บิ๊กป๊อกโยนกกต.เคาะลต.ผู้ว่าฯ

การเมือง7 มี.ค. 2565 • 17:15 น.
บิ๊กป๊อกโยนกกต.เคาะลต.ผู้ว่าฯ
"บิ๊กป๊อก" ชี้กินข้าวกลางวัน"3 ป." เป็นเรื่องปกติ บอกการเมืองต้องเดินไป ยันมีงบพร้อมจัดเลือกตั้ง"ผู้ว่าฯ กทม.-พัทยา" ชงครม.ไฟเขียว รอกกต.เคาะวันเลือกตั้ง 29พค.หรือไม่ "อัศวิน"บอกยังไม่ถึงเวลาตัดสินใจชิงผู้ว่าฯ "สกลธี"ลาออก"รองผู้ว่าฯ" เตรียมเปิดตัวสู้ศึกสนามกทม. ด้าน"วิษณุ" ระบุร่างกฎหมายลูก พรรคร่วมฯเปิดกว้าง จะแก้อย่างไรก็ได้ ขออย่าขัดกับรัฐธรรมนูญ 3 มาตรา โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทาราศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.65 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการร่วมรับประทานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มูลนิธิป่ารอยต่อเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า อร่อยดี ปกติก็รับประทานอาหารร่วมกันเป็นระยะอยู่แล้ว ทานเป็นเพื่อนกันบ้าง คุยกันบ้าง ไม่มีอะไรที่เป็นประเด็น ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์การเมืองที่ถูกประเมินมีแนวโน้มจะมีการยุบสภาก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นั้น พล.อ.อนุพงษ์ (หัวเราะ) พร้อมกล่าวว่า การเมืองก็ต้องเดินไป ส่วนเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร สภาจะเสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เป็นเรื่องของสภา รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตอบ สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนว่าดำเนินการไปตามครรลองของประชาธิปไตย ส่วนกังวลใจกับการอภิปรายหรือไม่นั้น ไม่ขอตอบ สำหรับความคืบหน้าการพิจารณาการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา นั้น พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบ คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม.วันอังคารที่ 8 มี.ค.นี้ โดยการดำเนินการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เหลืออยู่ 2 รูปแบบ คือ กทม. และเมืองพัทยา ขณะนี้เรามีความพร้อมทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้ง การสำรวจจำนวนราษฎร และการตั้งงบประมาณท้องถิ่น ส่วนวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยา จะเป็นวันที่ 29 พ.ค.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ต้องแยกออกแบบนี้ว่าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยคือ เสนอให้ครม.พิจารณา เมื่อครม.พิจารณาเห็นชอบ แต่การประกาศวันเลือกตั้งเป็นหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงขอให้ไปถามกกต.หากครม.ได้มีมติออกมาเพื่อให้จัดการเลือกตั้ง เราก็จะแจ้งเรื่องนี้ไปที่กกต. เพราะหน้าที่กกต.เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง ซึ่งเรื่องนี้มีความสำคัญเพราะจะส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งปัจจุบันต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของกกต.ทั้งประกาศและกำหนดวันเลือกตั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. เดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาเข้าพบประมาณ 30 นาที โดยไม่มีการบรรจุในวาระ คาดพูดคุยถึงเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่รัฐบาลจะจัดให้มีการเลือกตั้งในช่วงปลายเดือนพ.ค.โดยในวันที่ 8 มี.ค. กระทรวงมหาดไทยจะรายงานให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางกระแสข่าวว่าพล.ต.อ.อัศวินจะลงสมัครชิงผู้ว่ากทม. ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายกฯ ว่า ไม่มีการหารือเรื่องเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.แต่อย่างใด คุยแต่เรื่องการแก้ไขปัญหาโอไมครอน เรื่องโควิดเท่านั้น และนายกฯไม่ได้สอบถามตนถึงอนาคตทางการเมือง ยืนยันตนยังทำหน้าเป็นผู้ว่าฯกทม. เพราะยังไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เมื่อไหร่ และขณะนี้ตนก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงหรือไม่อย่างไร ขอรอดูความชัดเจนวันเลือกตั้งก่อน เมื่อถึงเวลานั้นค่อยคิดอีกที การตัดสินใจไม่ใช่เรื่องยาก นาทีเดียวก็สามารถตัดสินใจได้แล้ว เมื่อมีการประกาศให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ตนจะให้คำตอบ รอให้เขาประกาศก่อน ด้าน นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม.โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ "เกือบ 4 ปีแล้วครับ ที่ผมได้มีโอกาสเข้ามาบริหารราชการในฐานะรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร? วันเวลาผ่านไปเร็วมากๆ คงจะเหมือนที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเสมอ? เพราะสำหรับผมมันไม่เหมือนการมาทำงาน แต่มันเป็นความสุขทุกวันที่ได้มาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้แก้ไขปัญหา และพัฒนางานด้านต่างๆ ในภารกิจที่ผมได้รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแก้ไขเรื่องร้องเรียนและเดือดร้อนของพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครที่ได้กรุณาแจ้งมา ซึ่งผมและเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครได้พยายามช่วยอย่างเต็มที่ในทุกๆ เรื่อง ในโอกาสนี้ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีและท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ได้ให้โอกาสผมในการทำงานซึ่งเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากสำหรับผม รวมถึงขอขอบคุณบุคลากรของกรุงเทพมหานครทุกคนที่ได้ร่วมกันทำหน้าที่แก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครอย่างเต็มความสามารถ?ทุกคนตั้งใจทุ่มเทจริงๆ ครับ หลายปีที่ผ่านมา มีหลายสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครของเราครับ แต่อย่างไรก็ตามผมเห็นว่ายังมีอีกหลายด้านที่สามารถทำให้ "ดีกว่านี้ได้" ทั้งในด้านกายภาพและคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพมหานคร ผมเชื่อมั่นมากครับว่ากรุงเทพมหานครของเรา "ดีกว่านี้ได้" ในหลายๆ ด้าน ดังนั้น ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่จะเกิดขึ้นอันใกล้นี้ ผมพร้อมและขออาสาเสนอตัวเป็นผู้สมัครในนาม "อิสระ" โดยจะใช้ประสบการณ์และหลายๆ สิ่งที่เก็บสะสมมาและอยากจะทำ ซึ่งผมอยากจะขอแรงสนับสนุนจากพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ให้โอกาสผมและทีมงานได้รับใช้ทุกท่านด้วยนะครับ ทั้งนี้ ผมได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันนี้ (7 มี.ค.2565) ซึ่งมีผลทันทีครับ โดยผมจะแถลงเปิดตัวการลงสมัครอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งนำเสนอนโยบาย ทีมงานและมุมมองของผมในการทำกรุงเทพมหานครให้ "ดีกว่านี้ได้" ต่อไป แล้วพบกันนะครับ ขอบพระคุณทุกกำลังใจที่มีให้เสมอมา รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า ก่อนที่นายสกลธีจะลาออกจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. และประกาศลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระนั้น ได้มีผู้ใหญ่ในพรรค พปชร.ทาบทามนายสกลธีให้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค พปชร. โดยได้มีการพูดคุยกัน และเมื่อช่วงปลายเดือนก.พ.65 ที่ผ่านมา กลุ่ม ส.ส.กทม.ของพรรค พปชร.ก็ได้นัดรับประทานอาหารกับนายสกลธี เพื่อหารืออีกทางหนึ่งด้วย รายงานแจ้งว่า ในการพูดคุย นายสกลธีให้เหตุผลว่า การทำงานการเมืองระดับประเทศกับการทำงานในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ในระดับท้องถิ่นนั้น มีบริบทที่แตกต่างกัน และเชื่อว่าการลงสมัครในนามอิสระจะตอบโจทย์นโยบายที่จะใช้ในการหาเสียงและการทำงานในอนาคตมากกว่า รวมทั้งยังเป็นการเปิดกว้างที่จะดึงคนที่มีความสามารถเข้าร่วมงานโดยไม่ติดโควตาพรรค จึงตัดสินใจลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระดังกล่าว ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่?) พ.ศ. ? และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่?) พ.ศ. ? เตรียมแปรญัตติใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบจัดสรรปันส่วนผสม หรือ Mixed Member Proportional (MMP) โดยคำนึงถึงส.ส.พึงมี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 ว่า ได้อ่านข้อเสนอแล้ว แต่ไม่ทราบเรื่องและไม่เข้าใจคืออะไร และไม่เข้าใจว่าจะทำได้อย่างไร เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะกลับมาใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม นายวิษณุ กล่าวว่า ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลที่ นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เขียนเปิดกว้าง ใครจะแก้อย่างไรก็แก้ได้ทั้งนั้น และใช้ร่างนี้เป็นหลักด้วย ไม่ใช่ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก แต่อย่าให้ไปขัดกับรัฐธรรมนูญ 3 มาตรา ตนพูดได้แค่นี้ เพราะไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรกัน แต่จะทำอย่างไรยังคิดไม่ออก ผู้สื่อข่าวถามว่า สูตรการคำนวณของนพ.