"อภิสิทธิ์"เหน็บรบ.คสช.มีอำนาจกว่าทุกยุคอยากเห็นมาตรฐานทางการเมืองสูงกว่ากฎหมาย
"อภิสิทธิ์"เหน็บรบ.คสช.มีอำนาจกว่าทุกยุค อยากเห็นมาตรฐานทางการเมืองสูงกว่ากฎหมาย มั่นใจฐานเสียงเดิมยังปึ้ก แนะเฝ้าระวังสงครามการค้า
วันที่1 ม.ค.62 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีสถานการณ์ทางการเมืองหลังจากการเลือกตั้งว่า อยากให้รัฐบาลที่เข้ามามีเสถียรภาพเพื่อให้ประชาชนยอมรับ แต่มองว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันมีอำนาจกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาเพราะอาศัยช่องโหว่ทางกฎหมาย ซึ่งเป็นการสร้างเงื่อนไขที่จะเกิดปัญหาในอนาคตรวมถึงความได้เปรียบของบุคคลในรัฐบาบที่สังกัดพรรคการเมือง และการลงพื้นที่ ครม.สัญจร ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นที่นอมรับและมีความไม่เป็นธรรม และอาจเป็นเงื่อนไขที่นำมาสู่วิกฤติทางการเมืองในอนาคต ซึ่งการไม่ยอมรับของประชาชนจะมาในรูปแบบใดยังไม่สามารถประเมินได้ในขณะนี้ ทั้งนี้ อยากเห็นมาตรฐานทางการเมืองสูงกว่ากฎหมาย เพื่อให้มีการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง และทุกอย่างเดินหน้าไปได้ ไม่ว่าขณะนี้รัฐบาลจะทำอะไรก็ตาม ทุกคนมองออกว่าสิ่งที่ทำเพื่อประโยชน์ทางการเลือกตั้ง พร้อมทั้งอยากเตือนว่าสิ่งที่ควรให้ประชาชนแต่พึ่งมาให้ในขณะนี้จะไม่ส่งผลประโยชน์ทางการเมืองในอนาคต
"การใช้เงินในการหาเสียงเลือกตั้ง ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ยังไม่สามารถเข้ามาดูแลได้อย่างเต็มที่เพราะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง แต่ก็มีค่าใช้จ่ายกำหนดไว้ว่าพรรคการเมืองสามารถใช้เงินได้ 1.5 ล้านบาทต่อเขต ซึ่งกกต.ก็ต้องตรวจสอบว่า พฤติกรรมการใช้เงินในขณะนี้ส่งผลกับความไม่เป็นธรรมต่อการเลือกตั้งหรือไม่"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มั่นใจว่า พรรคจะได้คะแนนเดิมที่ประชาชนสนับสนุนพรรคและคะแนนจากคนรุ่นใหม่และคนที่เลือกผู้สมัครพรรคอื่น แต่ยอมรับว่าระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ ที่ 1 คะแนนเสียง สามารถเลือก ส.ส.เขต /บัญชีรายชื่อ และนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถเดาใจประชาชนได้ แต่อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าทุกคะแนนมีความหมายอย่างไร และทุกคนดูออกว่าใครเล่นนอกกติกา ทุกพรรคต้องแย่งชิงคะแนนทำให้การแข่งขันรุนแรงมากขึ้น สำหรับจุดยืน ของพรรคในการร่วมกับพรรคการเมืองอื่นหลังจากการเลือกตั้งยังคงยืนยันว่าต้องเป็นไปภายใต้อุดมการณ์ที่ตรงกันที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนตามที่พรรคได้ให้นโยบายไว้ และหวังว่าพรรคจะเป็นเสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนการร่วมงานกับสมาชิกวุฒิสภาที่แต่งตั้งโดยคสช. นั้นมองว่า จะต้องเป็นการทำงานเพื่อประโยชน์ของสังคม ซึ่งหากทางพรรคได้เป็นรัฐบาลก็มั่นใจว่าจะสามารถบริหารประเทศได้และ ไม่ตั้งหน้าตั้งตาทะเลาะกับส.ว.
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2562 เศรษฐกิจภายในประเทศจะดีขึ้นแต่ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์สงครามทางการค้า และการที่หน่วยงานราชการของสหรัฐอเมริกาบางแห่งหยุดให้บริการ หรือ โกเวอร์เมนท์ ชัตดาวน์
ภายหลังจากวุฒิสภาลงความเห็นไม่อนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งครอบคลุมงบประมาณในการก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐ-เม็กซิโกที่มีมูลค่าสูงถึง 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 185,000 ล้านบาท