"เอนก" เผยถกพรรคการเมืองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ด้าน"หญิงหน่อย" หวังถกคณะปฏิรูปฯ ช่วยแก้ปัญหาการเมืองที่มีมานาน

การเมือง28 พ.ย. 2560 • 05:49 น.
"เอนก" เผยถกพรรคการเมืองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ด้าน"หญิงหน่อย" หวังถกคณะปฏิรูปฯ ช่วยแก้ปัญหาการเมืองที่มีมานาน
"เอนก" เผยถกพรรคการเมืองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี อวยทหารไทยไม่หวังอยู่ในอำนาจถาวร บอกเข้ามาเพราะสังคมเรียกร้อง ระบุเป็นไปได้สองพรรคใหญ่จับมือต้านพรรคทหาร ขณะที่ "หญิงหน่อย" หวังถกคณะปฏิรูปฯ ช่วยแก้ปัญหาการเมืองที่มีมานาน ชี้การจับมือสองพรรคใหญ่เป็นเรื่องอนาคต เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พ.ย. 60 ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง กล่าวถึงการเชิญคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย มาแสดงความคิดเห็น ว่า จากที่มีการหารือร่วมกับตัวแทนพรรคการเมืองที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยทุกคนมีมุมมองเกี่ยวกับการปฏิรูปทางการเมือง มีนัยยะว่าหากพวกเขาขึ้นมาปกครองบ้านเมือง และเข้ามาอยู่ในระบบแล้ว คงไม่ขัดกับการปฏิรูปการเมือง นอกจากนี้ยังพบว่าฝ่ายการเมืองในฐานะที่เป็นนักเมืองก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และตามกฎหมายโดยไม่มีข้อต่อรองใดๆ แม้บางเรื่องจะไม่เห็นด้วยหรือไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แต่ก็พร้อมที่จะปรับตัว ซึ่งคนที่เข้าหารือมีความต้องการเห็นการเลือกตั้งครั้งนี้นำไปสู่ความสงบ สันติ และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับฟังความคิดเห็นทั้งจากพรรคการเมืองที่ตัวเองชื่นชอบ และพรรคที่ตัวเองไม่นิยม ซึ่งถือว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี โดยนักการเมืองพร้อมยอมรับผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าผลการเลือกตั้งนั้นจะทำให้ตัวเองเป็นรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองอื่น หรือพรรคที่เชื่อว่าจะเป็นพรรคของรัฐบาล เขาก็จะเปิดโอกาสให้มากที่สุดเพื่อทำให้บ้านเมืองมีทางออก โดยไม่มีพรรคใดตั้งเงื่อนไขว่าจะไม่ร่วมกับพรรคการเมืองใดในตอนนี้ โดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นบรรยากาศที่ดี เพราะต้องคิดถึงบ้านเมืองด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่จุดยืนหรืออุดมการณ์ของพรรคอย่างเดียว ไม่คิดถึงเรื่องอดีต ต้องคิดถึงเรื่องของอนาคต นายเอนก กล่าวว่า นอกจากนี้ผู้นำทางการเมืองทั้งหลายมีความเห็นและข้อเสนออย่างไม่เป็นทางการ หากมีโอกาสที่เหมาะสมก็อยากจะเข้ามาหารือร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปฯ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพรรครัฐบาลด้วย โดยอยากให้คณะกรรมการปฏิรูปฯ หาช่องทางในการหารือร่วมกันกับทุกฝ่าย ส่วนความต้องการที่จะหารือร่วมกับคสช.