- โฆษณา -

“อนุทิน”สงบศึก มนัญญา-ท็อป

การเมือง6 เม.ย. 2565 • 17:15 น.
 “อนุทิน”สงบศึก มนัญญา-ท็อป
“อนุทิน” หย่าศึก “มนัญญา-วราวุธ” ย้ำทุกอย่างจบแล้ว ให้มองไปข้างหน้า “มนัญญา” โพสต์จบก็คือจบ โอด “เรื่องที่ทุกคนพูดก็พูดไม่สุด แต่ถ้าเราพูดแล้วจะหนาวกันหมด” ด้าน"จุรินทร์" ลั่นปชป.จะนำพาพรรคสู่ความสำเร็จ อุบตั้งเป้าซิวส.ส. ยันยังไม่ถึงเวลาพูดเรื่องเงื่อนไขร่วมรบ.ครั้งหน้า ขณะที่"ภท.”พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง คิกออฟเปิดเว็บไซต์ออนไลน์รับสมัครอาสาเสนอตัวเป็นผู้แทนฯ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 65 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงปัญหาข้อถกเถียงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ระหว่าง น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรวิวาทเลย ทุกอย่างโอเคเคลียร์กันหมดแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องงาน เวลามีความเห็นขัดแย้งเรื่องงานไม่เป็นอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องประโยชน์ส่วนตัวหรือขัดอะไรกัน แต่เป็นเรื่องที่ต่างคนต่างตั้งใจทำงาน “เอาน่า มันจบแล้วล่ะ หัวหน้าพรรคบอกจบก็จบ ไม่ต้องไปย้อนกลับไป ให้มองไปข้างหน้า” ด้าน น.ส.มนัญญา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "2 วันแทบจะไม่ได้นอนเพื่อรวบรวมเอกสารของสหกรณ์ ยอดทะลุเกิน 5 ร้อยล้าน วันนี้บ่ายโมงที่กระทรวงเกษตร ซึ่งเอกสารการผันเงิน เล่นแร่แปรธาตุอยู่ในมือหมดแล้ว อย่าคิดว่าหนีไปแล้วจะรอด กลับเอาเงินมาคืนประชาชนจะดีกว่า (เมื่อวานท่าน ส.ส.ชาดา โทรมา 3รอบ 4รอบ เรื่องที่ทุกคนพูด ก็พูดไม่สุด แต่ถ้าเราพูดแล้วจะหนาวกันหมด “จบก็คือจบ” ) ค่ะ” ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในงานครบรอบการก่อตั้งพรรค 76 ปี ว่า วันนี้เป็นวันครอบรออง 76 ปี ของการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ นับจากวันนี้เป็นต้นไปจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 77 ประชาธิปัตย์ไม่ใช่เป็นแค่พรรคการเมืองที่มีอายุยืนยาวที่สุดของประเทศเท่านั้น แต่ยังถือเป็นสถาบันการเมืองที่ยั่งยืนที่สุดของประเทศที่อยู่คู่กับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาต่อเนื่องยาวนาน และยังจะอยู่ต่อไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย เพราะประชาธิปปัตย์ประกอบด้วยคนทุกรุ่น ไม่ใช่พรรคการเมืองของคนร่นใดรุ่นหนึ่ง ผู้อาวุโสของพรรคก็จะทำหน้าที่เป็นหางเสือ สำหรับคนรุ่นปัจจุบันก็จะทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนพรรคไปสู่ทิศทางและเป้าหมาย และคนรุ่นใหม่ก็จะเป็นคนที่มาสืบทอดอุดมการณ์พรรคต่อไปในวันข้าหน้า นายจุรินทร์ กล่าวว่า ทางเดินในวันข้างหน้าของพรรคประชาธิปัตย์ มีความชัดเจนว่าเราอยู่ได้มายาวนานเพราะมีอุดมการณ์ที่ชัดเจน ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตนเป็นหัวหน้าพรรคยืนยันว่าเราทำหน้าที่อย่างครบถ้วนและทำได้เป็นอย่างดี ผู้สื่อข่าวถามว่า จากผลงานของพรรคที่ผ่านมามีความคาดหวังว่าจะได้รับการเลือกตั้งส.ส.