บิ๊กตู่ปลุกพลังเงียบ
บิ๊กตู่ลุยหาเสียงจ.ชุมพร ปลุกพลังเงียบออกมาใช้สิทธิ์ เลือกพรรครทสช ลั่นเป็นรัฐบาลทุกอย่างดีขึ้นแน่นอน กกต.เตรียมระบบรายงานผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ มั่นใจเว็บไซต์ไม่ล่ม คะแนนชุดแรกเข้ามาไม่เกินหนึ่งทุ่ม พร้อมรายงานผล 95% สี่ทุ่ม ด้าน"สมาคมทนายความ" แถลงเตือน 250 ส.ว. สร้างรัฐบาลเสียงข้างน้อยอาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 10 พ.ค.66 นางสาวสุรณี ผลทวี รองเลขาธิการกกต. ประชาสัมพันธ์ระบบการรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไม่เป็นทางการผ่านระบบ ECT Report ร่วมกับสถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (สวข.) บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด(NT) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ
โดย นางสาวสุรณี กล่าวถึงภาพรวมของระบบการรายงานผลการเลือกตั้งว่า แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ภาพรวมทั้งประเทศ ผลเลือกตั้งระดับเขตจังหวัด และผลเลือกตั้งรายพรรคการเมือง ซึ่งจะเผยแพร่ให้เห็นถึงความคืบหน้าในการนับคะแนนจำนวนผู้มาใช้สิทธิในหน่วยเลือกตั้งที่นับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งการรายงานผลเลือกตั้งในระดับเขตจังหวัด จะแสดงผลเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่ได้คะแนนนำในเขตต่างๆ
ขณะที่ การรายงานผลเลือกตั้งรายพรรคการเมืองจะมีการแสดงข้อมูลพรรคการเมืองที่ได้คะแนนนำในเขตเลือกตั้งต่างๆ โดยจะแสดงออกมาผ่านแถบสีตามสีประจำแต่ละพรรคการเมือง พร้อมโลโก้ของพรรคการเมือง และแสดงจำนวนเขตที่แต่ละพรรคการเมืองได้ เปรียบเทียบกับจำนวนผู้สมัครที่พรรคการเมืองส่ง รวมถึงการแสดงผลคะแนนที่พรรคการเมืองนั้นๆ ได้ จากบัตรเลือกตั้งสีเขียว ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองสามารถนำคะแนนที่ได้ ไปคาดการณ์จำนวนที่นั่งในระบบบัญชีรายชื่อว่าจะได้กี่ที่นั่ง และยังแสดงรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคนั้นๆ ประสงค์เสนอชื่ออีกด้วย
ในส่วนของคะแนนชุดแรกที่จะเข้ามาในระบบ คาดว่าจะเป็นคะแนนที่มาจากหน่วยที่มีจำนวนผู้สามารถใช้สิทธิน้อยและเป็นคะแนนจากบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขต นอกเขต และนอกราชอาณาจักร โดยคะแนนจะเข้ามาในระบบไม่เกิน 19.00 น. และคาดว่าคะแนนทั้งประเทศจะเข้าสู่ระบบทั้งหมด ในเวลาประมาณ 22.00 น.
สำหรับความคลาดเคลื่อนของคะแนนที่เข้ามาในระบบ ทาง กกต. ยืนยันว่าจะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดโดยนำจำนวนคะแนนทั้งบัตรดี บัตรเสีย และบัตรที่ไม่ประสงค์ลงคะแนน มารวมกันเพื่อเปรียบเทียบกับจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ก่อนที่จะนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อให้ สวข. นำข้อมูลไปเผยแพร่บนหน้าเว็บไซต์ต่อไป
ในส่วนของแนวทางการวางระบบเพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก และป้องกันกรณีที่อาจจะทำให้เว็บไซต์ล่ม กกต.นั้น ชี้แจงว่าได้มีการเตรียมระบบสำรองเพื่อรองรับการเข้ามาใช้งานสูงถึงประมาณ 1 ล้านยูสเซอร์ต่อนาที ทั้งนี้ ได้มีการอ้างอิงข้อมูลจากการเลือกตั้งปี 2562 ที่มีคนเข้าใช้งานในระบบมากกว่า 600,000 ยูสเซอร์ มาเป็นบทเรียน ในการปรับปรุงระบบรายงานผลการเลือกตั้งในปีนี้
สำหรับระบบ ECT Report จะเปิดให้กับประชาชน และสื่อมวลชนสามารถเข้าไปใช้งานได้ภายในวันเลือกตั้ง และกกต. ยังเชื่อมั่นอีกว่า แม้สื่อมวลชนจะทำข้อมูลผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการแบบคู่ขนานไปกับระบบของกกต. หรือเชื่อมข้อมูลจากทางระบบของกกต.โดยตรง ก็จะสามารถมีช่องทางเพิ่มเติมให้กับประชาชนในการติดตามผลเลือกตั้งได้ โดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาในเว็บไซต์ของกกต.อย่างเดียว จนเกิดกรณีที่มีผู้ใช้งานมากจนเกินไป READ MORE
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ลาราชการ สวมเสื้อพรรค รองเท้าสีครีม ลงพื้นที่หาเสียงจ.ชุมพรต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง พร้อมด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ,นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค
เมื่อมาถึงสนามบิน อ.ประทิว จ.ชุมพร มีประชาชนชาวประทิวสวมเสื้อสีเหลืองมาต้อนรับ พร้อมมอบดอกไม้ให้กำลังใจ และขอถ่ายภาพ จากนั้นจุดแรกเวลา 09.15 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางพบปะประชาชนในพื้นที่ตลาดประทิว เพื่อหาเสียงช่วย นายสันต์ แซ่ตั้ง ผู้สมัครส.ส. เขต 2 จ.ชุมพร พล.อ.ประยุทธ์ขึ้นยืนปราศรัยบนรถแห่ กล่าวสวัสดีชาวชุมพร พร้อมกล่าวช่วงหนึ่งว่าการเรียนหนังสือสำคัญที่สุด เรียนแล้วต้องรู้จักคิดไม่อย่างนั้นจะถูกคนเข้ามาโกหกกล่อมเกา ซึ่งอันตรายสำหรับบ้านเรา ทั้งนี้วันที่ 14 พ.ค.อย่าลืมแต่งตัวสวยๆ ออกไปกาบัตรเลือกตั้ง อย่ากาผิด 2 บัตรสองใบ สีม่วงเบอร์ 12 สีเขียวเบอร์ 22 ต้องไปทั้งคู่ ให้ได้คะแนนเสียงซึ่งตนจะได้เข้ามาบริหารได้ ถ้าบริหารไม่ได้มันก็ลำบากในสภา วันนี้เราเป็นประชาธิปไตยเต็มใบแล้ว เดินหน้าประเทศพร้อมกันไปกับตน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เขาบอกรักน้อยๆแต่รักนานๆตนไม่เอา ตนเอารักมากๆแต่รักนานๆด้วย วันนี้มีเรื่องจะพูดเยอะแต่มันตื้นตัน รักจังฮู้ ที่มาเพราะแรงคิดถึง รักแรง ทั้งนี้ ตนทำมา 8 ปีตนรู้ปัญหา คือต้องหาเงินเข้ากระเป๋าไม่อย่างนั้นทำไม่ได้ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุด เงินกระเป๋าซ้ายก็ตุงขึ้นมาและจ่ายกระเป๋าขวาให้พวกเราดูแลสวัสดิการ ถ้าไม่มีสตางค์มันทำอะไรไม่ได้ มันดีแต่โม้กันทั้งนั้น
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้รักรวมไทยสร้างชาติ เราเป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ แต่รวบรวมคนเก่าและคนใหม่เข้ามา ทั้งหมดจะได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลอยู่ที่พวกเราทุกคน และช่วยกันไปเลือกตั้ง 14 พ.ค. ลากกันไปเลือกตั้ง เคาะข้างบ้านด้วย ใครไม่ไปชวนกันไป อนาคตประเทศไทยอยู่ที่มือของพวกเราทุกคน บ้านเมืองต้องมั่นคง สถาบันหลักของประเทศต้องมั่นคง ตนมีแต่ความจริงใจให้ท่าน ตนเป็นทหารเก่ามาทุ่มเททั้งชีวิตไปแล้วในการรักษาแผ่นดินผืนนี้ให้กับท่าน เราต้องช่วยกันรักษาต่อไปในสิ่งที่ดีงาม ถ้าอยากให้ตนเป็นนายกฯต้องเลือกกี่ใบ จำไว้ 2 เลข อย่าไปเดินชนอะไรแล้วลืมเบอร์ ช่วยกันส่งพลังเงียบออกมาได้หรือไม่ได้ ข้าราชการเกษียณว่าอย่างไร เราเป็นช้างป่วยหรือเปล่า เราเป็นช้างศึกไม่ใช่ช้างป่วยทำหน้าที่รับใช้แผ่นดินมาแล้วเท่าไหร่ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการดีๆมีเยอะแยะไป ขอให้ช่วยกันทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง
จังหวะนี้ประชาชนตะโกนถามพล.อ.ประยุทธ์ ว่างวดนี้ออกอะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เดี๋ยวถามกองสลากก่อน เขาเป็นคนหมุนเครื่องปั่น ตนไม่ได้ไปล้วงกับเขา ก็สุดแล้วแต่พวกเรา อย่าทุมเทมากนะ ตอนนี้รถมีหลายคันซื้อเบอร์กันทุกคัน เสียกันเยอะ ขณะที่ประชาชนตะโกนว่า ลุงตู่สู้ ๆ พล.อ.ประยุทธ์ จึงชูกำปั้นพร้อมกล่าวว่า สู้ตายๆ ไม่ใช่สิสู้ไม่ตาย พร้อมถามประชาชนสู้ไม่สู้ ๆๆ ประชาชนกล่าวว่า สู้ๆ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ทุกคนคืออนาคตของประเทศไทย ร่วมกันก้าวเดินไปพร้อมกับลุงตู่ ตนยืนยันถ้าได้เป็นรัฐบาลทุกอย่างต้องดีขึ้นแน่นอน
ด้าน นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่า ตามที่ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปทำนอง ว่า "รัฐบาลเสียงข้างน้อยต่อไปจะกลายเป็นเสียงข้างมากเอง ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ว่าจะเกิดการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยอาศัยเสียงของวุฒิสภา แล้วค่อยมารวบรวมเสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อไป นั้น"
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เห็นว่า แม้รัฐธรรมนูญจะบัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิออกเสียงลงมติให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจำนวนวุฒิสมาชิกที่มีเสียงรวมกันถึง 250 เสียง จะเป็นเสียงชี้ขาดให้กับบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่การออกเสียงลงมติดังกล่าวหากขัดกับเจตนารมณ์ของประชาชน อาจนำมาซึ่งความขัดแย้งทางการเมืองและอาจเกิดเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์ได้
การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้พรรคการเมืองมีสิทธิเสนอรายชื่อผู้ที่ประสงค์จะให้เป็นนายกรัฐมนตรี เจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการได้บุคคลจากพรรคการเมืองใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี จึงพิจารณาได้จากจำนวนของผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นได้มาจากการเลือกตั้ง
สมาชิกวุฒิสภาจึงควรให้ความเคารพต่อเจตนารมณ์ของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย ด้วยการลงมติให้ความเห็นชอบกับผู้ที่พรรคการเมืองที่รวบรวมเสียงข้างมากได้เป็นผู้เสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี อันเป็นสำนึกที่ดีงามตามครรลองของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ขอเรียนว่า แม้การออกเสียงลงมติให้ความเห็นชอบกับบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรี จะถือเป็นเอกสิทธิ์ของวุฒิสมาชิกตามรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่รัฐธรรมนูญก็เป็นเพียงกฎหมายที่เป็นเครื่องวัดการกระทำของคนเท่านั้น สำนึกที่ดีงามต่างหากที่เป็นเครื่องวัดถึงความเป็นคน ความชอบด้วยกฎหมายแต่ขัดต่อสำนึกที่ดีงาม จึงมิได้บ่งบอกว่าเป็นการกระทำที่เหมาะสมกับความเป็นคน
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกกต. ตรวจสอบ กรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด จำนวน 42,000 หุ้น ซึ่งเป็นบริษัทที่กำลังประกอบกิจการอยู่ มีผลประกอบกิจการผ่านงบการเงิน และยังเป็นบริษัทลูกของบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ห้ามไม่ให้ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. จะเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่
ดังนั้น เมื่อคุณพิธา เป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่อ และเป็นผู้ถูกเสนอชื่ออยู่ในบัญชีนายกฯเพียงคนเดียว จึงมีเหตุที่ต้องมาร้องกกต. ว่าเข้าลักษณะต้องห้ามเฉพาะตัวคุณพิธาหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าว
ทั้งนี้ แม้นายพิธาจะอ้างว่าเป็นมรดกก็ตาม ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจคล้ายกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถือครองหุ้น บริษัท วีลักซ์ มีเดีย จำกัด โดยขอให้ตรวจสอบว่า นายพิธา ถือหุ้นจำนวนดังกล่าวมาตั้งแต่เมื่อใด หากถือมาก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 จะเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามมาก่อนหรือไม่ การเป็น ส.ส. ที่ผ่านมา จะชอบหรือไม่ และเมื่อย้อนไปตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน ที่แจ้งต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 62 นายพิธา แจ้งเงินลงทุนไว้ 45 รายการ แต่ไม่พบการแจ้งหุ้นบริษัทไอทีวีฯ แต่อย่างใด
ต้องขอขอบคุณที่คุณพิธาเอง ก็ออกมาชี้แจงผ่านโซเชียลเมื่อวานว่า เป็นเรื่องที่เคยแจ้ง ป.ป.ช. ผมก็ขอบคุณที่ยอมรับกลายๆ ว่าถือหุ้น แต่หุ้นในนามใครเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ก็เป็นเรื่องของกฎหมาย คุณพิธาควรจะหารือเรื่องนี้กับกกต. ไม่ใช่ไปหารือ ป.ป.ช. ในเมื่อไม่มีการตรวจสอบเรื่องนี้ และความปรากฎ แม้อีกไม่กี่วันจะเลือกตั้งก็จำเป็น
นายเรืองไกร ยังเปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ยื่นเรื่องดังกล่าว กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบนายพิธา กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จจากกรณีดังกล่าวด้วย ดังนั้น หวังว่าทาง กกต. จะทำตามอำนาจหน้าที่โดยเร็ว เมื่อถามว่า การร้องในวันนี้เป็นการโจมตีก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า การร้องในวันนี้ ไม่เป็นการขัดขา เพราะเป็นการร้องในฐานะประชาชน ไม่เกี่ยวกับการโจมตีก่อนเลือกตั้ง ไม่ได้สนว่าร้องแล้วอีกฝั่งจะได้ประโยชน์หรือไม่