การเมืองร้อน ไตรมาสแรก 64 !
เรื่อง : ปาริชาติ เฉลิมศรี
ไตรมาสแรกของปี 2564 ในช่วง 3 เดือน ที่ผ่านมาแทบกล่าวได้ว่า สถานการณ์การเมืองในบ้านเรา ร้อนแรง และเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เป็นภาคต่อมาจากปลายปี 2563
ทั้งการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรไปจนถึง มวลชนในนาม “ม็อบราษฎร” ที่พากันรวมตัวกดดันรัฐบาล อีกทั้งยังต้องไม่ลืมว่า จนวันนี้ประเทศไทยยังคงเผชิญหน้ากับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ที่กำลังกลับมาระบาดรอบใหม่ และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น
“ทีมข่าวการเมือง” ได้รวบรวมเหตุการณ์ ทางการเมืองที่น่าสนใจ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่ามีหลายประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
“ฝ่ายค้าน” เปิดศึกซักฟอก ถล่ม “10รมต.”
เปิดศักราชใหม่ 2564 “6 พรรคฝ่ายค้าน” เปิดเกมถล่มรัฐบาล ด้วยการใช้กลไกฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งฝ่ายค้านขออภิปรายรัฐมนตรีทั้งหมด 10 คนประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบรมว.คมนาคม นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทยและร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์โดยเปิดศึกซักฟอกตั้งแต่วันที่ 16-19 ก.พ.และลงมติไม่ไว้วางใจในวันที่ 20 ก.พ.
ตลอดการอภิปรายฝ่ายค้านซักฟอกในหลายเรื่อง อาทิ การแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ทั้งเรื่องการจัดหาวัคซีน แก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 การซื้อขายถุงมือยาง การใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของกองทัพหรือ ไอโอ รวมถึงสั่งการปฏิบัติการลับที่เกี่ยวข้องประเด็นการเมืองและประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ
สุดท้ายผลการลงมติไว้วางใจในการอภิปรายก็เป็นไปตามคาดนายกฯ และรมต.ทั้ง 9 คนได้รับเสียงไว้วางใจ แม้ว่าคะแนนของรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนายณัฏฐพลและนายสุชาติ จะน้อยกว่าคนอื่นๆ แต่เพราะการวิ่งขอเสียงและความช่วยเหลือจากร.อ.ธรรมนัสก็ทำให้ผ่านไปได้อย่างสบาย
อภิปรายจบ ! แต่เรื่องในพรรคร่วมรัฐบาลไม่จบ เพราะ “กลุ่มส.ส.ดาวฤกษ์” ของพรรคพลังประชารัฐที่มี “มาดามเดียร์” น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นแกนนำ พร้อมด้วย นางกรณิศ งามสุคนรัตนา ส.ส.กทม.น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม.น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กทม.น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. และนายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม. แหกมติพรรค งดออกเสียงไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย
กลายเป็นรอยร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ที่ส.ส.ในพรรคภูมิใจไทยออกมาโพสต์ผ่านสื่อโซเชียลปกป้องนายศักดิ์สยาม กดดันพรรคพลังประชารัฐออกมารับผิดชอบ และเดินเกมในสภา เอาคืนด้วยการที่พรรคภูมิใจไทยรวมใจวอล์คเอาท์ จากห้องประชุมหลังมีการลงมติในญัตติขอเลื่อนวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ... และการที่พรรคภูมิใจไทยวอร์คเอาท์ไม่ยอมโหวตรัฐธรรมนูญ สวนกับนโยบายพรรคที่ใช้หาเสียงก่อนการเลือกตั้ง แต่มันคือเกมที่พรรคภูมิใจไทยต้องเอาคืน แม้พรรคพลังประชารัฐจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์แล้วก็ตาม
คดีเก่าย้อนเอาคืน3รมต.ร่วง – ปรับครม. “บิ๊กตู่2/4”
ผ่านศึกอภิปรายไม่กี่วัน รัฐบาลก็เจอปัญหาอีกรอบ เมื่อศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่น ๆ จากการชุมนุมทางการเมือง
โดยศาลอาญามีคำพิพากษาว่า กปปส. มีความผิดข้อหาอาญายุยงปลุกปั่น ทำความเสียหายแก่ทางราชการ ร่วมกันมั่วสุม ใช้กำลังประทุษร้ายฯ ให้ลงโทษแต่ละกรรม เรียงกระทงความผิด โดยพิพากษาจำคุกแกนนำ
และจากผลคำพิพากษาทำให้ 3 แกนนำกปปส. และในปัจจุบันเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แก่ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ที่ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี 16 เดือน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี และนายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ถูกตัดสินจำคุก 5 ปีนั้น ต้องพ้นจากตำแหน่งในรัฐบาลทันที เพราะความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม 160(7) และมาตรา 170(4) ของรัฐธรรมนูญ แม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ตาม
เมื่อ 3 รัฐมนตรีในรัฐบาลต้องพ้นจากตำแหน่งก็ถึงคราวที่นายกรัฐมนตรีจะต้องปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) กลายเป็นไฟต์บังคับ !
