"กนก" หนุนข้อเสนอเภสัชฯให้รัฐเร่งลดขั้นตอนอนุมัติยาสู่ตลาดของอย. หวั่น Favipiravir ขาดแคลน

การเมือง3 ส.ค. 2564 • 06:50 น.
"กนก" หนุนข้อเสนอเภสัชฯให้รัฐเร่งลดขั้นตอนอนุมัติยาสู่ตลาดของอย. หวั่น Favipiravir ขาดแคลน
"กนก" หนุนข้อเสนอเภสัชฯให้รัฐเร่งลดขั้นตอนอนุมัติยาสู่ตลาดของอย. หวั่น Favipiravir ขาดแคลน หลังผู้ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด ส่อต้องใช้มากถึงเดือนละ 30 ล้านเม็ด แนะดักทางปัญหา ดีกว่าตามแก้ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.นายกนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงมาตรการ Home Isolation เพื่อลดภาระระบบสาธารณสุขเป็นเรื่องที่ดี แต่ได้รับเสียงสะท้อนว่าระบบนี้ยังไม่ได้ผลในทางปฏิบัติ ทั้งอาหารสามมื้อ วิดิโอคอลประเมินอาการวันละสองครั้ง ไปจนถึงยา ยังไม่ถึงมือผู้ป่วย เป็นเรื่องที่หน่วยงานปฏิบัติอย่าง สปสช.ต้องเร่งประเมินว่า ไปเกิดคอขวดตรงไหน ทำไมการจัดส่งยา และความช่วยเหลือไปถึงผู้ป่วยจึงล่าช้า จะสร้างเครือข่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเพิ่มพลังและศักยภาพในการช่วยเหลือประชาชนอย่างไร เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ต้องรีบตีให้แตก เพราะลำพังมือของราชการไม่เพียงพอที่จะโอบอุ้มประชาชนอีกต่อไปแล้ว ที่สำคัญคือยา Favipiravir ซึ่งความต้องการจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประเมินจากสภาเภสัชกรรมว่า หากผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 18,000-20,000 คนต่อวัน จะมีความต้องการใช้ยาชนิดนี้มากถึงเดือนละ 30 ล้านเม็ด ในขณะที่องค์การเภสัชกรรมให้ข้อมูลว่าในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีการจัดหายา Favipiravir เข้ามาแล้ว 13 ล้านเม็ด และในเดือนนี้จะเพิ่มอีก 43.1 ล้านเม็ด มีคำถามว่าจะมาตามนัดหรือไม่ มีแผนสำรองไม่ให้เกิดการขาดแคลนอย่างไร เพราะแม้แต่ในเฟซบุ๊กโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ ก็ยังแสดงความกังวลว่า ในสัปดาห์หน้าอาจเข้าสู่ภาวะยา Favipiravir ขาดแคลน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า อยากให้ภาครัฐมีแผนสำรองก่อนเกิดปัญหา และที่สำคัญคือเมื่อองค์การเภสัชกรรมผลิตยาชนิดนี้ได้เองแล้ว ต้องเร่งผลิตให้ได้โดยเร็ว ตามแผนที่บอกว่าจะผลิตให้ได้ 23 ล้านเม็ดในเดือนกันยายนและ 40 ล้านเม็ดต่อเดือนในเดือนตุลาคม อาจช้าเกินไป เพราะในเดือนนี้ผลิตได้เพียงแค่ 2.5 ล้านเม็ดเท่านั้น ที่สำคัญอยากให้รัฐบาลเร่งออกนโยบายตามข้อเสนอของสภาเภสัชกรรม ด้วยการปรับขั้นตอนการอนุมัตินำยาออกสู่ตลาดของ อย. ให้ทำคู่ขนานไปกับการกระจายยาสู่ตลาด เพื่อให้สามารถเร่งยาออกสู่ตลาดเร็วขึ้น ในสถานการณ์ฉุกเฉิน และเร่งด่วน เร่งรัดให้มีการผลิตยาทั้งหมดภายในประเทศ แทนการนำเข้า เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางยา หากองค์การเภสัชกรรมจะผลิตยา Favipiravir ทั้งหมดเอง ต้องมีแผนสำรองไม่ให้กระทบกับการผลิตยาจำเป็นอื่น ๆ จึงควรมีแผนการในการผลิตและประกาศรายการยาที่จะให้โรงงานอุตสาหกรรมผลิตยาภายในประเทศช่วยผลิตยาจำเป็นอื่น ๆ ทดแทน เพื่อป้องกันการขาดแคลนยาจำเป็นรายการอื่นลง