ด่วน ! ระวังจะเสียค่าโง่จากการเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจีน
วันที่ 12 มิ.ย.65 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ส่วนตัว Paisal Puechmongkol ระบุว่า
" ด่วน
ความเข้าใจเรื่องเรือดำน้ำจีนก่อนที่จะเสียค่าโง่กันอีก!!!!
1.การซื้อเรือดำน้ำจีนนี้ได้ทำขึ้นหลายปีมาแล้ว เพราะกว่าจะต่อเรือและส่งมอบเสร็จต้องใช้เวลานานหลายปี
แน่ใจหรือว่าการหาทางยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำจีนนั้น จะเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามสัญญา และจะไม่เสียค่าโง่ในภายหลัง?
2.ที่สร้างกระแสว่าจีนผิดสัญญา เพราะไม่สามารถจัดหาเครื่องเรือดำน้ำ คือเครื่องแบบ MTU 396 ได้ตามสัญญานั้น แน่ใจหรือว่าได้ตรวจดูสัญญาโดยละเอียดแล้ว?
การที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้องติงว่าเลิกสัญญาไม่ได้เพราะจีนไม่ได้ผิดสัญญานั้น ต้องรับฟังกันบ้าง เพราะพลเอกประวิตรรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร
เครื่องยนต์แบบ MTU 936 เป็นชนิดของเครื่องยนต์ที่กองทัพเรือเคยใช้อยู่ เป็นเครื่องยนต์แบบเดียวกับเครื่องยนต์"เรือรบหลวงถลาง" ที่สร้างในปี 2523 เป็นเครื่องยนต์แบบเก่าที่ใช้มา 40 กว่าปีแล้ว แต่ในขณะทำสัญญาก็ยังใช้เครื่องชนิดนี้กันอยู่
ดังนั้นจึงระบุในสัญญาว่าให้ใช้เครื่องยนต์แบบ MTU 396
แต่ข้อตกลงยังมีต่อไปด้วยว่าถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป มีการใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะดีกว่าเครื่องยนต์แบบ MTU-396 ประเทศจีนต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นแบบใหม่ให้โดยไม่คิดราคาเพิ่มเติม
นี่คือข้อตกลงในสัญญาที่ผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ควรตรวจสอบดูให้เห็นความจริงกระจ่างโดยเฉพาะในภาคผนวกของสัญญา จะได้ไม่บุ่มบ่ามทำความผิดพลาดในเรื่องนี้
ถ้าไม่แน่ใจก็ส่งสัญญาให้อัยการสูงสุดตรวจสอบดูตามระบบก็ได้
3.หลังจากทำสัญญาแล้วปรากฎว่ามีการพัฒนาเครื่องยนต์เรือดำน้ำแบบนี้ ขึ้นใช้โดยทั่วไป โดยเฉพาะกับเรือดำน้ำชั้นหยวน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ทันสมัยทันต่อสถานการณ์
ดังนั้น แม้ไม่เกิดสงครามยูเครน คู่สัญญาย่อมต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้เป็นแบบใหม่ คือแบบที่ใช้กับเรือดำน้ำชั้นหยวน ซึ่งเป็นเรือดำน้ำชั้นยอดของจีนในปัจจุบัน โดยไทยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ดังนั้น เมื่อเกิดสงครามยูเครน และเยอรมันซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์นี้ไม่สามารถส่งออกได้ แม้ "ถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา"แล้ว ทั้งไทย และจีนก็ต้องเปลี่ยนเครื่องยนต์เรือดำน้ำนี้ เป็นเครื่องยนต์เรือดำน้ำแบบใหม่ ที่ใช้กับเรือดำน้ำชั้นหยวน
ดังนั้น ถ้าจะถือเรื่องนี้กล่าวหาว่าจีนผิดสัญญา นอกจากจะกระทบต่อความเชื่อถือระหว่างคู่สัญญาที่มีมิตรไมตรีระหว่างกองทัพมายาวนาน ก็อาจจะถูกจีนสวนกลับ และต้องจ่ายค่าโง่ก็ได้
และถึงวันนั้นผู้ที่กระทำการโดยประมาท หรือโดยไม่ชอบที่ทำให้เกิดความเสียหายขึ้นก็ต้องรับผิด ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดทางแพ่ง หรืออาญาก็ตาม
4ผมนิ่งฟังเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว เพราะอยากจะรู้ว่ามีใครคิดอ่านทำการเพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพทั้ง 2 ประเทศ และมาถึงวันนี้ก็มีความชัดเจนแล้วว่าเกิดจากอะไร
ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าถ้าเลิกสัญญานี้ ก็อาจมีการซื้อเรือดำน้ำแบบนี้จากเกาหลีใต้หรือไม่ก็เยอรมัน หรือออสเตรเลีย ทั้งสามลำ แต่ถึงเวลานั้นความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพทั้ง 2 ประเทศก็จะพินาศไปแล้ว มิหนำซ้ำยังต้องเสียค่าโง่ให้ได้อัปยศอีก
ใครที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ จึงพึงสังวรไว้ให้จงหนัก และให้ไปอ่านข่าวคำเตือนของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้จงดี จะได้ไม่เดือนร้อนเสียหายในภายหลัง!
อยากจะเตือนผู้ที่คิดจะยกเลิกสัญญานี้ว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ นั้นเป็นคนที่ยึดมั่นในกฎระเบียบ และมีความรอบคอบในการทำข้อตกลงกับต่างประเทศ และมีทีมงานที่ใส่ใจในประโยชน์ของราชการ
อย่าลืมว่าพลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ อดีตแม่ทัพเรือ ที่เป็นคู่สัญญานั้นก็เป็นขุนนางตงฉิน เป็นผู้รอบรู้ในกิจการกองทัพเรืออย่างละเอียดถี่ถ้วน มีเกียรติภูมิสูงส่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ดังจะเห็นได้จากเมื่อครั้งไปร่วมฉลองวันกองทัพเรือจีน ก็ได้รับเกียรติสูงสุดให้ยืนอยู่แถวหน้าสุดเคียงคู่กับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นแถวเดียวกันกับรัฐมนตรีกลาโหมของประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย
และในช่วงนั้นผมยังเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ซึ่งไม่มีวันยอมให้เรื่องใดที่ประเทศไทยเสียเปรียบหรือเสียหายผ่านสายตาไปได้หรอก
และถ้าใครคิดจะถือเอาเรื่องนี้ตีกระทบคราดไปถึงพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็คงไม่มีทางสำเร็จ!!! "