วิษณุชี้ช่องโทนียื่นถวายฎีกา

การเมือง27 ก.ค. 2566 • 23:31 น.
วิษณุชี้ช่องโทนียื่นถวายฎีกา

"วันนอร์" เล็งนัดประชุมรัฐสภาเลือกนายกฯ 4 ส.ค.นี้ สำรองถกแก้ม.272 แม้คำวินิจฉัยศาลรธน.จะออกมาหน้าทางไหนก็ตาม มั่นใจ"ทักษิณ"กลับไทยไม่มีผลกระทบไทม์ไลน์โหวตนายกฯ ด้าน"วิษณุ"เผย"ทักษิณ"กลับมารับโทษ ยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษได้ใน 24 ชม. 

     เมื่อวันที่ 27 ก.ค.66 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ขอให้วินิจฉัยมติรัฐสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอกระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีออกไปก่อน ในวันที่ 3 ส.ค.นี้ ว่า วันนี้ตนจะร่วมประชุมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณากำหนดการประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 4 ส.ค.นี้ เนื่องจากคาดการณ์ไว้ว่าคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญในการประชุมดังกล่าว อาจจะพิจารณาว่ารับหรือไม่รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน
    
 ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง รัฐสภาก็ยังสามารถพิจารณาวาระกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่พรรคก้าวไกล ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ได้ หรือหากศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง ก็สามารถเข้าวาระการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรีได้ทันที  เพราะหากจะรอคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 3 ส.ค.ก็จะออกหนังสือนัดการประชุมรัฐสภาในวันเดียวกันก็อาจไม่ทัน เนื่องจากการนัดประชุมจะต้องแจ้ง ส.ส.และส.ว.ล่วงหน้า และยังติดวันหยุดราชการ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. ถึงวันที่ 2 ส.ค. และระหว่างวันที่ 5 -10 ส.ค.นี้ ตนจะต้องเดินทางไปร่วมประชุมรัฐสภาอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยจะมีส.ส.และส.ว.ส่วนหนึ่งร่วมเดินทางไปด้วย
    
 ส่วนกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค.นี้ จะกระทบต่อกระบวนการและกำหนดการเลือกนายกรัฐมนตรีของรัฐสภาหรือไม่นั้น ส่วนตัวยืนยันว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
    
 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการรมว.ยุติธรรม เปิดเผยขั้นตอนภายหลัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค. ว่า เบื้องต้นได้มีการเตรียมการตามปกติไว้แล้ว ส่วนหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้หน่วยงานในประเทศไทย เมื่อรับทราบจากการทวิตของนายทักษิณก็เชื่อว่าจะมีการเตรียมการไว้ แต่เร็วไปที่จะบอกว่าเตรียมการไว้เรื่องใดบ้าง สำหรับการเตรียมห้องขังนั้น ได้เตรียมการไว้ตั้งแต่การประกาศไว้ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ส่วนตัวไม่ทราบว่าทันทีที่นายทักษิณเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว จะมีการปรากฏตัวให้ทุกคนเห็น เหมือนในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ 
   
  สำหรับการเดินทางมาของนายทักษิณครั้งนี้ จะมีการขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า คือเป็นสิทธิของผู้ต้องขังทุกคน แต่เงื่อนไขคือต้องอยู่ระหว่างการรับโทษ เมื่อรับโทษแล้วก็สามารถที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ทั้งนี้ทันทีที่นายทักษิณเดินทางมาถึงก็จะเดินทางเข้าเรือนจำเลย แต่ต้องเดินทางไปรับหมายศาลที่ศาลฎีกา แต่ไม่ใช่การไปฟังคำพิพากษา
     
ส่วนคดีที่เหลือก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเหลือจำนวนกี่คดีตนเองไม่ทราบ แต่เท่าที่ทราบคือนายทักษิณถูกตัดสินลงโทษไป 3 คดี ซึ่งบางคดีหมดอายุความไปแล้ว บางคดียังไม่หมดอายุความ และบางคดียังไม่ได้ฟ้อง เพราะเป็นคดีเล็กน้อยเช่น การหลบหนีออกนอกประเทศที่จะต้องถูกฟ้องในอีกข้อหาหนึ่ง ซึ่งจะต้องถูกฟ้องเมื่อเดินทางกลับมา ซึ่งก็จะต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะฟ้องหรือไม่
     
นายทักษิณอายุ 74 ปีแล้ว จะได้รับสิทธิพิเศษที่ต่างจากนักโทษทั่วไปในการคุมขังหรือไม่ นายวิษณุ ยอมรับว่ามีสิทธิพิเศษ คือ 1.อายุ 70 ปีขึ้นไป และป่วย จะมีสิทธิพิเศษ แต่ทุกคนจะเท่ากันหมด ส่วนจะได้ไปอยู่โรงพยาบาลหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกรมราชทัณฑ์จะพิจารณานักโทษแต่ละราย ซึ่งกรมราชทัณฑ์ได้ดูแลนักโทษมาตลอด และไม่ได้ยุ่งยากอะไรŽ
    
 นายวิษณู กล่าวย้ำว่า คดีของนายทักษิณไม่สามารถกักขังที่บ้านได้ คดีนี้ต้องเข้าเรือนจำ ส่วนระยะเวลาการถูกคุมขังก็แล้วแต่กรมราชทัณฑ์ และสามารถที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ใน 24 ชั่วโมง ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบว่านายทักษิณจะขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ ตนจะไปพูดแทนไม่ได้ และขึ้นอยู่กับนายทักษิณที่จะเขียนฎีกาถวาย เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ แต่หากไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ลงมา ก็ต้องเว้นวรรคไปอีกสองปี
    
 ทั้งนี้เมื่อนายทักษิณถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ครอบครัวและแฟนคลับจะสามารถเข้าเยี่ยมได้ในเวลาใดนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า สามารถเข้าเยี่ยมได้ตามปกติ ขณะที่ทางครอบครัวสามารถเข้าเยี่ยมได้ตั้งแต่วันแรก และคนในครอบครัวสามารถที่จะเดินทางไปรับตัวนายทักษิณได้ ตั้งแต่ที่สนามบินเช่นเดียวกับทุกคน รวมทั้งสื่อมวลชน แต่จะได้ขนาดไหนนั้นยังไม่ทราบ
     
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะได้เห็นภาพนายทักษิณก้มกราบแผ่นดินไทยอีกครั้งหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่รู้เลยว่า นายทักษิณจะมาสายการบินใดและลงที่สนามบินไหน แม้จะรู้ว่าลงที่สนามบินดอนเมือง แต่ก็ยังมีท่าอากาศยานทหาร (บน.6) และท่าอากาศยานพาณิชย์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวและนำตัวไปส่งศาล เพื่อให้ศาลออกหมายขัง
   
  นายวิษณุ กล่าวว่า ได้กำชับกรมราชทัณฑ์ใน 3 เรื่องเป็นพิเศษ คือ 1. ให้ดูแลด้านความปลอดภัย ซึ่งอาจจะทำให้นายทักษิณได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากนักโทษคนอื่น เพราะนายทักษิณมีปัจจัยเสี่ยง จึงต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ 2. ให้มีความสะดวกตามสมควร และไม่มีอภิสิทธิ์มาก เนื่องจากจะมีคนเข้าเยี่ยม โดยคาดการณ์ว่าจะมีองค์การระหว่างประเทศและ นักสิทธิมนุษยชน แฟนคลับและมวลชนเข้าเยี่ยม และ3. ให้มีความสบายตามสมควร แต่ไม่สบายมากนัก เนื่องจากอายุเกิน 70 ปี และมีอาการป่วยจึงต้องดูแล ไม่เหมือนกับคนที่มีอายุ 25 หรือ 30 ปี
    
 ทั้งนี้ในเรือนจำยอมรับว่ามีห้องพิเศษที่ให้อยู่เพียงคนเดียว สมัย นายราเกซ สักเสนา นักโทษคดีทุจริตปล่อยกู้ธนาคาร โดยไม่มีหลักประกัน นายวิโรจน์ นวลแข นักโทษคดีปล่อยกู้เอื้อ บมจ. กฤษดามหานคร และอีกหลายคนก็ได้รับการดูแลเช่นนี้ ส่วนห้องพักจะติดแอร์หรือไม่นั้น ไม่ทราบ แต่เท่าที่ทราบ มีห้องแอร์ให้นักโทษเข้าไปทำงาน แต่ที่ห้องพักไม่มีแอร์ แต่ทั้งนี้รายละเอียดทั้งหมด ก็ต้องขึ้นอยู่กับกรมราชทัณฑ์ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนายทักษิณกลับมาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องรอถามนายกรัฐมนตรีคนใหม่
   
  นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายทักษิณจะเดินทางกลับประเทศไทย มองอย่างไรในฐานะที่เคยทำงานร่วมกัน ว่า ถือเป็นการตัดสินใจของนายทักษิณ และทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีข่าวลือว่าตนเดินทางไปพบนายทักษิณที่ต่างประเทศนั้น ขอชี้แจงว่าตนยังไม่ได้ออกนอกประเทศไปไหนเลย ช่วงนี้ไม่มีโปรแกรมเดินทางไปไหน หรือแม้แต่โทรศัพท์พูดคุยก็ไม่มี เมื่อถามว่า ในวันที่นำพรรคภูมิใจไทยไปพูดคุยกับพรรคเพื่อไทยที่ทำการพรรคเพื่อไทยได้ต่อสายพูดคุยกับนายทักษิณด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้โทร 
    
 ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า คุณทักษิณ เคยบอกว่าจะกลับไทยหลังสถานการณ์การเมืองนิ่ง อะไรคือสถานการณ์การเมืองที่นิ่ง เมื่อทักษิณประกาศจะกลับไทย 10 สิงหาคม 2566 ขนาดคนในไทยยังรู้สึกว่าสถานการณ์การเมืองในไทยโคตรวุ่น ทั้งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่วินิจฉัย รัฐสภายังเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ได้ ก้าวไกลกับเพื่อไทยจะแต่งหรือจะหย่า คุณทักษิณเอาอะไรมาประเมินว่า 10 สิงหาคม 2566 สถานการณ์จะนิ่ง ลองดูซีนารีโอ แบบนิ่ง ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการกลับมา จะเป็นแบบนี้ 
     
พฤหัส 3 สิงหาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติไม่รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยให้เหตุผลว่าผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ ตามมาตรา 213 พุธที่ 9 สิงหาคม 2566 ประชุมรัฐสภา เลือกนายกรัฐมนตรี ได้นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย โดยมีพรรคพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ ร่วมในรัฐบาล ได้เสียงสนับสนุนจากส.ว. ท่วมท้น ทั้งนี้พรรคก้าวไกลถอนตัวเอง เนื่องจากประโยค มีเราไม่มีลุงŽ
     
สถานการณ์แบบนี้นิ่งพอให้กลับบ้านได้ แต่เชื่อว่าหลังจากมีรัฐบาลข้ามขั้ว สิ่งที่เคยนิ่งๆ ทั้งหลาย จะคล้ายการนิ่งของทะเลก่อนเกิดสึนามิใหญ่
    
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับไทยในวันที่ 10 ส.ค.ในฐานะอดีตผบช สตม. ว่า สำหรับกรณีผู้ที่มีหมายจับและคดียังอยู่ในอายุความ ตามหลักการแล้วหมายจับจะแสดงในระบบฐานข้อมูลของด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินอยู่แล้ว ซึ่งหมายความว่าเมื่อนายทักษิณเดินทางเข้ามาผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองในสนามบิน ระบบจะปรากฏข้อมูลหมายจับของศาล ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหน้าด่านตรวจนั้นๆ ทราบทันที หน้าที่ของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองคือจะต้องแจ้งให้บุคคลนั้นทราบ และควบคุมตัวต้องหาส่งให้กับศาลตามหมายจับ ซึ่งขั้นตอนหลังจากนั้น ก็ขึ้นอยู่กับคำสั่งศาล ว่า มีคำสั่งดำเนินการอย่างไรต่อผู้ต้องหา
   
  ขณะเดียวกัน  ในกรณีเดินทางเข้าเมืองโดยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว แล้วลงจอดในสนามบินอื่นเช่น บน.6 ของกองทัพอากาศ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับสนามบินดอนเมือง ก็จะต้องผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง เช่นเดียวกับการทางเข้าเมืองผ่านสนามบินทั่วไป  ส่วนด้านการข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ ขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มใดและยังไม่พบการข่าวที่น่ากังวล แต่เจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังไปจนถึงช่วงเวลาที่นายทักษิณจะเดินทางกลับ ตลอดจนช่วงเวลาหลังเดินทางกลับไทยแล้ว
   
  ด้าน ผศ.พรรณวดี  ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษากลุ่มสตรี 20 จังหวัดภาคอีสาน  เปิดเผยว่า หลังจากมีสัญญาณการเตรียมเดินทางกลับมาประเทศไทยของนายทักษิณ  แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงภาคอีสานได้ประสานงานกับแกนนำกลุ่มสตรีเสื้อแดงภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด  ซึ่งทุกคนดีใจที่ได้ยินข่าวนี้ เพราะรอคอยข่าวการเดินทางกลับมานานกว่า 10 ปี  ในครั้งนี้ถือว่าความฝันเป็นจริง  เพราะคนเสื้อแดงทั้งรักและห่วงใย  เพราะมองว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นคนในครอบครัว  ที่สำคัญยังมีนโยบาย เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้าน  ที่ยังมีชาวบ้านได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาลในยุคนายทักษิณ    ถือเป็นนโยบายที่ชาวบ้านจับต้องได้ และได้ใช้ประโยชน์มาจนถึงทุกวันนี้
       
กว่า 10 จังหวัดแจ้งมาแล้วว่าจะมีการเดินทางไปรอรับ ส่วนปริมาณคนยังไม่สามารถทราบตัวเลขที่แน่ชัด  ซึ่งโดยส่วนตัวมั่นใจว่าครั้งนี้อดีตนายกทักษิณจะเดินทางกลับบ้านเพราะเคยบอกว่า ให้ฟังสัญญาณจากน.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่าจะให้ท่านเดินทางกลับเมื่อไร   เมื่อเห็นโพสต์ของคุณอุ๊งอิ๊งจึงเชื่อว่านายกทักษิณจะเดินทางกลับอย่างแน่นอน   ซึ่งที่ผ่านมาเคยประกาศว่าจะเดินทางกลับประเทศไทย โดยเดินทางผ่านหนองคาย และมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ. อย่างไรก็ดีในวันที่ 10 ส.ค.จะมีมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมากรอต้อนรับ ซึ่งก็ไม่ได้แสดงเชิงสัญลักษณ์ใด เพราะอาจจะอยู่ในช่วงระหว่างการจัดตั้งรัฐบาล และต้องการให้บ้านเมืองสงบŽ
     
ผศ.พรรณวดี  กล่าวต่อว่า ภาคประชาชนคนเสื้อแดงจะมีการนัดแนะว่าจะพบกันเช้าวันที่ 10 ส.ค. ที่สนามบินดอนเมือง  ซึ่งจะมีการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว  เหมารถตู้ โดยจะทยอยเดินทางกันตั้งแต่วันที่ 9 ส.ค. ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่จะเดินทางด้วย รถไฟสายหนองคาย-กรุงเทพฯ และมั่นใจว่าจะเต็มทุกโบกี้  เพราะมีประชาชนคนเสื้อแดงที่เคยเดินทางไปร่วมชุมนุมที่ราชประสงค์นัดแนะกันแล้วว่าจะขึ้นรถไฟไปรอรับท่านร่วมแสดงความยินดีที่ท่านเดินทางกลับบ้าน
       
สำหรับการดำเนินคดี ในส่วนภาคประชาชนมีข้อกังวลและมีความเป็นห่วงเป็นใยมาโดยตลอด เมื่อท่านตัดสินใจเดินทางกลับแล้ว ขอให้หน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีด้วย ส่วนอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ยังไม่ได้ยินข่าวว่าจะเดินทางกลับมาด้วยกัน  แต่หากว่าได้เดินทางกลับพร้อมกันทั้ง 2 คน คนเสื้อแดงจะดีใจและยินดีมาก

    
ด้าน นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ดังนี้ แถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ต้นเหตุแห่งความวุ่นวายทางการเมืองจนเกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนรอบใหม่ เกิดจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่ฝ่ายเผด็จการใช้เป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ ผู้ที่สมควรถูกประณามคือหัวหน้าคสช. กับพวกและคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ยอมรับใช้เผด็จการจนปฏิเสธความถูกต้องทำให้คนในชาติเกิดความขัดแย้ง
    
 สาเหตุสำคัญที่สมาชิกรัฐสภาใช้เป็นข้ออ้าง ในการปฏิเสธไม่ให้ความเห็นชอบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายพิธาและพรรคก้าวไกลมีนโยบายที่จะแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งตามร่างที่พรรคก้าวไกลเคยเสนอต่อสภามีลักษณะไม่เป็นการปกป้อง หรือพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อันอาจนำมาซึ่งความไม่มั่นคงของรัฐและกระทบถึงความสงบเรียบร้อยของประชาชน
    
 แม้พรรคก้าวไกลและฝ่ายสนับสนุนจะเห็นว่าประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 เป็นเพียงข้ออ้าง แท้จริงแล้วฝ่ายที่ต้องการสืบทอดอำนาจไม่ต้องการให้พรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล แต่หากพิจารณาจากจำนวน ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง จะเห็นว่ามีเพียงพรรคก้าวไกลที่มี ส.ส. 151 คน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 30 ที่ต้องการแก้ไข ในขณะที่ส.ส.ที่เหลืออีกประมาณร้อยละ 70 ไม่ต้องการแก้ไข มาตรา 112 ซึ่งสมาคมทนายความฯ เห็นว่าการแก้ไขประเด็นดังกล่าวจะนำมาซึ่งความขัดแย้งในสังคมไทย พรรคก้าวไกล จึงควรเคารพเจตจำนงของประชาชนที่แสดงผ่าน ส.ส. ส่วนใหญ่ด้วยการเสียสละประเด็นการแก้ไขมาตรา 112 เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้