ซึ่งก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเลือกใครมาเป็นรัฐมนตรีนั้น ฝั่งพรรคพลังประชารัฐเองที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งคนในพรรคก็เดินสายเข้าหาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวพรรคพลังประชารัฐที่เป็นผู้ตัดสินใจส่งรายชื่อรัฐมนตรีในโควต้าพรรค รวมถึงการที่พรรคภูมิใจและพรรคประชาธิปัตย์จับมือกัน เจรจาแลกกระทรวงกันเอง ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาเกือบ 1 เดือน กว่าจะได้รัฐมนตรีชุดใหม่ออกมา
โดยเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมาได้มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรีประกอบด้วย 1.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวตรีนุช เทียนทอง เป็นรมว.ศึกษาธิการ นายสินิตย์ เลิศไกร เป็นรมช.พาณิชย์ และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ที่ก่อนหน้านี้เป็นรมช.พาณิชย์และพรรคขอสลับตำแหน่งมาเป็นรมช.คมนาคม พร้อมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณไปเมื่อวันที่ 27 มี.ค. และเมื่อวันที่ 5 เม.ย.นายกรัฐมนตรีได้เรียกนายชัยวุฒิและนางสาวตรีนุชเข้ามารับมอบนโยบายด้วย
คว่ำร่างรธน.วาระ 3 - “พปชร.” ดันแก้รายมาตรา
ดูเหมือนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ราบรื่นและกลายเป็นเกมของรัฐบาล เมื่อที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 9 ก.พ.ได้มีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีประเด็นการให้สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
ซึ่งเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า รัฐสภามีอำนาจและหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องจัดทำประชามติ 2 ครั้ง โดยครั้งแรกต้องให้ประชาชนลงมติว่า ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และครั้งที่สองเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ต้องจัดให้มีการลงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมา จากนั้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ได้มีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่... พ.ศ....วาระสาม ซึ่งในที่ประชุมรัฐสภาได้มีการประชุมหารือกันกว่า 11 ชั่วโมง เนื่องจากตีความคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ตรงกัน มีการเสนอญัตติด้วยวาจา 5 ญัตติ แต่ทุกญัตติต้องแท้ง เมื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐได้เสนอ ญัตติซ้อนญัตติ โดยขอให้รัฐสภาพิจารณาลงมติในวาระสาม ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย ทำให้มีการลงมติวาระสาม
แต่เมื่อรัฐสภากำลังจะเดินหน้าลงมติในวาระสาม ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประกาศไม่ร่วมสังฆกรรม พร้อมกับเหน็บว่านี่คือสภาโจ๊ก และทำให้บรรดาส.ส.พรรคภูมิใจไทยลุกขึ้นวอล์คเอาท์ไม่อยู่ร่วมลงมติ สร้างความงุนงงให้กับส.ส.และส.ว.ที่อยู่ในห้องประชุม ซึ่งภายหลังลงมติ ส.ส.จากฝั่งพรรคก้าวไกลก็ได้โพสต์โซเชียลถึงการที่พรรคภูมิใจไม่ร่วมโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสามนั้น มีผู้เห็นชอบ 208 เสียง (ส.ส. 206 คน ส.ว. 2 คน) ไม่เห็น 4 คนซึ่งส.ว.ทั้งหมด งดออกเสียง 94 เสียง (ส.ส.10 คน และส.ว.84 คน) ไม่ประสงค์ลงคะแนน 136 เสียง (ส.ส. 9 คนและส.ว. 127 คน) ซึ่งคะแนนที่ได้ไม่มากกว่ากึ่งหนึ่ง จึงถูกตีตกไป ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่... พ.ศ....ถูกโหวตคว่ำในวาระสาม
โดยวันที่ 7-8 เม.ย.ได้มีการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติพ.ศ.... ขณะที่นายไพบูลย์ เตรียมยื่นเป็นญัตติขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา ของพรรคพลังประชารัฐโดยมี 13 มาตรา ใน 5 ประเด็นคือ ประเด็นที่ 1.แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพ มาตรา 29,41และมาตรา 47 ประเด็นที่ 2 แก้ไขระบบการเลือกตั้ง มาตรา 83,85,86,90,91,92 และมาตรา 94
ประเด็นที่ 3 การพิจารณาพ.ร.บ.งบประมาณ มาตรา 144 ประเด็นที่ 4 แก้ไขอุปสรรคในการทำงานของส.ส.และส.ว. มาตรา 185 และประเด็นที่ 5 อำนาจวุฒิสภา แก้ไขบทเฉพาะกาล มาตรา 270
ขณะที่ความเคลื่อนไหวนอกสภาได้มีการเปิดตัวกลุ่ม "Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ " ซึ่งมีคณะก้าวหน้า กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า พรรคก้าวไกลและโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เข้าร่วม
พร้อมเปิดแคปเปญ "ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์" โดยรวบรวมรายชื่อประชาชนทั่วประเทศ 1 ล้านรายชื่อ เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา
วันประวัติศาสตร์ วัคซีนโควิดล็อตแรกถึงไทย
จากสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศไทยช่วงปลายปี 2563 ที่พบผู้ติดเชื้อที่จังหวัดสมุทรสาครทีเดียวมากกว่า 500 คน ทำให้ประเทศกลับเข้าสู่การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ โดยศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ก็ได้มีมาตรการคุมเข้มและมีการแบ่งพื้นที่ควบคุมโดยแบ่งเป็น 1.พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดสูงสุด (สีแดงเข้ม) 2.พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) 3.พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 4.พื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) และ5.พื้นที่เฝ้าระวัง
ขณะที่วัคซีนโควิด ประเทศไทยได้รับล็อตแรกเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งเป็นของบริษัทซิโนแวคจำนวน 2 แสนโดสที่เดินทางจากปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชน โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในการรับมอบ โดยวัคซีนเข็มแรก ได้ฉีดในเดือนมี.ค.ครบตามเป้า ส่วนวัคซีนซิโนแวคล็อตที่ 2 จำนวน 8 แสนโดส เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ซึ่งได้จัดสรรไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ และวัคซีนซิโนแวคล็อตที่ 3 อีก 1 ล้านโดสจะมาถึงไทยประมาณกลางเดือนเม.ย.
ส่วนวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกาที่ผลิตในประเทศไทยโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์มีแนวโน้มจะส่งมอบในล็อตแรก 5 ล้านโดสช่วงกลางเดือนพ.ค. จากนั้นจะทยอยส่งให้เดือนละ 10 ล้านโดสจำนวน 5 เดือนและในเดือนธ.ค.ล็อตสุดท้าย 5 ล้านโดส
สำหรับการฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มแรกนั้น เปิดด้วยการฉีดให้กับรัฐมนตรี ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรมและนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ จากนั้นวันที่ 17 มี.ค.นายกรัฐมนตรี นำทีมคณะรัฐมนตรี 19 คน ฉีดวัคซีนที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้รับการฉีดวัคซีนของแอสตราเซเนกา เนื่องจากนายกฯ มีอายุเกิน 60 ปี ทั้งในส่วนของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและนายวิษณุ เครืองามได้ฉีดที่โรงพยาบาลซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำแทน
แม้ประเทศไทยจะมีวัคซีนแล้วก็ตาม แต่ช่วงต้นเดือนเม.ย.กลับพบว่ามีผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์ใหม่จากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ โดยล่ามีผู้ติดเชื้อโควิดแล้วหลายราย ซึ่งมีทั้งนักร้อง นักแสดงอย่างนายอภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข หรือ แสตมป์ รวมถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ที่ปรากฎว่าติดเชื้อด้วย แม้จะได้การฉีดวัคซีนเข็มแรกไปเมื่อวันที่ 17 มี.ค.แล้วก็ตาม แต่ทั้งนี้นายศักดิ์สยาม เปิดเผยไทม์ไลน์พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ไปสถานบันเทิงย่านทองหล่อ แต่ติดเชื้อโควิด มาจากเจ้าหน้าที่ ที่กระทรวงคมนาคม
