"สุทิน" ชี้เป็นไปได้รัฐบาลสะดุดหัวคะมำยุบสภา หลังองค์ประชุมสภาไม่ครบ ส.ส.พรรคร่วมไม่มีเอกภาพ

การเมือง23 พ.ย. 2564 • 04:19 น.
"สุทิน" ชี้เป็นไปได้รัฐบาลสะดุดหัวคะมำยุบสภา หลังองค์ประชุมสภาไม่ครบ ส.ส.พรรคร่วมไม่มีเอกภาพ
วันที่ 23 พ.ย.64 ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลได้พูดคุยกันแล้วว่าจะให้เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคการเมืองได้เสนอร่างกฎหมายตามจุดยืนของตนเอง ซึ่งเราก็เคารพกัน เพราะเรื่องนี้เราไม่ได้เห็นตรงกันทั้งหมดตั้งแต่ต้น เช่นเรื่องวิธีการคำนวณคะแนน โดยพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลก็พร้อมที่จะยื่นเสนอร่างกฎหมาย ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทยมี 2 ฉบับ โดยตามขั้นตอนเรามีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนร่วมด้วยตลอด และในวันนี้จะเป็นการประชุมส.ส.พรรคเพื่อไทย คิดว่าคงมีการลงนามเพื่อยื่นญัตติ คาดว่าใช้เวลาไม่นาน แต่ในส่วนของพรรคก้าวไกลตนไม่แน่ใจว่าจะเสนอกี่ฉบับ เพราะเมื่อเห็นต่างกันก็ต้องยื่นคนละฉบับ และมาเจอกันในสภาฯ ขณะที่พรรคฝ่ายค้านอื่นตนคิดว่าคงไม่ยื่น ทั้งนี้เสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรก็ต้องว่ากันตามนั้น เมื่อถามว่ากรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่าหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองช่วงนี้ จะทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายลูกทั้งสองฉบับสะดุดลง นายสุทิน กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ตลอด แม้ในใจรัฐบาลอาจคิดว่าอยากลากยาว แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่คิด หากศรัทธาของประชาชนเสื่อม ปัญหาเศรษฐกิจแก้ไขไม่ได้ และในพรรครัฐบาลยังคุยกันไม่รู้เรื่อง แบบนี้ก็ไปได้ก่อนเวลาอันควร ซึ่งเห็นได้ทุกสัปดาห์ในการประชุมสภาฯที่องค์ประชุมไม่ครบที่สะท้อนว่าไม่เป็นเอกภาพ ที่หัวคะมำได้ตลอด ที่นายชวน เตือนไว้ก็มีเหตุผล นายสุทิน กล่าวว่า ส่วนการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามมาตรา 152 ได้ข้อสรุปแล้วว่าเราจะยื่นหลังปีใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเมื่อเปิดการประชุมสภาฯช่วงหลังปีใหม่ก็คงจะเป็นครึ่งเทอมพอดี เราก็ให้รัฐบาลเขาทำงาน และคิดว่าปัญหาที่น่าเป็นห่วงที่สุดอาจจะไปเกิดช่วงนั้น เพื่อเราจะได้มีคำแนะนำ ให้คำปรึกษาและท้วงติงรัฐบาลในช่วงนั้นที่มีหลายปัญหา เช่นเรื่องเศรษฐกิจที่เราคิดว่าหลังจากเปิดประเทศมาหลังปีใหม่ก็น่าจะประเมินได้แล้วว่าเป็นไปอย่างที่หวังหรือไม่ หรือเปิดประเทศแล้วสูญเปล่า และเราเป็นห่วงว่าโควิด-19 จะกลับมาระบาดอีกครั้งหลังช่วงปีใหม่ รวมถึงเรื่องการละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่มีการคุกคามกันหนักขึ้น เราคิดว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ร้อนระอุ รวมถึงเรื่องต่างประเทศที่กำลังเดินอยู่ตอนนี้ ที่อาจจะไปแดงไปบวมกันตอนนั้นก็ได้ เมื่อถามว่าส.ว.มองว่าการเมืองจะร้อนระอุ นายสุทิน กล่าวว่า แน่นอนว่าเป็นเรื่องการเมือง แต่ถ้าเราอยู่ในกฎเกณฑ์ กรอบกฎหมาย มารยาท มันก็จะไม่ระอุ ถ้าการเมืองนิ่งเงียบ จะระอุได้อยู่ที่ปัจจัย ใครเป็นคนที่ทำให้ระอุเท่านั้นเอง รวมถึงการที่ นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา เชื่อว่าไม่สามารถไปตัดอำนาจส.ว.ได้ เพราะส.ว.มาตามรัฐธรรมนูญ และยังต้องอยู่ในวาระอีก 2 ปีกว่า ถ้าส.ส.อดทนกับอำนาจของส.ว.ไม่ได้ก็ไม่ควรมาลงสมัครส.ส. ตรงนี้ทำให้ยิ่งอยากมาลง เพียงเพราะตัดอำนาจส.ว.ไม่ได้ ทุกคนยิ่งอยากลงส.ส. เพื่อเอาปัญหาและเอาอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนมาสะท้อนให้เห็น ให้ทั้งผู้นำประเทศและส.ว.ได้รับฟัง ถ้าเรายิ่งไม่ลงส.ส.ก็จะทำให้เผด็จการ ยิ่งร่าเริง ดังนั้นเราต้องลงส.ส. นายสุทิน กล่าวว่า ส่วนการวิปฝ่ายค้านวันนี้จะพูดคุยเรื่องการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง และจะแบ่งกันอภิปรายอย่างไร ส่วนความคาดหวังในตัวรัฐมนตรีที่จะเดินทางมาตอบกระทู้กับสภาฯนั้น ตนคาดหวังยาก เพราะเขาอยากจะมาก็มา เขาไม่อยากมาเขาก็ไม่มา ดูเหมือนว่าเขาไม่ให้ราคากับสภาฯเท่าไหร่ ในส่วนของฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ของเรา สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.... ที่ประธานที่ประชุมปิดการประชุมไปก่อน ทั้งที่เหลือผู้อภิปรายอีกหลายคนนั้น จริงๆแล้วไม่ได้มีปัญหา แต่เพราะว่าองค์ประชุมเหลือน้อย โดยเฉพาะส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ประธานที่ประชุมเขาก็กลัวขายหน้า เพราะกลัวโหวตแล้วองค์ประชุมไม่ครบก็เลยรีบปิด ดังนั้นก็อยู่ที่ว่ารัฐบาลคุยกับส.ส.ของเขารู้เรื่องหรือไม่ ถ้าองค์ประชุมครบก็สามารถเดินหน้าประชุมต่อไปได้