"โฆษกประชาชาติ"บุกอ่าวปัตตานี พบไม่ชอบมาพากลจี้"สตง."ตรวจสอบ"กรมเจ้าท่า"
"โฆษกประชาชาติ" บุกอ่าวปัตตานี พร้อม ระบุ มีความไม่ชอบมาพากล จี้สตง.ตรวจสอบ "กรมเจ้าท่า" กับ กลไกของรัฐที่เป็นตัวการรับผิดชอบผลกระทบจากการขุดลอกอ่าวปัตตานี
เมื่อวันที่ 18 ต.ค.63 นายสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรคประชาชาติ เดินทางไปกลางอ่าวปัตตานี พร้อมกับชาวประมงผู้ได้รับผลกระทบจากการขุดลอกอ่าวปัตตานี ซึ่งกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2560 จำนวน 664.99 ล้านบาท ให้ขุดลอกอ่าวปัตตานีตามผลการศึกษาและข้อเสนอแนะของ คณะวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แต่มิได้นำตะกอนทรายและขี้เลน (ประมาณ 11.08 ล้านลูกบาศก์เมตร) ไปทิ้งกลางอ่าวไทย หรือ พื้นที่ที่กำหนดไว้บริเวณชายฝั่ง (A1-A8) ซึ่งรองรับวัสดุขุดลอก (ตะกอนทรายและขี้เลน)ได้ 13.26 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งๆที่มีการร้องเรียนและขอให้ยุติการดำเนินโครงการจากชาวบ้านหลายครั้งเพราะอาจเป็นช่องทางในการทุจริตคอรัปชั่นและใช้งบประมาณมากจนเกินความจำเป็น เช่น ร่องน้ำลึกขุดไม่ลึกจริงตามข้อกำหนดใน TOR ขี้เลนมิได้มีการขนย้ายไปทิ้งในพื้นที่เป้าหมาย ตามที่ระบุ ข้างต้น หรือ ทิ้งในอ่าวไทยที่ระดับน้ำลึก 14 เมตรและห่างจากฝั่ง 9-10 กิโลเมตร ขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียและดำเนินการแบบสุกเอาเผากินศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ไม่รอบด้าน ตลอดจน ผู้ที่เข้าร่วมกระบวนการรับฟังความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นคนนอกที่มิได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่แท้จริงและชาวบ้านถูกข่มขู่ ปิดปาก หรือ ครอบงำจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น
อีกทั้ง เนินทรายที่ขุดและกองไว้ตามรอยตะเข็บของร่องน้ำก่อให้เกิดผลกระทบที่สำคัญรวม 4 ด้าน ได้แก่ (1) กุ้ง หอย ปู ปลา มีปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ชาวบ้านเคยออกทะเลได้กุ้งและปลาก่อนหน้านี้วันละ 5-600 บาท และบางวันก็ได้หลักพัน หักค่าน้ำมันค่าข้าว ค่าบุหรี่ ฯลฯ ยังมีเงินเหลือไว้ใช้จ่ายในครอบครัวแต่ตอนนี้ออกทะเล 4 วัน รวมกุ้ง หอย ปูปลาที่จับได้เพียง 1 กิโลกรัมและนำเงินไปซื้อได้เพียงข้าวสารกรอกหม้อ (2) พื้นที่ในการทำประมงลดลงจากเดิม เพราะพื้นที่ดองหอยแหล่งกุ้ง แหล่งปู แหล่งปลา ถูกทับถมด้วยเนินทรายและขี้เลนเป็นบริเวณกว้างจนไม่สามารถวางอวนได้ดังเดิมและบางบริเวณเกิดสภาวะน้ำตาย หรือ น้ำขึ้นและลงน้อยจนบางครั้งจะสังเกตไม่ค่อยได้ว่าน้ำขึ้น หรือ น้ำลง หรือ น้ำไม่ไหลเวียนตามธรรมชาติ(3) ระบบนิเวศชายฝั่งเสียหาย มีตะกอนพิษ ปลาที่เลี้ยงในกระชังตาย หญ้าทะเลเสียหาย กระแสน้ำเปลี่ยนทิศและขึ้นลงในเวลาอันสั้นจากเดิม 6 ชั่วโมงเป็น 3 ชั่วโมง และ (4) เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างและซับซ้อน เพราะนอกเหนือจากกระทบเรื่องปากท้องแล้ว ยังส่งผลกระทบกับคนที่ทำอาชีพอื่นที่เกี่ยวเนื่อง เกิดปัญหาการออกการศึกษากลางคัน ปัญหายาเสพติด ปัญหาการว่างงาน ฯลฯ
"สตง.ต้องตรวจสอบและรัฐบาล ตลอดจน รัฐสภาต้องตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบและกระตุ้นให้ 'ตัวการ' แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้ง ต้องทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับชาวบ้านรอบอ่าวปัตตานี ตลอดจน ต้องแก้ปัญหาเนินทรายที่ทิ้งไว้กลางอ่าวปัตตานี เพราะเนินทราย ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน การเดินเรือ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและระบบนิเวศทางทะเล นอกจากนี้ ต้องเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการขุดลอกอ่าวปัตตานีอย่างสมเหตุสมผลตามคำมั่นสัญญาอย่างสวยหรูที่ให้ไว้ก่อนเริ่มโครงการ" นายสุพจน์ กล่าว