“กอบศักดิ์” เผย นักลงทุนญี่ปุ่นเชื่อมั่นประเทศไทยเพิ่มขึ้น จ่อจัดสัมมนาการลงทุนในไทย - อินโดจีน
วันที่ 5 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (รองนายกฯ สมคิด) กล่าวว่า วันนี้นายชินจิ นาคาโนะ ประธานหอการค้าญี่ปุ่นในประเทศไทย ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมแสดงความยินดี และหารือเรื่องการสนับสนุนการลงทุนของคนญี่ปุ่นในประเทศไทย ซึ่งการหารือมี 3 เรื่องที่สำคัญ คือ
1. ประเทศญี่ปุ่นคาดหวังให้ไทยขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่องจากนโยบายที่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องไทยแลนด์ 4.0 เรื่องโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งนี้นายสมคิด ยืนยันว่าประเทศไทยมีการเปลี่ยนรัฐบาลจริง แต่นโยบายต่างๆ จะเดินหน้าตามสิ่งที่ได้ทำมาอย่างเต็มที่ และจะเพิ่มนโยบายเสริมจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ซึ่งทางญี่ปุ่นก็มีความสบายใจ
2. เรื่องนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังผันผวน และมีปัญหาเรื่องสงครามการค้าที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้นายสมคิด ได้ให้ความมั่นใจกับญี่ปุ่นว่านโยบายต่างๆ จะก้าวไปข้างหน้า และประเทศไทยมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจขึ้น เพื่อให้นโยบายเศรษฐกิจดำเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ
3. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของคนญี่ปุ่นในประเทศไทย เขาอยากให้ประเทศไทยสร้างความสะดวกสบายในการดำเนินธุรกิจกับเขาต่อไป ทั้งเรื่องการลงทุน การคืนภาษี หรือการส่งสินค้าข้ามไปยังประเทศเพื่อบ้าน ซึ่งนายสมคิดได้ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญของประเทศไทยอยู่แล้ว
นายกอบศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เขาได้เชิญให้เราไปเยี่ยมประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราตั้งใจจะไปหารือ และพบกับผู้นำของคนญี่ปุ่น และอาจมีการจัดสัมมนาสำคัญเรื่องของการลงทุนในประเทศไทย และในอินโดจีนทั้งหมด ซึ่งการชักชวนครั้งนี้ ไม่ใช่ชักชวนมาลงทุนทำมาหากินกับคนไทย แต่ชักชวนให้มาใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการทำมาหากินกับอินโดจีนทั้งหมด เป็นภูมิภาคที่มีการขยายตัวอย่างกว้างขวาง อย่างที่นายกฯ ซึ่งเรากำลังดูรายละเอียดว่าจะจัดวันไหนอย่างไร ขณะเดียวกันก็รอให้ญี่ปุ่นหาวันที่เหมาะสม เพราะเขาก็กำลังมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล
นอกจากนี้จากการทำแบบสำรวจความมั่นใจของนักลงทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย พบว่านักลงทุนญี่ปุ่นมองว่าครึ่งหลังของปีนี้ดีกว่าปีแรก นักลงทุนมีความมั่นในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งปัญหาที่นักลงทุนกังวลคือเรื่อง ค่าเงินบาทแข็งค่า เรื่องการชะลอตัวลงของประเทศจีน และสงครามการค้าระหว่างจีน และสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามตนคิดว่าการที่เขาทำแบบสำรวจช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนั้น เป็นช่วงที่ประเทศไทยมีคำตอบเรื่องรัฐบาลอย่างชัดเจน ทำให้นักธุรกิจญี่ปุ่นในประเทศไทย มีความเชื่อมั่นว่าสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และนโยบายต่างๆ มีความเป็นไปได้ว่าจะเดินไปตามรูปแบบเดิมที่เราตั้งใจไว้