"เพื่อไทย" จี้ "ประยุทธ์" เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ-เยียวยาปชช. หลังน้ำลด
วันที่ 8 พ.ย.65 ที่พรรคเพื่อไทย นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.มหาสารคาม คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ทุกวันนี้รุมเร้าทำให้ประชาชนอ่อนแอเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วม ปัญหาเศรษฐกิจ น้ำมันปรับเพิ่มราคาขึ้นทุกวัน แต่รายได้นั้นคงที่ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งทำงานแก้ปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนมากขึ้นกว่านี้ ช่องทางการหารายได้ให้ประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข นโยบายหรือแนวทางการทำงานที่พรรค ไทยรักไทย พลังประชาชนที่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหา ทำให้ประชาชนมีรอยยิ้มรัฐบาลก็ควรที่จะนำมาใช้ในการบริหารประเทศ ดีกว่าการออกนโยบายกฎกระทรวงขายที่ดินให้ต่างชาติ การกระตุ้นและการพัฒนาเศรษฐกิจให้ประเทศมีความมั่นคงนั้น คือการพัฒนาฐานรากของประเทศให้มีความแข็งแรง การพัฒนาส่งเสริมสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่รัฐบาลไทยรักไทยทำไว้แต่เดิมนั้นเป็นการกระตุ้นแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจจากรากหญ้าสู่ยอดไผ่ ประชาชนแข็งแรง เศรษฐกิจดี ประเทศชาติก็แข็งแรง อย่างเช่น พ.ร.บ.สุรา รัฐบาลควรส่งเสริมสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นในด้านนี้ มากกว่า การผูกขาดเพื่อเอื้อกลุ่มทุนใหญ่เท่านั้น
นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2544 รัฐบาลท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้มีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน หนึ่งในนั้นคือการส่งเสริมให้มีการผลิตสุราแช่ชนิดสุราผลไม้ สุราแช่พื้นเมือง และ สุรากลั่น ซึ่งล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทยที่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ จำหน่ายสุราพื้นเมือง ส่งผลให้มีโรงงานสุราเกิดขึ้นจานวนมากในชุมชนต่างๆ หากนโยบายสุราหมักแช่เสรีนี้ไม่ถูกขัดขวาง ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อย สามารถผลิตและอุตสาหกรรมการผลิตสุราอาจได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สร้างผู้ประกอบการรายย่อยให้แข็งแรง ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมสุรา เพราะมีพื้นฐานจากการเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีผลผลิตทางการเกษตรหลากหลาย ทั้งผลไม้นานาชนิด มีวัตถุดิบนำ้ตาลหลากหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวัตถุดิบในการผลิตสุราที่ดีแทบทั้งสิ้น ทั้งนี้ยังไม่รวมภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทยในการผลิตสุรา หากอุตสาหกรรมสุราได้รับการสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การขยายไปสู่อุตสาหกรรมสุราอื่นๆ นี่คือเพียงหนึ่งนโยบายพัฒนาด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาลนายกฯทักษิณได้ทำไว้ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศในขณะนั้น มีความแข็งแรง ดังนั้น การพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงแข็งแรงอย่างแท้จริง จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้มีความแข็งแรงจากภายใน ดีกว่าการอาศัยเพียงทุนและกำลังจากการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภายนอกประเทศ
"ปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ขณะนี้กาลังคลี่คลาย ระดับน้ำกำลังลดและเข้าสู่ภาวะปกติ จึงขอให้รัฐบาลเร่งรัดการชดเชยช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการชดเชยด้านที่อยู่อาศัย และด้านการเกษตร เพราะเมื่อน้ำลดในระดับที่สามารถเพาะปลูกได้ประชาชนก็จะลงมือทำการเกษตรในทันที เงินชดเชยนี้ก็จะได้ทันต่อการเป็นทุนในการเพาะปลูกหลังน้ำลด ที่สาคัญขอให้รัฐบาลชดเชยให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันด้วย ประชาชนจะได้ไม่
ลำบากจนเกินไป"นพ.กิตติศักดิ์ กล่าว