"ศรีสุวรรณ" เผยศาลปกครองสูงสุด สั่งกลับคำสั่งศาลกลาง "คดียาเส้น"
วันที่ 17 ม.ค.65 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 10.00 น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 252/2563 คดีหมายเลขแดงที่ 300/2563 ระหว่าง สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ 1 กับพวกรวม 28 คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ 1 กับพวกรวม 28 คน ฟ้องว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณี ผู้ถูกฟ้องคดีใช้อำนาจโดยพลการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทยาเส้นหรือยาเส้นปรุง พ.ศ.2562 โดยมิได้รับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีที่เป็นเจ้าของกิจการดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนเสียหาย
ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากผู้ฟ้องคดีทั้งยี่สิบแปดฟ้องว่า สืบเนื่องจากได้มีการตรา พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 รักษาการตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ใช้อำนาจในการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทยาเส้นหรือยาเส้นปรุง พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 270 วันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
การที่ผู้ฟ้องคดีที่ 2 ถึงผู้ฟ้องคดีที่ 28 โดยผู้ฟ้องคดีที่ 1 ยื่นฟ้องคดีต่อศาลเมื่อวันที่ 12 ก.พ.63 จึงเป็นการยื่นฟ้องเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ.2542 เมื่อการฟ้องคดีนี้มิใช่คดีปกครองเกี่ยวกับการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะหรือสถานะของบุคคลที่จะยื่นฟ้องคดีเมื่อใดก็ได้ ตามมาตรา 52 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว และเมื่อได้ความว่า ผู้ฟ้องคดีที่ 2 และผู้ฟ้องคดีที่ 4 ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาเส้นเคยมีหนังสือ ลว. 10 ก.ค.62 ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ทบทวนและยกเลิกการออกประกาศฉบับพิพาท กรณีจึงไม่มีเหตุจำเป็นอื่นใดอันเป็นอุปสรรคขัดขวางจนทำให้ผู้ฟ้องคดีที่ 2 ถึงผู้ฟ้องคดีที่ 28 ไม่อาจยื่นฟ้องภายในกำหนดระยะเวลาการฟ้องคดีนี้ได้ ศาลจึงไม่อาจใช้ดุลพินิจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ถึงผู้ฟ้องคดีที่ 28 โดยผู้ฟ้องคดีที่ 1 ไว้พิจารณาได้ ตามมาตรา 52 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ พ.ศ.2542 ประกอบข้อ 30 วรรคสอง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2543
แต่ปรากฎว่าศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งในวันนี้ว่า ไม่เห็นพ้องด้วยกับคำสั่งของศาลปกครองกลาง เนื่องจากการฟ้องเพิกถอนกฎกระทรวงดังกล่าวอันมีลักษณะเป็นกฎทางปกครอง ต้องยื่นฟ้องภายใน 90 วันนับแต่รู้เหตุ ซึ่งกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 270 วันนับแต่วันถัดจากประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งให้ถือว่าเป็นวันเริ่มนับระยะเวลา 90 วัน ซึ่งสมาคมฯและชาวบ้านนำความมาห้องภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย จึงมีคำสั่งใหม่ให้รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีมาไต่สวนและพิพากษาตามคำขอท้ายคำฟ้องต่อไป นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด