"ก้าวไกล” จ่อชงรบ.ทำประชามติถามปชช.เห็นด้วยตั้งส.ส.ร.ร่างรธน.ฉบับใหม่หรือไม่ หลังกม.ประชามติผ่านทันที

การเมือง20 มิ.ย. 2564 • 15:39 น.
"ก้าวไกล” จ่อชงรบ.ทำประชามติถามปชช.เห็นด้วยตั้งส.ส.ร.ร่างรธน.ฉบับใหม่หรือไม่ หลังกม.ประชามติผ่านทันที
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.นายพิจารณ์​ เชาวพัฒวงศ์​ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล​ แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมอภิปรายร่างพรบ.ประชามติและร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เข้าสู่การพิจารณาของสภานั้น ว่า  จากกรณีสภาฯไม่บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคก้าวไกลเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะรัฐสภาควรจะมีอำนาจในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ดังกล่าว เพราะตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่รัฐสภานั้น ก็บอกว่ารัฐสภามีหน้าที่และอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนลงประชามติก่อน ซึ่งไม่มีการระบุว่าประชามติจะต้องทำในขั้นตอนไหน ไม่มีการบอกว่ารัฐสภาไม่สามารถพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มีส.ส.ร.ได้ ดังนั้นเราไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ และไม่เหมาะสมที่ประธานรัฐสภาตีควรด่วนสรุปไปเองว่าร่างดังกล่าวนำเข้าวาระการประชุมไม่ได้ และการหาข้อยุติว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะได้ไปต่อหรือจะต้องมีการทำประชามติก่อนหรือไม่ ควรเป็นมติของที่ประชุมรัฐสภา ไม่ใช่ความเห็นประธานรัฐสภาแต่เพียงผู้เดียว แต่เมื่อประธานรัฐสภาพิจารณาดังนี้แล้ว พรรคก้าวไกลจึงขอเรียกร้อง และยืนยันว่าสมาชิกรัฐสภาควรจะต้องเร่งผลักดันการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ โดยมีการพิจารณาถึง มาตรา 55 แล้ว เหลืออีก 12 มาตรา จึงเห้นว่าสามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จได้ในวันเดียว และทันทีที่ พ.ร.บ.ประชามติผ่านการพิจารณาของสภาวาระ 3 พรรคก้าวไกลก็จะเสนอญัตติด่วนให้รัฐบาลทำประชามติถามประชาชน ว่าเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มี ส.ส.ร.ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งขอให้ประชาชนจับตาดูให้ดีว่าในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.ประชามตินี้  ส.ส.รัฐบาล และ ส.ว. จะเล่นเกมตีรวน เตะถ่วงร่าง พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่ นายพิจารณ์ กล่าวอีกว่า ในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่างๆ ในวันที่ 22-23 มิ.ย.นี้ การอภิปรายของพรรคก้าวไกลจะเน้นให้ประชาชนรับทราบจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค โดยเน้นเรื่องที่เป็นปัญหาในรัฐธรรมนูญ แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขจากข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะมาตรา 272 ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด หรือเรื่องที่ไม่ควรแก้ไขแต่กลับไปแก้ คือ มาตรา 185 หรือ มาตรา 144 ซึ่งจะเปิดช่องให้นักการเมืองเข้าไปแทรกแซงการทำงานของข้าราชการ แทรกแซงการจัดสรรงบประมาณได้ อาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริต และการใช้งบประมาณเพื่อหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ ส่วนเรื่องระบบการเลือกตั้งนั้นควรเป็นการแก้ไขเพื่อผลประโยชน์ประชาชน มากกว่าแก้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เพื่อปูทางการกลับมาของ พล.อ.ประยุทธ์ หากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป โดยเรื่องระบบการเลือกตั้งจะเป็นรูปแบบไหน พรรคก็พร้อมจะเข้าร่วมการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม โดยยืนยันว่าระบบเลือกตั้งที่เราเสนอ เพื่อต้องการสังคมให้รับทราบว่า การเลือกตั้งระบบบัตร 2 ใบ ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเหมือนปี 40 เท่านั้น แต่ยังมีระบบที่สะท้อนเสียงประชาชนได้ดีกว่า ส่วนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ จะมีการประชุมภายในพรรคต้นสัปดาห์หน้าอีกครั้งหนึ่ง