"หญิงหน่อย" จี้ มท. ปลดล็อกกฎหมาย แก้หลักเกณฑ์จ่ายเบี้ยคนชรา

การเมือง8 ก.พ. 2564 • 09:51 น.
"หญิงหน่อย" จี้ มท. ปลดล็อกกฎหมาย แก้หลักเกณฑ์จ่ายเบี้ยคนชรา
เมื่อวันที่ 8 ก.พ. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ปลดล็อกกฎหมาย แก้ปัญหาเรียกคืนเบี้ยชรา เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มสร้างไทย ได้เสนอหนทางแก้ไขปัญหาเรียกคืนเบี้ยยังชีพคนชรา ซึ่งกระทบกับผู้สูงอายุทั่วประเทศกว่า 15,000 คน เสนอให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขปรับปรุงระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ.2552 ข้อ 6 (4) ว่า ในการจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุ จะต้องไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากรัฐ เช่น ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ระเบียบดังกล่าวได้สร้างปัญหาให้กับผู้สูงอายุจำนวนมากที่จะถูกเรียกเงินคืนเพราะเป็นผู้ได้รับบำนาญ เช่น กรณีคุณยายที่ลูกชายเสียชีวิตจากคลังแสงระเบิด เป็นต้น สอดรับกับที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและหาทางออกร่วมกัน โดยมีมติ”ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือมหาดไทยไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขระเบียบโดยไม่ชักช้า” ทั้งนี้เงินบำนาญพิเศษเป็นคนละก้อนกับเงินบำนาญปกติ เพราะการจะได้รับเงินบำนาญพิเศษจะต้องเกิดจากการที่ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติแล้วเกิดความพิการ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต ซึ่งในกรณีที่ทุพพลภาพยังได้รับบำนาญตามปกติและได้รับบำนาญพิเศษ และตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ 2494 ยังกำหนดว่าในบำนาญพิเศษที่จ่ายให้กับบิดามารดาให้ได้รับตลอดชีวิต ดังนั้นจึงเห็นว่าผู้สูงอายุที่ได้รับเงินบำนาญพิเศษ มีสิทธิที่จะได้รับเบี้ยผู้สูงอายุด้วย "ดิฉันและกลุ่มสร้างไทย ต้องขอขอบคุณประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ได้ตัดสินใจปลดล็อกกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องต้องกันกับข้อเสนอของกลุ่มสร้างไทย ทำให้ผู้สูงอายุ ครอบครัวผู้สูงอายุทั่วประเทศอุ่นใจได้ว่า ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาใช้หนี้ หากเข้าข่ายเงื่อนไขของระเบียบ และรับโดยสุจริต เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า การปลดล็อกกฎหมาย เป็นเรื่องที่สามารถเป็นไปได้ และทำได้ทันที หากผู้มีอำนาจ และรัฐราชการคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง"คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว