“บิ๊กตู่” ปฏิวัติ หัก “พี่ป้อม” อีกครั้ง ยึดอำนาจ ดับฝันเพื่อไทย ปิดบิ๊กดีล
อะไรที่ว่าแน่ ก็กลายเป็นไม่แน่ ตราบใดที่ทุกองคาพยพ ถูกออกแบบมาเพื่อให้มี นายกฯที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ครบ 12 ปี 3 สมัย
แม้แต่ พี่ใหญ่ อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ในเมื่อ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องการจะไปต่อ โดยไม่ต้องสนใจ คะแนนนิยม หรือเรตติ้งตก แถมกองเชียร์ กองหนุน ต้องการให้ไปต่อ ยังลงจากหลังเสือ ตอนนี้ไม่ได้ อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร ก็ยังคงไม่ยอมพัก แต่จะไปต่อ ลั่นจะอยู่ดูแลพรรคพลังประชารัฐไปจนตาย
แต่จะแยกกันเดินกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะที่ผ่านมา 8 ปี พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่ ให้น้องตู่ เล่นบทบาทหลัก เป็นนายกฯ แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น คะแนนนิยมยิ่งลดลง จึงมีกระแสข่าวว่า พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่ จะเล่นเองงานนี้ ที่ถูกตีความว่า จะเป็นนายกฯเอง แม้ ตัว พล.อ.ประวิตร เองจะเคยประกาศว่า ไม่คิดจะเป็นนายกฯ ก็ตาม แต่การเดินเกมการเมืองของ พล.อ.ประวิตร ถูกตั้งข้อสงสัยว่า ในกระดานนี้ จะไม่มี พล.อ.ประยุทธ์
นับตั้งแต่ พล.อ.ประวิตร ในนามหัวหน้าพรรคพปชร. ส่งสัญญาณ ในหารแก้รัฐธรรมนูญ มาใช้ บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จนทำให้เกิดกระแสข่าวลือ Big Deal ระหว่าง พรรคเพื่อไทย และ พปชร. และ ระหว่าง พล.อ.ประวิตร กับ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่มีสายสัมพันธ์กันมายาวนาน ตามมาด้วยการหนุน การใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หารด้วย 100 จนเหมือนจะ เข้าสภาวะ “เรียบร้อย รร.บิ๊กป้อม” ที่ยิ่งทำให้ พล.อ. ประวิตร ตกเป็นข่าวลือ ดีลกับพรรคเพื่อไทย
มีการปล่อยข่าวถึงขั้นที่ว่า หลังเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย และพรรคพปชร. จะร่วมรัฐบาลกัน โดยจะให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ 2 ปี ต่อด้วย “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวนายทักษิณ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
แต่ฝ่าย พล.อ.ประวิตร ก็ไม่เคย ออกมาปฏิเสธข่าว ว่า ไม่มีดีลใดๆ แต่มักจะ บอกว่า ไม่รู้ เป็นเรื่องอนาคต เมื่อถูกถามถึง การจับมือกันของพรรคเพื่อไทย และพรรคพปชร. แต่ยืนยันว่า ไม่เคยคุยกับ นายทักษิณ ตั้งแต่ปี 2548 หลังจากที่ตนเองเกษียณ จาก ผบ.ทบ.
เหล่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยิ่งหวาดระแวง ในตัวพี่ใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะ เมื่อยังใช้งาน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ที่เป็นเสมือนตัวเดินเกม ให้ พล.อ.ประวิตร แถมยังมี “อ.แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พปชร. เคียงข้าง แถมทั้ง พล.อ.ประวิตร ก็ไม่เคยพูดให้ชัดว่า พปชร. จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็น แคนดิเดท นายกฯ แค่คนเดียวหรือไม่
อีกทั้งยังยอมรับว่า พปชร. เป็นรองพรรคเพื่อไทย และยอมรับว่า พปชร.ตกต่ำ รวมถึง การพูดให้ พล.อ.ประยุทธ์ คิดเองว่า ควรไปต่อหรือไม่ ว่า ทำมา 8 ปีแล้ว นายกฯไม่เหนื่อยเหรอ ให้นักข่าวไปถามนายกฯ ที่ถูกตีความว่า เป็นการส่งสัญญาณว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ พัก
สอดรับกับกระแสข่าวที่ว่า พล.อ.ประวิตร อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ พักแล้ว แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอม แต่ต้องการจะไปต่อ เพราะไม่มั่นใจว่า พี่ใหญ่ จะไปรอดหรือไม่ จะตกเป็นเครื่องมือของ นักการเมือง หรือคนใกล้ชิด
ไม่แค่นั้น ยังมาเติมสถานการณ์ ให้หวาดระแวงมากขึ้นว่า มีความเคลื่อนไหว ในการที่จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดอยู่แค่ที่ วาระ 8 ปี ในการตีความของ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็น นายกฯ 8 ปี ตั้งแต่ 24 ส.ค. 2557
จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงขั้นหงุดหงิดตอบคำถามนักข่าวว่า ถ้าอยู่ต่อ ก็จะทำให้ แต่ถ้ามีปัญหา ก็หาคนมาทำแทน แต่ทำให้ดีกว่า ก็แล้วกัน
ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์ ดูเหมือนจะแสร้งยอม พี่ใหญ่ ทั้งการไม่ย้ายพรรค และยุติความเคลื่อนไหวของ พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ยังคงเก็บเอาไว้ ไม่ให้ใคร และ ยอมให้ พล.อ.ประวิตร เดินเกมของตนเองไป
แต่ด้วยหลายเหตุผล และสถานการณ์เปลี่ยน และตกเป็นรองหลัง การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชนะแบบแลนด์ สไลด์ และ เลือกตั้ง ส.ก. ที่พรรคพปชร.ได้แค่ 2 ที่นั่ง และกระแส “อุ๊งอิ๊ง” หลังนิด้า โพลล์ ที่เป็นการชี้ชัด การตกต่ำของ พปชร. และคะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ เอง
แต่ในเมื่อ ต้องการจะไปต่อ ไม่ว่า คนจะเบื่อ คะแนนจะตก พล.อ.ประยุทธ์ จึงตัดสินใจยึดอำนาจ อีกครั้ง ด้วยการปฏิวัติอำนาจ ด้วยการหักคอ พี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร ด้วยการตกลงกับ หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ในการเอาสูตร หารด้วย 500 ทั้งๆที่ พล.อ.ประวิตร ยืนยัน หาร100 มาตลอด
โดยเฉพาะในการหารือวงเล็กกันในวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างพักประชุม ครม. ที่ พล.อ.ประยุทธ์ พูดตรงๆว่า ต้องการให้ หาร 500 เช่นเดียวกับ หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล มีแค่ พล.อ.ประวิตร คนเดียว ที่ ยืนยัน หาร 100
วันนั้น พล.อ.ประวิตร ออกอาการ กลืนไม่เช้าคายไม่ออก และ เหมือนโดนหักหลัง เพราะทำให้ได้รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ แอบคุยกับ หัวหน้าพรรคร่วม มาก่อนแล้ว ในเรื่อง หาร500 ก่อนที่จะมาเอา เสียงส่วนใหญ่ หักคอ พล.อ.ประวิตร จนทำให้ พล.อ.ประวิตร ต้องเดินออกจากห้องหารือ ด้วยอาการงอน โดยบอกว่า จะเอายังไง ก็บอกแล้วกัน
จนทำให้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินออกมาพูดคุย ชี้แจงกับ พล.อ.ประวิตร เพราะทุกคนรู้ดีว่า งานนี้ นายกฯ เล่นเอง ก่อนที่ในสภา จะโหวตให้ หารด้วย500 ชนะ หาร100 ด้วย เสียง 392:160 ในคืนวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา กลายเป็น เรียบร้อย รร.บิ๊กตู่ และเป็นการสะท้อนว่า องคาพยพต่างๆ ยังอยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ จนทำให้ฝ่ายค้าน โจมตี สูตรหาร500 ว่า เป็นสูตรเผด็จการ
ด้วยเพราะ ฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ รู้ดีว่า สูตรหารด้วย500 ตามเดิม เคยทำให้พรรคเพื่อไทย ไม่ได้ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ แม้แต่คนเดียว จึงถูกมองว่า เป็น หนทางเดียวในการสกัด แลนด์ สไลด์ ของพรรคเพื่อไทย เพราะยังมีพรรคก้าวไกล มาแย่งคะแนน
จนทำให้สถานการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ เปลี่ยน จากที่ถูกบีบให้ ลงหลังเสือ ให้พอแค่นี้ ทั้งจาก พรรคเพื่อไทย และ พี่ใหญ่ ที่ นายกฯหวาดระแวงมาตลอด กลายเป็นการส่งสัญญาณ ชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไปต่อ สู้ศึกเลือกตั้งสมัยหน้า เพื่อที่จะเป็น นายกฯ ต่ออีก 1 สมัย 4 ปี
ในเมื่อถอดสลัก แลนด์สไลด์ ของพรรคเพื่อไทย ได้แล้ว ก้าวต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ อาจต้องยึดพปชร. แล้ว เดินเกมการเมืองเอง หลัง หัก พี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร อีกครั้ง
เกมกระดานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ชนะ แต่ต้องรอดูว่า พล.อ.ประวิตร จะยอมอยู่ในเกมของน้องชาย หรือว่า จะพลิกเกม แสดงศักยภาพของ พี่ใหญ่ แบบไหน
เรียกได้ว่า แม้ พี่น้อง 2 ป. จะเดินไปด้วยกันบนถนนการเมือง แต่ รอยร้าวในใจ ที่ พี่ใหญ่ โดนหัก ครั้งแล้วครั้งเล่า จะยิ่งลึกลง ๆ บารมีในทางการเมือง ของ พล.อ. ประวิตร หรี่ลง ขณะที่ บารมี อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ เฟื่องฟู และสะท้อนชัดว่า ได้สัญญาณ ให้ไปต่อ นั่นเอง