“ไพศาล” ชี้ อย่าตีกิน อ้างเจรจา จีน นำเข้าสินค้าเกษตรไทย บอกเขาเปิดมานานแล้ว แนะ เร่งเชื่อมเส้นรถไฟทางสายไหม จากหนองคาย เข้าประเทศเมืองคุนหมิง
วันที่ 2 ม.ค.2565 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol ระบุว่า “ การส่งสินค้าเกษตรไทยเข้าจีนที่กวางสี เป็นความอัปยศแห่งชาติ 1 ประเทศไทยอย่าดีใจได้ปลื้มและใครก็อย่ามาอวดอ้างตีกินว่า เจรจากับจีนสำเร็จ โดยให้ไทยส่งสินค้าเกษตร เข้าประเทศจีนที่ด่านผิงสิงก่วน พี่น้องประชาชนและเกษตรกรอย่าไปหลงเชื่อเด็ดขาด 2 ด่านผิงสิงก่วนเป็นด่านชายแดนของประเทศจีนที่มณฑลกวางสี เป็นเขตเศรษฐกิจการค้าพิเศษ โดยรวมพื้นที่ 3 ด่านชายแดนของจีนย่านนั้นเป็นเขตการค้าเดียวกัน และเปิดให้นำเข้าสินค้าจากเวียดนาม เข้าไปยังประเทศจีน มาห้าปีแล้วโดยเก็บภาษีอัตราเดียว 4% ทำให้สินค้าจากประเทศเวียดนามสามารถเข้าสู่จีนได้โดยเสียภาษีในอัตราพิเศษ
3 ถ้าประเทศไทยจะขนส่งสินค้าเกษตรไปยังด่านสิงผิงก่วนที่กวางสี ก็ต้องขนโดยทางรถยนต์ผ่านหนองคาย ข้ามแม่น้ำโขงไปยังเวียงจันทน์ ผ่านกลางประเทศลาว ไปยังชายแดนเวียดนามที่เมืองดั่งดง จากนั้นก็ขนของจากรถยนต์ขึ้นรถไฟที่สถานีดั่งดง วิ่งผ่านกลางประเทศเวียดนาม ขึ้นไปยังมณฑลกวางสีของจีนที่ด่านผิงสิงก่วน ต้องผ่านด่านศุลกากรทั้งของลาวเวียดนามและจีน รวม 3 ด่าน ต้องเสียเบี้ยใบ้รายทางหลายต่อ ต้องยกของขึ้นลงมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น การขนส่งสินค้าเกษตรโดยเส้นทางสายนี้จึงเป็นความอัปยศของประเทศไทย และไม่ได้มีใครไปเจรจาหรอกเพราะเขาเปิดอยู่นานแล้ว จึงไม่ใช่ความสำเร็จ หรือประโยชน์ใดๆของไทยเลย
4 ถ้าจะทำให้การขนส่งสะดวกและเป็นประโยชน์แก่ประเทศไทยมากที่สุด ก็ต้องเร่งเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเส้นทางสายไหม จากหนองคายข้ามแม่น้ำโขงไปยังเวียงจันทน์ระยะทาง 16 กิโลเมตร เข้าประเทศจีนที่เมืองคุนหมิง ส่งไปขายทั่วประเทศจีนหรือทั่วโลกต่อไปก็ได้ ซึ่งสะดวกรวดเร็วและไม่ต้องเสียเบี้ยใบ้รายทางให้ใคร และผ่านด่านศุลกากรเฉพาะที่หนองคายที่เดียวเมื่อเชื่อมต่อรถไฟสายนี้จากหนองคายมายังอุดรขอนแก่นโคราช ก็สามารถขนส่งจากสถานีต่างๆไปยังปลายทางก็ได้ทั้งนั้น ทำไมจึงไม่ทำ!!! นี่ก็เป็นความอัปยศแห่งชาติอีกเรื่องหนึ่ง