ยังไม่ทราบว่าจะหารือในประเด็นใด แต่ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่จะเป็นคนแปลกหน้าแล้วมาหาเสียงแข่งกัน “จากรัฐธรรมนูญได้บ่งชี้แล้วว่า ในที่สุดผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งจะต้องกลับเข้ามามีส่วนในอำนาจ จะมากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่ผลจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้หากมีพรรครัฐบาล หรือคนกลาง ก็จะต้องมีบทบาทในการบริหารประเทศร่วมกับผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นต้องมีการเตรียมการพูดคุยกัน ให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นชัยชนะของคนทั้งประเทศ มากกว่าชัยชนะของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่างไรก็ตามก็ต้องมีฝ่ายค้าน เพื่อให้ประชาธิปไตยเป็นไปอย่างสันติวิธี ตามความสมัครสมานของคนในประเทศ เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างรู้รักสามัคคี ซึ่งไม่ได้แปลว่าจะไม่ขัดแย้ง ตรวจสอบ กวดขัน แต่ทำด้วยสปิริตที่ว่าการเลือกตั้งคือการเมือง แต่หลังจากการเลือกตั้งคือบ้านเมือง” นายเอนก กล่าว นายเอนก กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพรรคใหญ่จะมีการจับมือร่วมกัน ในมุมมองของคนปฏิรูปมองว่ามีความเป็นไปได้ทั้งนั้น การเมืองตามหลักแล้วนั้น คือการทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ดังนั้นโอกาสที่สองพรรคจะร่วมมือกันก็เป็นไปได้ แต่ไม่ง่าย เพราะทั้งสองฝ่ายก็มีมวลชนของตัวเองชัดเจน ขึ้นอยู่กับว่ามวลชนของแต่ละพรรคจะคิดอย่างไร ซึ่งหากสองฝ่ายจะจับมือร่วมกันต้องไปพูดคุยกับมวลชนของแต่ละฝ่าย นั่นเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าใครจะจับมือกับใคร ตนคิดว่าเป็นการส่งสัญญาณความปรองดองทางการเมือง ซึ่งความไม่ลงรอยกันได้ลดลงไปแล้ว แต่ตนไม่กล้าสรุปว่าลดลงไปหมด หรือลดลงไปมาก ไม่กล้าสรุปถึงขนาดนั้น แต่พอสรุปได้อย่างปลอดภัย คิดว่าลดลงไปพอสมควรแล้ว ซึ่งเราก็ต้องปรับตัวปรับใจเข้ากับการเมืองที่จะมาถึงนี้ ไม่เช่นนั้น เราก็จะพาการเมืองให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก ประเทศก็ไม่มีทางออก ไม่มีทางไป ดังนั้นสิ่งที่เราไม่คิดไม่ฝันก็เตรียมที่จะเห็น ส่วนที่พรรคการเมืองทั้งสองพรรคมีแนวคิดจับมือกันเพื่อต้านไม่ให้มีรัฐบาลที่มาจากทหารนั้น ในแง่ของความเป็นจริงทั้งรัฐธรรมนูญ ทั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ คสช. ได้สร้างไว้ จะไม่มีทหารมาร่วมเลยก็คงยาก เมื่อถามว่าหลังจากที่เชิญกลุ่มการเมืองแล้วจะเชิญกลุ่มไหนให้ความคิดเห็นอีกหรือไม่ นายเอนก กล่าวว่า ก็มีความคิดอยู่ แต่เวลาเหลือน้อย ซึ่งในปลายเดือน ธ.ค.ก็ต้องสรุปทั้งหมดไปให้ประธานที่ประชุมร่วมของคณะปฏิรูปทุกชุด จากนั้นก็จะส่งให้กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งระหว่างนี้แผนก็ปรับเปลี่ยนได้ตลอด เพราะฉะนั้นก็จะต้องเร่งทำภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยจะเชิญผู้มีประสบการณ์ วิสัยทัศน์มาหารือกัน เพื่อให้การหารือเป็นไปอย่างใกล้ชิด ส่วนประเด็นในการหารือนั้น นายวันชัย สอนศิริ เป็นผู้ประสาน แต่น่าจะมีกำลังใจในการสนับสนุนสนใจโดยไม่น้อย ซึ่งการปฏิรูปการเมืองที่สำคัญที่สุด คือประชาชน แล้วประชาชนต้องปฏิรูปตัวเองจากภายใน และต้องหนักแน่นมั่นคง เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องของเรา ไม่ใช่เป็นเรื่องของนายกฯ หรือการเมือง หากคิดแบบนั้นก็จะเหมือนยุคก่อน ทั้งนี้เชื่อว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ต้องใช้เวลา และคนไทยมีอะไรดีๆ อยู่เยอะ เมื่อถามอีกว่า ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่ทำให้การปฏิรูปการเมืองที่ทำ 3-4 ประเด็น มีเรื่องไหนที่สำเร็จหรือไม่สำเร็จบ้าง หรืออยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ นายเอนก กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเขียนอยู่ ซึ่งภายในเดือนธ.