณก็มาเสียภาษีเอา คนจนที่สุดก็ได้รับเพราะอะไร สิ่งนี้คือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เป็นสิทธิที่เขาต้องยืนอยู่ คุณไม่ต้องมาสงสารนี่คือโอกาสของฉันที่จะอยู่ ตนเชื่อว่าคนที่มีฐานะวันละ 100 บาท 2 คน 200 บาทเขาสามารถอยู่ในสังคมได้ อันนี้เป็นวิธีเดียวที่จะแก้ปัญหาความยากจนความเหลื่อมล้ำของประเทศ ตนไม่เชื่อว่ามีนักเศรษฐกิจคนใดที่มาพูดวันนี้จะแก้ปัญหาได้เพราะวันนี้ยิ่งเดินไปมันยิ่งเหลื่อมล้ำ อันนี้จึงเป็นที่มา "ผมจึงขอให้กำลังใจ เพราะร่างของพรรคประชาชาติ ถูกท่านนายกฯปัดตกเป็นร่างการเงินเหมือนหลายพรรคที่มาพูดถึง เพราะท่านอาจจะมองผู้สูงอายุกลุ่มนี้ยังไม่ถึงท่านอาจจะมองคนรวยก่อน ผมมีตัวเลขของบประมาณปี 2566 ท่านประธานทราบไหมว่าเรามีสวัสดิการผู้สูงอายุ ซึ่งมีคนประมาณ 11 ล้านคน รวมบัตรทอง ประมาณ 320,000 ล้าน ถ้าเบี้ยผู้สูงอายุอย่างเดียวไม่ถึง 80,000 ล้านบาท แต่เรามีสวัสดิการของคนเกษียณซึ่งมีไม่ถึงล้านคนตัวเลขจากกรมบัญชีกลางก็เท่ากันประมาณ 3 แสน 2 หมื่นล้าน ถ้าไปบวกกับเงินค่ารักษาพยาบาลก็มากกว่า คนไม่ถึงล้านคนมีสวัสดิการมากกว่าคน 11 ล้านคน อันนี้คือความเหลื่อมล้ำที่เห็นได้ชัด ผมก็เป็นอดีตข้าราชการเก่า ผมไม่ได้ไปตำหนิตรงนั้น แต่ท่านประธาน ผมอยากให้มองเห็นว่าในปี 2556-2557 ที่พลเอกประยุทธ์ ยึดอำนาจมาตอนนั้นสวัสดิการเกษียณอายุแค่ประมาณ 1 แสนล้าน วันนี้พอท่านยึดอำนาจมา 8 ปี เพิ่มเป็น 3 เท่า เพราะอะไรรู้ไหมครับ หนึ่งในจำนวนนั้นคือรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บัญญัติว่ารัฐสภา องค์กรอิสระ หรือศาลจะต้องมีงบบุคคลที่เพียงพอ แต่รัฐบาลชุดนี้หวังจะขยายอำนาจไปเขียน พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง มาตรา 20 (2) ให้บุคลากรของรัฐมีเงินเดือนและสวัสดิการอย่างเพียงพอมันจึงวิ่งขยายไป แทนที่จะไปเขียนให้ประชาชนมีสวัสดิการอย่างเพียงพอ ผมจึงขอให้กำลังใจกรรมาธิการทุกท่านที่ได้ทำสิ่งที่เราฝันและก็สิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้ คือท่านได้แก้ปัญหารากเหง้าของประเทศไทยอย่างแท้จริง"