"กมธ.ป.ป.ช."เตรียมเชิญ "กรมการค้าภายใน -ป.ป.ง."ตรวจสอบทุจริตกระจายหน้ากาก

การเมือง11 มี.ค. 2563 • 17:25 น.
 "กมธ.ป.ป.ช."เตรียมเชิญ "กรมการค้าภายใน -ป.ป.ง."ตรวจสอบทุจริตกระจายหน้ากาก
"กมธ.ป.ป.ช." เตรียมเชิญ "กรมการค้าภายใน - ป.ป.ง." ตรวจสอบการทุจริต - กระจายหน้ากากอนามัย "สมชัย" ให้เลขบัญชี "เสี่ยบอย" ขอให้ ป.ป.ง. ตรวจสอบ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.63 ที่รัฐสภา นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้นำปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลนเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณา โดยเฉพาะกระแสข่าวที่มีการกักตุนหน้ากากถึง 200 ล้านชิ้น โดยเมื่อวานนี้อธิบดีกรมการค้าภายในออกมาปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากโรงงานทั่วประเทศมีเพียง 11 แห่ง และผลิตได้เพียง 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน 1 เดือนสามารถผลิตได้เพียง 36 ล้านชิ้นเท่านั้น หากจะกักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น ต้องใช้เวลาเป็นปีหรือไม่ แต่สืบค้นย้อนหลังไปเวลา 1 เดือน จนถึงวันที่ 2 ก.พ. 63 มีข่าวว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ตรวจโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย และให้ข่าวว่ามีสต๊อกถึง 200 ล้านชิ้น และมีศักยภาพการผลิตถึง 100 ล้านชิ้นต่อเดือน จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าหน้ากากอนามัยหายไปไหน นายสมชัย กล่าวว่า ตนได้ดูประกาศของคณะกรรมการราคากลางว่าด้วยสินค้าและบริการ ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน มีการออกประกาศหลายฉบับ โดยมีประกาศที่สำคัญ 2 ฉบับ คือฉบับที่ 2 ออกเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ซึ่งมีสาระสำคัญว่าการส่งออกหน้ากากอนามัยสามารถส่งออกได้ไม่เกินครั้งละ 500 ชิ้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการราคากลางคืออธิบดีกรมการค้าภายใน หลังจากนั้นวันที่ 20 ก.พ. มีการออกประกาศฉบับที่ 8 โดยมีสาระสำคัญที่เปลี่ยนไปคือ ไม่อนุญาตให้มีการส่งออก เว้นแต่ได้รับการอนุญาตจากเลขาธิการคณะกรรมการราคากลาง ตามข้อเสนอของอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง ซึ่งไม่มีการกำหนดปริมาณไว้ชัดเจน อาจมีการขอส่งออกหน้ากากอนามัยจำนวนมาก เพราะไม่มีการจำกัดจำนวน จึงเสนอให้คณะกรรมาธิการฯ ขอข้อมูลการส่งออกหน้ากากอนามัยจากกรมการค้าภายใน โดยเฉพาะช่วงตั้งแต่วันที่ 4 - 20 ก.พ. ว่ามีเอกชนรายใดทำเรื่องส่งออกหน้ากากอนามัยเกินกว่า 500 ชิ้น ก็มีความเป็นไปได้ว่าเอกชนรายดังกล่าวจะล่วงรู้ข้อมูลภายใน ถึงการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงต้องมีการส่งออกไปต่างประเทศ พร้อมกล่าวถึงแรงจูงใจส่งออกหน้ากากอนามัยไปต่างประเทศ เนื่องจากราคาภายในประเทศถูกจํากัดไว้ชิ้นละ 2.50 บาท แต่ละในต่างประเทศราคาสูงกว่าเป็น 10 เท่า จึงส่งออกเพื่อหากำไรให้ได้มากที่สุด นายสมชัย ยังกล่าวถึงกรณีมีมีเงินจำนวนมากเข้าบัญชีนายหน้าค้าหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับที่เป็นกระแสข่าวว่า เป็นผู้ติดตามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยได้มอบข้อมูลเลขบัญชีที่บุคคลดังกล่าวใช้ซื้อขายหน้ากากอนามัยให้กับคณะกรรมาธิการฯ โดยขอให้คณะกรรมาธิการฯ ส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงิน พร้อมแสดงความเป็นห่วงกรณีแพทย์ พยาบาล ขาดแคลนหน้ากากอนามัย โดยจำนวนการผลิต 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน แบ่งเป็น 7 แสนชิ้น องค์การเภสัชกรรมส่งให้โรงพยาบาลโดยตรง ส่วนอีก 5 แสนชิ้น ให้โรงงานส่งร้านค้าปลีกต่างๆ จึงอยากให้คณะกรรมาธิการฯ ขอข้อมูลจากองค์การเภสัชกรรมเกี่ยวกับการกระจายหน้ากากอนามัยไปที่โรงพยาบาลใดบ้าง จำนวนกี่ชิ้น พร้อมสุ่มตรวจหรือให้โรงพยาบาลแจ้งมายังคณะกรรมาธิการฯ ว่าได้รับหน้ากากอนามัยตรงกับจำนวนที่องค์การเภสัชกรรมแจ้งไว้หรือไม่ และขอข้อมูลจากกรมการค้าภายใน เกี่ยวกับจำนวนที่โรงงานกระจายหน้ากากอนามัยให้ร้านค้าต่างๆ และสุ่มตรวจหรือเปิดให้แจ้งข้อมูลว่าร้านค้าว่าได้รับตรงตามจำนวนหรือไม่ หากข้อมูลต้นทางกับปลายทางต่างกัน แสดงว่ามีการรั่วไหลระหว่างทาง ซึ่งคณะกรรมาธิกานฯ มีมติให้รับเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเร่งด่วนทันที โดยการประชุมครั้งต่อไปจะเชิญผู้แทนจากกรมการค้าภายในและ ป.ป.ง. มาให้ข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหาผลประโยชน์จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น