“ม็อบราษฎร” เริ่มแผ่ว - “แกนนำ”ทยอยเข้าเรือนจำ
ปิดท้ายที่การชุมนุมของกลุ่มราษฎรที่ได้มีการหยุดพักไปจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด -19 และการชุมนุมเริ่มขึ้นอย่างจริงจังอีกครั้งเมื่อวันที่ 9 ก.พ. เนื่องจากอัยการสั่งฟ้องแกนนำกลุ่มราษฎร 4 คนประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน นายอานนท์ นำภา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุขและนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ ในหลายข้อหา และคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้วันที่ 10 ก.พ. กลุ่มราษฎรกลับมาจัดการชุมนุมในกิจกรรม "รวมพลคนไม่จะกิน ตีหม้อไล่เผด็จการ" บนสกายวอล์ค แยกปทุมวัน
จากนั้นม็อบยังได้มีการชุมนุมที่บริเวณหน้ารัฐสภาซึ่งตรงกับช่วงที่มีการอภิปรายในสภา โดยได้มีการอภิปรายนอกสภาด้วย และในวันที่ 23 ก.พ.กลุ่มราษฎรได้มีการจัดชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์ และเดินไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อทวงถามเรื่องการแทรกแซงโยกย้ายข้าราชการตำรวจ
ในวันที่ 28 ก.พ.ผู้ชุมนุมกลุ่ม รีเด็มได้ชุมนุมและเดินจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปชุมนุมประท้วงไปที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นที่บ้านพักของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทั้งนี้ได้มีการสลายการชุมนุมด้วยแก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำแรงดันสูงและกระสุนยางซึ่งพบว่ามีตำรวจและประชาชนได้รับบาดเจ็บ
และการรวมตัวของกลุ่มราษฎรและกลุ่มพีเพิล โก เน็ตเวิร์ค จัดกิจกรรม "เดินทะลุฟ้า คืนอำนาจประชาชน" โดยเดินจากลานอนุสรณ์วีรชนคนโคราช ข้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา มายังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้นกลุ่มทะลุฟ้าได้มายังทำเนียบรัฐบาลและปักหลักชุมนุม ขณะที่วันที่ 20 มี.ค.กลุ่มรีเด็มได้มีการชุมนุมอีกครั้งที่ท้องสนามหลวง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตั้งเครื่องกีดขวาง และเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ขณะที่แกนนำอย่างน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่และพวก ได้เดินทางมารายงานตัวฟังคำสั่งคดีว่าจะมีการส่งฟ้องต่อศาลหรือไม่ จากกรณีพนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีชุมนุม 19 กันยาทวงคืนอำนาจราษฎร ร่วมกันชุมนุมมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 63 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมีการปักหมุดคณะราษฎร 2563 ที่บริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 8 มี.ค.
โดยอัยการยื่นฟ้องในความผิดฐานปลุกปั่นฯ ตามป.อาญา ม.116 , ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ป.อาญา ม.125,ฝ่าพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ ,ร่วมกันกีดขวางการจราจร, ทำให้ทรัพย์สินเสียหายโดยในส่วนของน.ส.ปนัสยา,นายภาณุพงศ์และนายจตุภัทร์ เพิ่มความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ป.อาญา 112 ด้วย รวมทั้งหมด 11 ข้อหา ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว และได้ควบคุมตัวนายภาณุพงศ์และนายจตุภัทร์ไปไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ น.ส.ปนัสยา ไปไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง
ทั้งนี้ภายหลังที่นายพริษฐ์ถูกย้ายมาอยู่ที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี พร้อมกับได้ประกาศอดอาหาร ซึ่งรวมถึงน.ส.ปนัสยาก็ได้ประกาศอดอาหารด้วยเช่นเดียวกัน