ระวีต้องการใช้จำนวนส.ส.ทั้งสภาผู้แทนราษฎร หรือ 500 คน มาหาร จะเป็นไปได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่รวมความแล้วอย่าให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ 3 มาตรา เมื่อถามย้ำว่า จะถือว่าสวนทางกับร่างของคณะรัฐมนตรี ที่เสนอหารด้วยจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือ 100 คน หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นคนละสูตรกัน แต่เมื่อใช้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเป็นหลักจึงจะสามารถจะแก้ไขได้ แต่แก้อย่างไรตนคิดไม่ออก คิดไม่เป็น เมื่อถามว่า มีข้อเสนอแนะจะแก้ไขอย่างไรไม่ให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปถามเจ้าของความคิด นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวถึงกรณีที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เตรียมเสนอคำแปรญัตติขอใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยให้เป็นระบบปันส่วนผสม ว่า การเสนอคำแปรญัตติดังกล่าวสามารถเสนอได้ตามสิทธิของส.ส. อย่างไรก็ดีในชั้นกมธ.ต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นว่าคำแปรญัตติดังกล่าวจะขัดกับรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่1) พ.ศ.2564 มาตรา 91 หรือไม่ เพราะมีเนื้อหาที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าการคำนวณสัดส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ให้นำคะแนนของแต่ละพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งมารวมกัน แล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกตั้งของพรรคการเมือง เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์โดยตรงกับคะแนนรวมข้างต้น "เจตนารมณ์ของมาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญที่แก้ไข คือให้หารด้วยจำนวน 100 คน เพื่อให้เป็นสัดส่วนที่สัมพันธ์โดยตรง ไม่ใช่ใช้จำนวน 500 คน ซึ่งเป็นโดยอ้อม ส่วนที่มีการอ้างถึงถ้อยคำในมาตรา 93 และมาตรา 94 ของรัฐธรรมนูญนั้น ในชั้นการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรรมาธิการฯ เห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกัน และแม้ไม่แก้ไขจะไม่มีผลในทางบังคับใช้ เหมือนเป็นไส้ติ่งเท่านั้น มาตรา 93 และมาตรา 94 เป็นบทบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกับบัตรเลือกตั้งใบเดียว และกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญเคยแก้ไขแล้ว แต่ถูกร้องว่าส่อขัดหลักการ จึงตัดออกภายหลัง แต่ในที่ประชุมมองว่าแม้คงไว้ไม่มีผลใดๆ ทิ้งไว้แบบเดิมไม่มีปัญหา" นายนิกร กล่าวต่อว่า ถ้ามีผู้เสนอคำแปรญัตติในประเด็นดังกล่าว กมธ.ต้องรับและพิจารณา แต่จะมีปัญหาว่ารับแล้วจะผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากผู้ที่เสนอคำแปรญัตติแพ้ในชั้นกมธ. สามารถสงวนความเห็นไปสู้ในที่ประชุมรัฐสภาได้ ส่วนกรณีที่นพ.ระวีใช้สิทธิยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่ารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขกระทบสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและพรรคการเมืองขนาดเล็กหรือไม่นั้น การทำงานของกมธ.ต้องเป็นไปตามกลไกของรัฐสภา จะหยุดพิจารณาไม่ได้ เมื่อถามว่า การเร่งพิจารณาร่างกฎหมายลูกจะสัมพันธ์กับกระแสเร่งรีบยุบสภาหรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า หากรีบสามารถเปิดวิสามัญได้ แต่หากไม่รีบรอการเปิดประชุมในสมัยสามัญ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ประชุมส่วนใหญ่จะพิจารณา ขณะที่กระแสข่าวยุบสภานั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติของสภาที่เกิดขึ้นได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะเข้าสู่ช่วงปีที่4ของสภา และเป็นครั้งสุดท้ายของฝ่ายค้านที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ดังนั้นต้องจัดเต็ม เพราะมีโอกาสเดียว ส่วนรัฐบาลต้องตั้งรับเต็มที่ ดังนั้นไม่มีกลิ่นยุบสภาอะไรทั้งสิ้น