“วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี” เกษียณตัวเอง ก่อนครบวาระ
มีความชัดเจนแล้วว่า “ผู้ว่าฯปู” วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี จะไม่อยู่เป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย จนถึงวันเกษียณอายุราชการ แม้จะเหลือเวลาอีก 1 ปี ก็จะมีอายุครบ 60 ปี เมื่อล่าสุด วีระศักดิ์ ได้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อ “ฉัตรชัย พรหมเลิศ” ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีผลในวันที่ 2 ต.ค.64 นี้
เหตุผลหลักในการตัดสินใจลาออกของ วีระศักดิ์ ได้ถูกชี้แจงผ่านเฟซบุคส่วนตัว Sakravee Srisangdharma ว่ามาจากปัญหาเรื่องของสุขภาพที่ไม่เอื้ออำนวยนัก โดยเฉพาะเมื่อภายหลังจากที่วีระศักดิ์ หายป่วยจากการติดเชื้อโควิด -19 ที่ผ่านมา แต่เมื่อครอบครัวได้ขอให้เขาเลือกดูแลสุขภาพเป็นหลัก หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดชีวิต จึงทำให้วีระศักดิ์ ไม่สามารถทำตามความฝันของตัวเองได้ว่าจะอยู่รับราชการได้จนถึงเกษียณอายุ
“ผมเกษียณปีหน้าครับ บอกคนใหญ่ในกระทรวง ถึงเหตุผลการย้าย มาจากสุขภาพร่างกายล้วน ๆ คำตอบที่ได้ตอนคำสั่งล่าสุด คือ ถึงผมอยากไปสุพรรณบุรี แต่นักการเมืองเขาไม่ยอมรับ (ซึ่งผมไม่รู้ว่าหมายถึงใคร) ผมไปไม่ได้แน่ ส่วนอ่างทอง เป็นจังหวัดเล็กเกินไป ย้ายจากสมุทรสาคร ไปจังหวัดเล็กกว่าคงไม่เหมาะ อือม์…อยู่ศรีสะเกษ 22 อำเภอ สมุทรสาคร 3 อำเภอ ผมเข้าใจอะไรผิดเรื่องเล็กใหญ่แน่เลย”
และบางตอนระบุว่า “ผมเคยฝันว่า จะสามารถอยู่รับราชการได้จนถึงเกษียณอายุ เพราะคือจุดหมายปลายทาง ที่ข้าราชการทุกคนปรารถนา แต่วันนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นได้แค่ในฝัน สาเหตุหลักมาจากการทุ่มเทให้กับงานมากไป นึกถึงคำของผู้ใหญ่ที่บอกว่า จะหาจังหวัดอื่นที่งานโควิดเบาขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้หาให้ คำสั่งที่เห็นจึงไม่มีชื่อผมด้วย”
การลาออกของวีระศักดิ์ ได้กลายเป็นเรื่องที่สร้างความสนใจต่อผู้คนในสังคม อย่างกว้างขวาง เนื่องจากเกิดแรงกระเพื่อมไปถึง “กระทรวงมหาดไทย”ในฐานะ “ต้นสังกัด” ยาวไปจนถึง “วราวุธ ศิลปอาชา” รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะ ประธานนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ส.ส.เจ้าของพื้นที่จ.สุพรรณบุรี ต้องออกมาแจงว่า ไม่รู้ว่าผู้ว่าฯหมายถึงใคร
วีระศักดิ์ นับว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องต่อสู้กับ “ศึกไวรัสโควิด” ทั้งทางตรงและทางอ้อม มาโดยตลอด นับตั้งแต่วันที่เกิดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิดอย่างรุนแรง เมื่อครั้งระลอกที่ 2 โดยเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้แถลงการระบาดใน จ.สมุทรสาคร นับว่าเป็นการพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดนับตั้งแต่มีการระบาดในประเทศไทย โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มถึง 576 ราย รวมผู้ติดเชื้อที่ยืนยันก่อนหน้านี้เป็น 689 ราย โดยเป็นผลสืบเนื่องจาก “แม่ค้าในตลาดกลางกุ้ง” ต.มหาชัย อ.เมืองสมุทรสาคร ติดเชื้อ เมื่อวันที่ 17ธ.ค.2563 จากนั้นสมุทรสาคร กลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ที่หนักหน่วงทันที
นั่นหมายความว่า วีระศักดิ์ เองในฐานะผู้ว่าฯ ต้องร่วมกับทุกหน่วยงานทั้งทางปกครองและด้านสาธารณสุขเพื่อยกระดับมาตรการควบคุมโควิด -19 แต่แล้วตัววีระศักดิ์ เองต้องมาติดเชื้อโควิด จากการลงพื้นที่เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.2563 โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานแจกันเยี่ยมไข้เป็นประจำ รวมเวลารักษาตัวทั้งสิ้น 82วัน ในระหว่างนั้นวีระศักดิ์ ได้รับกำลังใจจากประชาชน อย่างล้นหลาม
และเมื่อหายจากโควิดแล้ว วีระศักดิ์ ได้กลับไปลงพื้นที่ลุยสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด อย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้าย เขาเองต้องตัดสินใจครั้งสำคัญเมื่อปัญหาสุขภาพไม่เอื้ออำนวย และสิ่งที่ร้องขอไปไม่ได้รับการสนองตอบจากต้นสังกัดว่าจะให้ย้ายไปที่ใด
วีระศักดิ์ เกิดเมื่อ 25 ธ.ค. 2504 กำหนด เกษียณอายุราชการ วันที่ 30 ก.ย. 2565 พื้นเพเดิมเป็นชาวอ่างทอง
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (มนุษยศาสตร์) มหาวิทยาลัยบูรพา ,จบปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต (แขนงวิชา ทฤษฎีและเทคนิคทางรัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ก่อนหน้าที่จะย้ายมานั่งผู้ว่าฯสมุทรสาคร วีระศักดิ์ เคยเป็นผู้ว่าฯศรีสะเกษ เมื่อปี 2563 และในปีเดียวกัน ได้รับรางวัลผู้ว่าราชการจังหวัด TO BE NUMBER ONE ดีเด่น