มากขึ้นหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เราไม่ได้ตั้งเป้าเรื่องตัวเลข แต่การทำงานของคณะกรรมการบริหารพรรคในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา ได้นำพาพรรคเดินหน้าไปสู่การยอมรับของประชาชนยิ่งขึ้น ซึ่งก็เหมือนกับที่เราได้ตั้งเป้าไว้แต่ต้นคือการได้รับการยอมรับ และเราก็รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะได้รับการยอมรับและไปนั่งในหัวใจของประชาชนได้อีกครั้ง "ผมยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนว่าทิศทางทางการเมืองจะพารัฐบาลไปทางไหน ซึ่งวันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ และผลงานที่ทำได้เร็วทำได้จริง ดังนั้นสองเรื่องนี้จึงมีความสำคัญ"นายจุรินทร์ กล่าาว เมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลต้องมีการกำหนดเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลขึ้นมาอีกหรือไม่ นายจุรินทร์ ตอบว่า ตนตอบไม่ได้เพราะยังไม่ถึงเวลา ประชาชนจะเป็นคนแรกที่จะให้คำตอบ ไม่ใช่พรรคการเมืองให้คำตอบ ที่เหลือก็เป็นไปตามระบบรัฐสภาคือใครรวมเสียงข้างมากได้ก็เป็นรัฐบาล ซึ่งเป็นกติกาสากล ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานจัดงานทำบุญพรรคภูมิใจไทย "ก้าวสู่ปีที่ 14" โดยมีกรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี และส.ส. รวมถึงสมาชิกพรรค เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ขาดเพียงแต่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ,นายทรงศักดิ์ ทรงศรี รมช.มหาดไทย และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยมีการจัดพิธีทางศาสนาทั้งพิธีสงฆ์ และพิธีทางศาสนาอิสลาม เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล จากนั้น นายอนุทิน ได้เป็นประธานคิกออฟการเปิดรับสมัครผู้สนใจเสนอตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ผ่านทางเว็บไซต์ระบบออนไลน์ของพรรคโดยนายอนุทิน แถลงว่า พรรคภูมิใจไทยเริ่มเข้าสู่วัยทีนเอจในปีที่13 เข้าสู่ปีที่14 ซึ่งเราเป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับใช้ชาติและประชาชนท่ามกลางเหตุการณ์มากมาย และคำสบประมาท คำปรามาส ด้อยค่ามากมายในช่วงที่เราตั้งพรรคขึ้นมาใหม่ๆ ท่ามกลางการด้อยค่าทั้งหลาย แต่ทุกคนในพรรคก็ร่วมต่อสู้ไม่ท้อถอย สิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าอยู่ไหนเราจะต้องทำเพื่อประโยชน์ให้บ้านเมือง ประชาชน สุดความสามารถ “ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยมีความแข็งแกร่ง เข้มแข็ง มีพลังเพียงพอที่จะผลักดันทุกนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนได้ 3ปีที่ผ่านมาเราพูดแล้วทำ จากนี้เราเป็นพรรคหนึ่งที่จะทำประโยขน์ให้ประชาชน โดยใช้ผลงานสร้างความมั่นใจ พร้อมให้ประชาชนพิสูจน์แล้ว ไม่ว่ารัฐบาลจะมีความมั่นคง หรือมีอุปสรรคใด ไม่ว่าสภาจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่สภาชุดนี้ก็จะครบวาระในวันที่ 22มี.ค.66 ครบ4ปี เราทำงานมาเข้าปีที่4แล้ว เราจะไม่พูดว่าสภาหรือรัฐบาลเป็นอย่างไร เรามีหน้าที่ทำงาน ทำงาน พูดแล้วต้องทำให้เกิดผลสำเร็จกับประชาชน ไม่ว่าจะพอใจหรือไม่ต้องทำให้สำเร็จ อีก 11 เดือนต่อจากนี้คงไม่ลากไปนานกว่านี้แล้วก็จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ เราก็พร้อมขับเคลื่อนนโยบายคู่ขนานไป” ด้าน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินตัวเลขส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ว่า พรรคจะส่งผู้สมัครให้มากที่สุดคือครบทั้งระบบแบ่งเขต 400 คน และระบบัญชีรายชื่อ 100 คน ขณะนี้เรามีจำนวนผู้สมัครเกินกว่า200เขตแล้ว ทั้งนี้พรรคยังเปิดกว้างให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติ ลงรับสมัครส.ส. และเห็นด้วยกับแนวทางการทำงานของพรรค โดยเฉพาะการพูดแล้วทำ ก็ขอให้มาร่วมลงสมัครในนามพรรค ทั้งมาสมัครได้ที่ที่ทำการพรรค และเว็บไซต์ของพรรค ส่วนจะตั้งเป้าให้ได้จำนวนที่นั่งส.ส.เท่าไรนั้น พรรคก็คาดหวังว่าจะให้ได้มากที่สุด แต่ทั้งหมดอยู่ที่ฉันทานุมัติจากประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน