“ชัยธวัช ตุลาธน” ชูธง “ก้าวไกล” นั่งรัฐบาล รอบหน้า
หมายเหตุ : “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล ถือเป็น “คีย์แมน” สำคัญของพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์พิเศษรายการ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ออกอากาศผ่านช่องยูทูบ Siamrath online เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 65 ที่ผ่านมา เพื่อพูดคุยถึงแผนยุทธศาสตร์เตรียมการเลือกตั้งของพรรคก้าวไกล ในครั้งนี้ โดยมีเป้าหมายใหญ่อยู่ที่การพลิกสถานะจาก “ฝ่ายค้าน” ไปสู่การเป็น “รัฐบาล” ให้ได้ มีสาระที่น่าสนใจดังนี้
- แผนการเตรียมเลือกตั้งในส่วนของพรรคก้าวไกล วันนี้เราเตรียมความพร้อมไปเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
ต้องบอกว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ มี 3 เรื่องหลักๆ ที่ต้องเตรียมเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง คือ 1.เรื่องคน คือ ว่าที่ผู้สมัครส.ส. ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ 2. คือเรื่องนโยบาย ที่จะนำเสนอต่อประชาชน เรื่องที่ 3 คือการปฏิรูปการทำงานของพรรคในหลายๆด้านเพื่อให้เข้มแข็งขึ้น เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งแล้วก็คงต้องปฏิรูปไปเรื่อยๆ กับการเลือกตั้งด้วย
-เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พรรคมีการเปิดแคมเปญใหม่คือก้าวไกล NEXT อยากให้ช่วยอธิบาย
เราต้องอธิบายก่อนว่าก้าวไกล next หลักๆก็คือการที่จะนำความคิดเห็น นำการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้สนับสนุนพรรคต่างๆ เข้ามาเพื่อที่จะเดินหน้าในการปฏิรูปพรรค ก่อนการเลือกตั้ง นี่คือเนื้อหาหลักๆเป้าหมายหลักๆของการก้าวไกล next ก็คือก่อนที่จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ก่อนที่จะพูดถึงว่าที่ผู้สมัคร จังหวัดนั้นเป็นใคร จังหวัดนี้เป็นใคร ก่อนที่จะนำเสนอนโยบายอย่างเต็มรูปแบบการเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบเราอยากฟังเสียงประชาชน จากนั้นเราจึงจะนำมารวบรวมความเห็น การมีส่วนร่วมในการสร้างพรรค ก่อนเลือกตั้ง
-การตั้งเป้า การได้ที่นั่งส.ส.ไม่ต่ำกว่าร้อยที่นั่ง ตรงนี้เรามองว่ามันอาจจะไม่ใช่โจทย์ที่ยากเกินไปใช่หรือไม่ เดิมพรรคอนาคตใหม่ เคยทำไว้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 อยู่ที่ 80 ที่นั่ง
ความจริงแล้วชัยชนะของการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเขตไหน แค่เขตเดียวก็บอกไม่ได้ ว่าไม่ยาก ผมเชื่อว่า ไม่มีใครเป็นเจ้าของประชาชน ไม่ได้เป็นของตายของพรรคการเมืองและนักการเมือง เพราะฉะนั้นการใช้เสียงสนับสนุนประชาชนทุกคะแนนได้มาด้วยความยากลำบาก ก็ต้องทำงานหนัก แต่เราก็ต้องบอกว่าเรามั่นใจว่าในการเลือกตั้งรอบหน้า ที่จะมาถึงเราน่าจะได้รับการสนับสนุนมากขึ้นเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2562 ในนามพรรคอนาคตใหม่
โดยในช่วงที่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ประชาชนทั่วประเทศยังรู้จักเราน้อยมาก แต่ขณะเดียวกันพบว่า เขาจะรู้จักผู้นำพรรค โดยเฉพาะคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชาวบ้านรู้จักหัวหน้าพรรค แต่รู้จักพรรคอนาคตใหม่ น้อยกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด แทบไม่รู้จักพรรคอนาคตใหม่เลย แต่ว่า 3 ปีที่ผ่านมานี้ จากพรรคอนาคตใหม่ มาเป็นพรรคก้าวไกล เราก็เป็นที่รู้จักของประชาชนมากขึ้น และที่สำคัญ เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเมื่อเราเข้าสู่สภาฯจริงๆแล้ว เราเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง เราทำงานอย่างไร เรามีความโดดเด่นและแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่นอย่างไรบ้าง
สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นว่า จากผลงานที่ผ่านมา น่าจะทำให้พรรคก้าวไกลได้รับการสนับสนุน ในการเลือกตั้งครั้งหน้ามากขึ้น ในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ยังมีคนจำนวนมากที่ชื่นชอบแนวคิดของเรา แต่ยังไม่ให้คะแนนเรา เพราะยังไม่มั่นใจ เมื่อเราทำงานจริงจะเป็นอย่างไร แต่คราวนี้คนจำนวนนั้นคิดว่าจะให้คะแนนเรามากขึ้น
ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ต้องยอมรับว่าประสบการณ์ของทุกคนเป็นศูนย์ เท่ากันหมด แต่คราวนี้เรามีประสบการณ์มากขึ้น เรามีองค์ความรู้มากขึ้นโดยเฉพาะจากส.ส.เขตที่เรามีอยู่ จุดนี้จะทำพรรคก้าวไกลเดินหน้าสู่การเลือกตั้งได้พร้อมมากกว่าในการเลือกตั้งปี 2562
ครั้งนี้พรรคเรามีเวลาเตรียมนโยบาย เตรียมว่าที่ผู้สมัครส.ส. โดยเฉพาะส.ส.เขตเรามีเวลามากขึ้นในการคัดสรรในการทดลองการทำงานด้วยกัน ให้ว่าที่ผู้สมัครได้ทำงานในพื้นที่ก่อนการเลือกตั้งในเวลาระยะเวลาอย่างน้อย 5-6 เดือน
-สูตรการเลือกตั้งการใช้บัตรสองใบกับสูตรหารร้อย มีผลบวก ผลลบกับพรรคก้าวไกลหรือไม่
ต้องบอกว่าในพรรคเราคุยกันมานานแล้ว ราว 2 ปีตั้งแต่เริ่มมาเป็นพรรคก้าวไกล ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทิศทางของพรรคก็ต้องเน้นส.ส.เขตเป็นหลัก ต้องให้ได้มากกว่าส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะในอนาคตเราอยากเป็นพรรค ที่เป็นแกนนำรัฐบาล ดังนั้นพรรคที่จะเป็นแกนนำรัฐบาลได้ ต้องมีส.ส.เขตมากกว่าส.ส.บัญชีรายชื่อ ดังนั้นก็ต้องบอกว่าไม่ว่าระบบการเลือกตั้งเป็นอย่างไรโดยทิศทาง พรรคก็ต้องเน้นส.ส.เขตอยู่แล้ว หลายคนอาจจะคิดว่า พอมาเป็นหารร้อย พรรคก้าวไกลจะเสียเปรียบ เพราะว่าจะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อย แต่ผมคิดว่าถึงอย่างไรทิศทางของพรรค จะต้องเดินไปสู่การมุ่งเน้นส.ส.เขตอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าการถกเถียงกันเรื่องระบบเลือกตั้งที่ผ่านมาผมคิดว่าน่าเสียดายที่ไม่ได้ถกเถียงกัน ไม่ได้ออกแบบกันโดยคิดกันว่าโจทย์ของการเมืองไทยคืออะไร ระบบการเลือกตั้งที่จะตอบโจทย์ของการเมืองไทยที่ดีที่สุดคืออะไร แต่คิดได้แค่ว่า ถ้าหาร 100 ใครได้เปรียบ หาร 500 ใครเสียเปรียบ ซึ่งก็น่าเสียดาย ผมคิดว่า เรื่องระบบการเลือกตั้ง น่าจะมีโอกาส เมื่อเรามีส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง มาออกแบบรัฐธรรมนูญกันใหม่ จะได้ถกเถียงออกแบบกันในโจทย์ที่ประชาชน ตอบสังคมไทยมากขึ้น
-มีพื้นที่ไหนที่พรรคก้าวไกล โฟกัสเป็นพิเศษ เพราะว่าถ้าดูแล้วอย่างการเลือกตั้งสนามผู้ว่าฯกทม.ต้องถือว่าพรรคก้าวไกลประสบความสำเร็จน่าสนใจ ผู้สมัครของพรรคได้คะแนนมา 2 แสนกว่าคะแนน ได้ส.ก.มาถึง 14 ที่นั่ง เราจะต่อยอดอย่างไร
ต้องยอมรับว่า ความสนับสนุนที่เราได้รับ มีมากในเขตที่เป็นเมือง แต่อย่างไรก็ตามเราคิดว่าตั้งเป้าหมายไว้ ตอนนี้เรามีเขตเป้าหมายที่เราคิดว่าเรามีโอกาสที่เราจะช่วงชิงชัยชนะจะได้ประมาณอยู่ที่ 120 เขต ก็ซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาค มีทั้งเขตในเมือง มีทั้งเขตที่ไม่ได้เป็นเมือง ถ้ามีเงื่อนไขที่ดี มีว่าที่ผู้สมัครและทีมงานของพรรคที่แข็งแรงเราก็หวังได้ครอบคลุมทุกภูมิภาค รวมทั้งภาคใต้ ภาคใต้อาจจะเหนื่อยหน่อยต้องยอมรับว่ากรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคตะวันออกก็จะเป็นพื้นที่เป้าหมาย โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบนกระแสตอบรับค่อนข้างดี ภาคอีสานก็กระแสตอบรับดีขึ้นมากๆ แม้ว่าคราวที่แล้วจะได้ส.ส.แค่คนเดียวแต่คราวนี้เราก็หวังมากกับภาคอีสาน
-แคนดิเดตว่าที่นายกฯของพรรค ชูคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค เราประเมินสู้กับคนอื่นได้หรือไม่
เรายังเชื่อมั่นยังเป็นแคนดิเดตที่โดดเด่น เรามั่นใจนะครับว่าคุณพิธามีความครบเครื่องทั้งประสบการณ์และก็ความเข้าใจในโลกสมัยใหม่ เชื่อมโยงในระดับพื้นที่ระดับท้องถิ่นไปสู่ระดับโลกได้ และนี่คือข้อเด่นของ หัวหน้าพรรคและเครดิตนายกฯของพรรคก้าวไกล