รัฐบาลหนุนการสร้างงานสร้างอาชีพอย่างถูกกฎหมาย เผยไตรมาสแรก ปี 67 ส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ 21,281 คน
โฆษกรัฐบาล เผยรัฐบาลสนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพ อย่างถูกกฎหมาย และเร่งพัฒนาศักยภาพแรงงานไทย โดยในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2567 ส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ 21,281 คน สร้างรายได้เข้าประเทศ 58,627 ล้านบาท
วันนี้ (2 กุมภาพันธ์ 2567) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลส่งเสริมการเข้าถึงอาชีพ ให้มีงาน มีเงิน กับแรงงานทุกกลุ่ม โดยเฉพาะการสนับสนุนให้แรงงานไทยทำงานในต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย เข้าถึงการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม พร้อมกันนี้มุ่งเตรียมความพร้อมและพัฒนาแรงงานไทยให้เป็นแรงงานศักยภาพสูงสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในต่างประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าจะขยายตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศ จำนวน 100,000 อัตรา ภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยข้อมูลจากกระทรวงแรงงานว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยทำงานอยู่ต่างประเทศทั่วโลกรวมทั้งสิ้น 118,080 คน พบว่าประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ที่แรงงานไทยเดินทางไปทำงานมากที่สุด คือ ไต้หวัน รองลงมาคือสาธารณรัฐเกาหลี และสาขาอาชีพที่แรงงานไทยนิยมทำงานในต่างประเทศ ได้แก่ภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมตามลำดับ ซึ่งในปีงบประมาณ 2567 (เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2566) ไทยส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศจำนวน 21,281 คน สร้างรายได้ให้กับประเทศจากการส่งเงินกลับประเทศของแรงงาน เป็นมูลค่า 58,687 ล้านบาท
โดยกระทรวงแรงงานระบุเพิ่มเติมว่า สาขาช่างถือเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอุตสาหกรรมในต่างประเทศเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะช่างเชื่อม กระทรวงแรงงานจึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการยกระดับทักษะ (Upskill) แรงงานที่มีความสามารถด้านการช่างให้สอดคล้องกับความต้องการของนายจ้างในต่างประเทศผ่านการอบรมและทดสอบทักษะฝีมือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นายจ้างว่าผู้ที่ผ่านฝึกอบรมมีความรู้ ทักษะ และสามารถไปทำงานในต่างประเทศในฐานะแรงงานฝีมือ ซึ่งจะทำให้แรงงานไทยได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้ารับการฝึกอบรมหรือทดสอบมาตรฐานฝีมือ สามารถติดต่อที่สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานทั่วประเทศ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีสำนักงานแรงงานในต่างประเทศที่รับผิดชอบเรื่องการดูแลและช่วยเหลือแรงงานไทยให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายของประเทศที่แรงงานทำงานอยู่อย่างเป็นธรรม จำนวน 12 แห่งในต่างประเทศ ได้แก่
1. สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดีอาระเบีย (กรุงริยาด)
2. ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
3. สำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น
4. สำนักงานแรงงาน ณ เมืองฮ่องกง
5. สำนักงานแรงงาน ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) กรุงไทเป
6. สำนักงานแรงงาน ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) สาขาเมืองเกาสง
7. สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย
8. สำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์
9. สำนักงานแรงงานในประเทศบรูไน สถานเอกอัครราชทูต ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน
10. ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล
11. ฝ่ายแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี
12. ฝ่ายแรงงาน คณะผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติและองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
“นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ให้ความสำคัญกับการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับแรงงานทุกกลุ่ม เพื่อให้มีรายได้ที่มั่นคง สามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ พร้อมมุ่งขยายตลาดแรงงานต่างประเทศและส่งออกแรงงานฝีมือที่มีคุณภาพ มีทักษะ ไปทำงานในต่างประเทศ สร้างรายได้กลับเข้าประเทศ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำด้วยความห่วงใยว่า ขอให้ติดต่อทำงานต่างประเทศผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบของรัฐบาล เดินทางไปอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รับการคุ้มครอง สวัสดิการ อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ ” นายชัย กล่าว