ย้อนไทม์ไลน์ "ทักษิณ" ปมชั้น 14 รพ.ตำรวจ ก่อนศาลชี้ชะตา 30 เม.ย.นี้
ลุ้นระทึก! ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดประชุมวันที่ 30 เม.ย.68 เพื่อพิจารณาคำร้องของ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้ออกหมายจับและออกหมายขัง "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมารับโทษที่เหลืออยู่ เนื่องจากเห็นว่านับตั้งแต่ นายทักษิณ เดินทางกลับมาประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยังไม่ได้ถูกคุมขังในเรือนจำเลย กำลังเป็นที่สนใจของสังคม โดยเชื่อว่ากรณีดังกล่าวจะส่งผลให้มีแรงกระเพื่อมทางการเมืองเกิดขึ้น
-22 สิงหาคม 2566
นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทย หลังลี้ภัยอยู่ต่างประเทศกว่า 15 ปี โดยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากสิงคโปร์ ถึงสนามบินดอนเมือง เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทันที ก่อนส่งตัวไปคุมขังที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
-23 สิงหาคม 2566
ช่วงกลางดึก นายทักษิณมีอาการ ความดันโลหิตสูงรุนแรง แน่นหน้าอก และหายใจไม่ออก กรมราชทัณฑ์จึงมีคำสั่งส่งตัวไปรักษาที่ โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อความปลอดภัย
-1 กันยายน 2566
ได้รับพระราชทาน อภัยโทษ เหลือโทษจำคุกเพียง 1 ปี จากโทษเดิมที่สะสมจากหลายคดี
-23 ตุลาคม 2566
นายทักษิณเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ที่ ห้องออร์โธปิดิกส์ ของโรงพยาบาลตำรวจ และเข้าพักต่อที่ ห้อง ICU ศัลยกรรมประสาท (NICU) เพื่อดูแลฟื้นตัวอย่างใกล้ชิด
-22 ธันวาคม 2566
ครบกำหนด 120 วัน ของการรักษาตัวนอกเรือนจำตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับผู้ต้องขังป่วยหนัก
-31 สิงหาคม 2567
ครบกำหนดโทษจำคุก ตามพระราชทานอภัยโทษ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.66 ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ยกคำร้องที่นายชาญชัย, นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา และแกนนำกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ได้ร่วมกันยื่นขอให้ไต่สวนบังคับคดีโทษจำคุกนายทักษิณใน 3 คดี คือ คดีเอ็กซิมแบงก์ คดีหวยบนดิน และคดีทุจริตแปลงสัมปทานมือถือ-ดาวเทียมเป็นภาษีสรรพสามิต โดยระบุว่าทั้ง 3 คดีสิ้นสุดแล้ว การบังคับโทษและการอนุญาตให้ส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ส่วนเจ้าหน้าที่ปฎิบัติชอบหรือไม่ ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณา