“พลังธรรมใหม่” ยื่นหนังสือ จี้ “บิ๊กตู่” ทบทวนควบรวมกิจการซีพี-โลตัส ส่อขัด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า
เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ตัวแทนพรรคพลังธรรมใหม่ ได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านการควบรวมกิจการของซีพีกับโลตัสถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยมี นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับแทน ซึ่งพรรคพลังธรรมใหม่ ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท ซีพี ควบรวมกิจการกับ เทสโก้ โลตัสไปแล้วนั้น พรรคพลังธรรมใหม่เห็นว่า เป็นมติที่ส่อว่าจะขัดต่อหลัก พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 เนื่องจากในมติดังกล่าวกระทบต่อโครงสร้างตลาดค้าส่ง ค้าปลีก ทำให้เกิดการกระจุกตัว จนนำไปสู่การผูกขาดทางการค้าในที่สุด เนื่องจากการแข่งขันในระบบไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยข้อเท็จจริงชัดแจ้งว่า ทั้งสองบริษัทมีกิจการที่ครอบคลุมสินค้าทางเกษตร เกษตรแปรรูป สินค้าอุปโภค บริโภค และธุรกิจทั้งขายปลีก และขายส่งทั่วทั้งประเทศ เรียกได้ว่ามีธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ หากปล่อยให้เกิดการผูกขาดขึ้น ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง จะขาดอำนาจต่อรอง เสี่ยงต่อการถูกกีดกันจนต้องออกจากระบบ ที่เหลือก็จะอยู่ในสภาพตกอยู่ในเงื้อมมือทุนใหญ่ที่มีอำนาจเหนือตลาด เมื่อปราศจากการแข่งขัน นอกจากเป็นการทำร้ายเศรษฐกิจโดยรวมแล้ว จะกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคทั้งเรื่องราคาและคุณภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในปี 2562 ที่ผ่านมา ประเทศไทย ถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก โดยอ้างข้อมูลของ CS Global Wealth Report 2018
แต่รัฐบาลก็ยังมีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ที่จะลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค ซึ่งหากปล่อยให้มีการควบรวมกิจการดังกล่าว จะทำลายเจตจำนงที่ดีของรัฐบาล กลายเป็นถูกกล่าวหาได้ว่า นโยบายรัฐกำลังเอื้อทุนใหญ่ให้เกิดการผูกขาด จนนำไปสู่การใช้เป็นอีกหนึ่งเหตุผลในการต่อต้านรัฐบาล เพราะหากไม่มีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจเสียแล้ว ความขัดแย้งจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทบทวนเรื่องนี้โดยด่วน