ค.ก็จะมีรายละเอียดมากขึ้น ตนไม่ขอลงรายละเอียดมากเพราะอยู่ระหว่างการดำเนินการอยู่ เมื่อถามว่า ในการประชุมโฟกัสกรุ๊ปจะเชิญผู้มีอำนาจ คสช.หรือทหารมาร่วมประชุมด้วยหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาทหารถูกมองว่าเข้ามาทำลายการปกครอง นายเอนก กล่าวว่า มีการเชิญทหารเข้ามาร่วมประชุมด้วย ซึ่งทหารก็รู้ตัวว่าการเมืองก็กลับสู่ภาวะปกติ ทหารไทยมีข้อดีอย่างหนึ่ง คือไม่คิดที่จะอยู่ในอำนาจอย่างถาวร ไม่เหมือนกับทหารในประเทศอื่นๆ รวมถึงเงื่อนไขที่เข้ามาไม่ได้เป็นความต้องการของทหารเอง มันอยู่ที่สังคมที่เรียกร้องอยากให้เข้ามาจัดการเรื่องที่ระบบปกติไม่สามารถจัดการได้ และสิ่งที่เมื่อสิ่งที่ประชาชนคาดหวังจะให้ทหารทำเสร็จแล้ว ประชาชนก็อยากให้ทหารกลับ ซึ่งหมายความว่าประชาธิปไตยไทยมีความมั่นคง อย่างไรก็ต้องปกครองแบบประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยของเรามีความพิเศษในแบบของเรา ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวก่อนเข้าแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมการปฎิรูปฯ ว่าความสำคัญของการปฎิรูป ที่ขณะนี้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า ต้องช่วยกันปฎิรูป เพราะปัญหาการเมืองของไทยที่ดำรงอยู่เกือบ 10 ปี และขณะนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเทคโนโลยี ซึ่งส่งผลต่อทางด้านเศรษฐกิจ และการเมือง หากเราไม่ปรับตัวก็จะสูญเสียโอกาสในการแข่งขั้นได้ ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการปฎิรูปกำหนดประเด็นในการหารือ โดยเฉพาะเรื่องรัฐธรรมาธิปไตย ตนก็เห็นว่าสอดคล้องกับดุษฎีนิพนธ์ที่ตนกำลังทำอยู่ เรื่องการเมืองวิถีพุทธ ซึ่งจะมีแก่นเรื่องธรรมาภิบาลคล้ายกับประเด็นของคณะกรรมการปฎิรูป ในวันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีในการมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องการปฎิรูป และหลักธรรมาธิปไตย เมื่อถามถึงแนวคิดการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปปัตย์และเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เห็นว่ากรณีนี้อาจเป็นความเห็นของฝ่ายที่มีแนวคิดประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคต หลังการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่ตนเห็นว่าพรรคการเมืองควรดำเนินการก่อนการเลือกตั้ง ควรหาแนวทางร่วมกันในการคืนสู่ประชาธิปไตยอยู่แท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยแค่เปลือก หรือ ชื่อ หรือหลังเลือกตั้งแล้วเป็นประชาธิปไตยไม่เต็มใบ ควรใช้โอกาสนี้ในการที่จะคืนสู่ประชาธิปไตย ทั้งนี้แกนนำพรรคเพื่อไทย เชื่อว่ากระบวนการไม่น่าจะเป็นอุปสรรคที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง ถ้าตั้งใจให้การเลือกตั้งเป็นไปตามระยะเวลา แต่ กฎ เกณฑ์ และกฎหมายลูกที่ออกมาควรจะเดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงด้วย