ปริญญา เทวานฤมิตรกุล กับบทบาทในหว่างเขาควาย

การเมือง14 ส.ค. 2563 • 17:10 น.
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล กับบทบาทในหว่างเขาควาย
สปอตไลต์การเมืองไทยฉายจับมาที่ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในฐานะรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต ที่รับผิดชอบเรื่องการอนุญาตให้ใช้สถานที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังเกิดกรณีการปราศรัยของกลุ่มผู้ชุมนุมในกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเนื้อหาจาบจ้างสถาบัน ทำให้อุณหภูมิการเมืองไทยร้อนระอุ ส่งผลให้ ดร.ปริญญาถูกกดดันอย่างหนักจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อการแสดงออกของกลุ่มผู้ชุมนุมมากกว่าคำว่าขอโทษ ด้วยยังกังขาถึงท่าทีของเขาต่อกรณีที่เกิดขึ้น โดยมีทีท่าว่าจะบานปลาย อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ปราศรัยจาบจ้วงเบื้องสูง เพจเฟซบุ๊กของ “ดร.ปริญญา” ได้แถลงชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเปิดไทม์ไลน์สำคัญๆ ใจความว่า วันที่ 5 สิงหาคม 2563 ได้รับหนังสือจากนักศึกษาผู้จัดการชุมนุมลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ขออนุญาตใช้สถานที่โดยแจ้งว่า “เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และให้รัฐบาลหยุดคุกคามประชาชนทุกรูปแบบ” วันที่ 7 สิงหาคม 2563 ได้เชิญผู้ขออนุญาตใช้สถานที่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองหลวงมาหารือ ได้ข้อสรุปว่า การชุมนุมจะอยู่ในขอบเขตของประเด็นทั้ง 3 ประเด็นที่ขอจัด โดยหากว่ามีคนที่ปราศรัยในประเด็นที่หมิ่นเหม่หรือผิดกฎหมาย คนพูดก็ต้องรับผิดชอบ และถ้าหากมีการกระทำที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือการยกป้ายข้อความหรือการกระทำใดก็แล้วแต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้วิธีการพูดคุยเจรจา เมื่อได้ข้อสรุปตามแนวทางนี้จึงอนุญาตให้ใช้สถานที่ วันที่ 10 สิงหาคม 2563 เมื่อเวลาประมาณ 19 นาฬิกาถึง 20 นาฬิกา ได้ไปสังเกตการณ์และไปเยี่ยมเจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยอำนวยการเรื่องมาตรการความปลอดภัย ซึ่งการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่หลังจากนั้นจึงได้ทราบว่ามีผู้ปราศรัยบางคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการปราศรัยในทางที่จะเป็นปัญหาได้ดังที่ปรากฏ “ผมขอเรียนว่า แม้ว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะให้เสรีภาพในการแสดงออก แต่การแสดงออกควรต้องอยู่ในขอบเขตของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องพึงระวังในเรื่องละเอียดอ่อนและเรื่องที่อาจจะนำมาซึ่งความแตกแยกของผู้คนในสังคม และแม้ว่าเนื้อหาหลักของการชุมนุมจะเป็นไปตามขอบเขตดังกล่าว แต่เมื่อปรากฏเนื้อหาบางส่วนที่อาจจะเลยขอบเขตไป ผมในฐานะรองอธิการบดีผู้อนุญาตผมก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ในเบื้องต้นผมขออภัย และขอน้อมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้น” เมื่อย้อนไปดูโปรไฟล์ของ “ดร.ปริญญา” ก็พบว่าเป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาก่อน โดย จบจากคณะนิติศาสตร์ ในระดับปริญญาตรี ก่อนจะไปคว้าปริญญาโทและเอกด้านกฎหมายมหาชน จาก Georg-August-Universitaet zu Goettingen เยอรมนี เขาเป็นนักวิชาการด้านกฎหมาย ซึ่งชื่อชั้นเป็นที่รู้จักของคอการเมืองและแวดวงนิติศาสตร์เป็นอย่างดี เมื่อมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญ เช่น การเลือกตั้ง “ดร.ปริญญา”ก็มักจะได้รับเชิญไปให้ความเห็นผ่านสื่อแขนงต่างๆ มาวันนี้ต้องตกเป็นข่าวเสียเอง ท่ามกลางสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากหลายฝ่าย ที่สุ่มเสี่ยงและแหลมคมยิ่งนัก