"รสนา" ยันไม่ติดป้ายหาเสียงในที่สาธารณะ ไม่สนเป็น "ม้านอกสายตา" ชูความซื่อสัตย์สุจริต

การเมือง5 เม.ย. 2565 • 05:43 น.
"รสนา" ยันไม่ติดป้ายหาเสียงในที่สาธารณะ ไม่สนเป็น "ม้านอกสายตา" ชูความซื่อสัตย์สุจริต
วันที่ 5 เม.ย.65 ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ น.ส.รสนา โตสินตระกูล ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสมานฉันท์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดขึ้นว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มติดป้ายหาเสียง และจะไม่ติดป้ายในพื้นที่สาธารณะ แต่จะติดป้ายในพื้นที่เอกชนที่ยินดีจะให้ตนไปติด ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 7 เม.ย. เวลา 09.00น. ที่ถนนเจริญนคร หลังจากนั้นจะลงพื้นที่ในการกระจายแผ่นผับต่างๆให้กับชุมชนต่อไป อย่างไรก็ตามป้ายทั้งหมดของตนที่ออกมาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับนโยบายแต่ละด้าน ซึ่งเราจะลงในเฟสบุ๊คให้ผู้ที่สนใจสนับสนุนช่วยกันแชร์ เพราะเวลานี้เราอยู่ในยุคดิจิทัลดังนั้นป้ายทั้งหมดสามารถอยู่ในโทรศัพท์ของเรา เพื่อลดการมีขยะเราจะติดป้ายต่างๆน้อยลง “เราไม่มีเงินมาติดป้ายเยอะแยะ เพราะว่าเราเป็นอิสระไม่มีการเข้าไปสู้อำนาจเพื่อกการถอนทุนใดๆ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ ถ้ามีโอกาสได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม. ดิฉันจะเจรจากับกกต.ว่าควรจะจัดพื้นที่ให้กับผู้สมัครทุกคนได้ติดป้าย ไม่ใช่ว่าคนที่มีเงินออกป้ายมาก่อน จองที่หมดเลย คนที่มาที่หลังไม่มีพื้นที่ที่จะติด และถ้าติดกันทุกคนมันก็จะรกไปหมดทำให้เมืองของเราไม่ใช่เมืองที่มีความสะอาดเรียบร้อย ดังที่คนกทม.ต้องการ” น.ส.รสนา กล่าว เมื่อถามว่ามองการลงพื้นที่หาเสียงของตัวเองอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา น.ส.รสนา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ไปแก้ปัญหาอยู่แล้ว ซึ่งมีพื้นที่หลายแห่งเช่น บึงหนองบอน ที่ชาวบ้านเรียกร้องว่าไม่อยากให้กทม.นำพื้นที่สวนสาธารณะไปสร้างบ่อบำบัดนำเสีย ซึ่งเป็นนโยบายของตนว่าไม่เห็นด้วยกับการทำเมกะโปรเจคใหญ่แบบนี้ แต่ตนสนใจที่จะขุดลอกคลองเพื่อที่จะให้สามารถสัญจรทางน้ำ และสามารถฟื้นวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำได้ เมื่อถามอีกว่าจุดแข็งของตัวเองที่จะทำให้ชนะเป็นผู้ว่าฯกทม.ได้ น.ส.รสนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ทำงานรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และชาติ เคยมีผลงานหยุดยั้งการทุจริตจัดซื้อยาเวชภัณฑ์ในกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 1,400 ล้านบาท ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้นต้องถูกยึดทรัพย์ และติดคุก นอกจากนั้นยังมีผลงานหยุดยั้งการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3.4 ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นประชาชนต้องเห็นว่าตนทำงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ถ้าประชาชนเลือกตนก็จะได้คนที่ซื่อสัตย์สุจริต ทำงานเพื่อส่วนรวม และกทม.จะเปลี่ยนแน่ ถ้าหยุดโกง ส่วนความท้าทายในการลงสมัครผู้ว่าฯกทม. น.ส.รสนา กล่าวว่า การแข่งขันประชาชนไม่ได้มองเพียงแค่ว่าคนที่มีป้ายเยอะแยะ แล้วจะชนะ ตนเชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณในการเลือกคนที่ทำประโยชน์ให้ประเทศให้กับประชาชนอย่าชัดเจน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินทอง เพราะฉะนั้นเชื่อมั่นว่าถึงแม้ตนจะเป็นม้านอกสายตา แต่ความซื่อสัตย์สุจริตจะเป็นที่ต้องการเพื่อให้ได้คนที่ขึ้นมาบริหารบ้านเมือง ซึ่งเป็นจุดแข็งของตนทำให้ประชาชนกลับมาสู้พร้อมกับตนเพื่อเปลี่ยนแปลงกทม.ไปด้วยกัน