ตรวจงานกลาโหม หลัง “บิ๊กตู่” ควบ สนามไชย1 แค่สัญลักษณ์ “บิ๊กป้อม-บิ๊กช้าง-บิ๊กแดง” กำลังหลัก คุมขุนพล- มั่นคง
เป็นที่รู้กันดีว่าการที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องควบ รมว.กลาโหม ด้วยตนเองนั้น เพราะไม่มั่นใจที่จะให้บิ๊กทหารคนใดมาคุม นอกเหนือไปจาก พี่น้อง 3 ป. “ป้อม-ป๊อก-ประยุทธ์” เป็นไม่ได้
ในเมื่อ “ป.ป้อม” พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ สุขภาพไม่ดี ขาเดินไม่ถนัด และ ลดการตกเป็นเป้าโจมตี จึงนั่งเป็น รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เก้าอี้เดียว จากที่นั่งยาว 5 ปี ในรัฐบาล คสช.
แต่การคุมกองทัพ ที่ถือเป็นขุมกำลังอำนาจสำคัญนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องคุมเอง เพราะ “บิ๊กป๊อก” พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา พี่รอง ก็ต้องนั่ง รมว.มหาดไทยต่อ ในรัฐบาลเลือกตั้ง เพื่อให้ต่อเนื่องในการคุมพื้นที่ ในทุกระดับ
อีกทั้ง เพื่อไม่ให้ กองทัพกระเพื่อม หากมีบิ๊กทหาร ที่ไม่ใช่พี่น้อง 3 ป.
แม้ภารกิจการเป็นนายกฯ จะหนักหนา แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็นั่งเป็น รมว. กลาโหมเอง ในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น
ทว่าในเรื่องการทำงานนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตั้งทีมงานกลาโหม ไปดูแล ด้วยเพราะเป็นนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่ค่อยมีเวลา มานั่งทำงานที่กลาโหม
จากที่ตั้งใจไว้ว่า จะเข้ากลาโหม สัปดาห์ละ 1 วัน แต่ก็กลายเป็น เดือนละครั้ง ในการประชุมสภากลาโหมเท่านั้น
พล.อ.ประยุทธ์ ได้จัดทีมงานหน้าห้อง รมว.กลาโหม โดยมี “บิ๊กชาติ” พล.อ. สุชาติ หนองบัว นายทหารรุ่นน้องเตรียมทหาร 15 ที่เคยทำงานด้วยกัน ตอน พล.อ.ประยุทธ์ เป็น ผบ.ทบ. และดูแลงานด้านกำลังพลมาตลอด มาเป็น เลขานุการรมว.กลาโหม ถือเป็นหัวหน้าใหญ่ทีมกลาโหม
และมี “บิ๊กหนู” พล.อ. ศักดา เนียมคำ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษทบ. (ตท.20) และ อดีต ผบ.ศปป.5 กอ.รมน. ที่เคยดูแลการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้ มาเป็นหัวหน้าสำนักงาน รมว.กลาโหม นั่งประจำที่กลาโหม ดูแลงานต่างๆ
พล.อ.ศักดา เป็น เพื่อนร่วมรุ่น ตท.20 ของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม และ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผบ.ทอ.
โดยมี “เสธ.กวาง” พล.ท.ม.ล.กุลชาติ ดิศกุล ทีมงานตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯ มานั่ง ประจำที่กลาโหม และมี “เสธ.จิ้น” พล.ท.ธนะศักดิ์ ชื่นอิ่ม มาช่วยงานอีกแรง
ไม่แค่นั้น คนที่จะช่วยดูแลงานกลาโหม หลักๆ คือ “บิ๊กช้าง” พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม
ที่ก็นั่งมาเป็น สมัยที่ 2 แล้ว หลังเคยเป็นมาตั้งแต่ ปลายรัฐบาล คสช. โดย พล.อ.ประวิตร เป็นผู้สนับสนุน
พล.อ.ชัยชาญ รับภารกิจแทน พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งหมด ทั้งการประชุม การรับแขกต่างประเทศ
แต่ในบางกรณี ที่เป็นงานใหญ่ เช่น การประชุม รมว.กลาโหมอาเซียน ADMM ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ มอบให้ พล.อ. ประวิตร รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานการประชุมแทน
หน้าที่หลักอีกประการของ พล.อ.ชัยชาญ แทน รมว.กลาโหม คือ การไปชี้แจงที่สภา ทั้งกระทู้ถามสด หรือการอภิปรายฯต่างๆ
ในบางครั้ง พล.อ.ชัยขาญ ก็ยังชี้แจง แทน พล.อ.ประวิตร เองด้วย ในเรื่องความมั่นคงอีกทั้งยังเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล (ผทพ.)ในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ด้วย
แม้แต่ การไปทำหน้าที่ เปิดงาน และร่วม วิ่งในภูมิประเทศ Trail running ตามไอเดียนายกฯ ที่จัดครั้งแรกไปเมื่อ 15 ธ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ที่กาญจนบุรีนั้น นายกฯ ก็มอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ไปเปิดงานและร่วมวิ่งแทน
แม้ว่าจะเป็นการจัดการวิ่งในภูมิประเทศ ตามบัญชาพล.อ.ประยุทธ์ที่ให้จัดทั้งปีปีละ 3-4 ครั้งตลอดปี 2020 แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมาร่วมเองในครั้งใดหรือไม่
เรียกได้ว่าพล.อ.ชัยชาญ ทำหน้าที่แทนพล.อ.ประยุทธ์ ทุกเรื่อง แม้แต่การออกกำลังกาย
แต่กระนั้นก็เป็นที่รู้กันว่าแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็น รมว.กลาโหม เอง แต่พล.อ.ประวิตร ก็ยังคงมีบทบาทอยู่เบื้องหลังในการดูแลกองทัพและความมั่นคงต่อเนื่อง หลังจากที่ดูแลมา5ปี
ด้วยเพราะ ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่างๆก็ยังคงประสานงานติดต่อพูดคุยกับพล.อ.ประวิตร เป็นปกติเหมือนตอนเป็น รมว.กลาโหม
พล.อ.ประวิตร เองก็ยังคงมาที่กระทรวงกลาโหม สัปดาห์ละอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ทั้งในการรับรองแขกต่างประเทศ และการประชุมต่างๆด้านความมั่นคง ก็จะมาใช้สถานที่ของกระทรวงกลาโหม รวมทั้งห้องรับรองของ รมว.กลาโหม
เรียกได้ว่ายังช่วยดูแลกองทัพและกระทรวงกลาโหมในทางพฤตินัยอยู่แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งแล้วก็ตาม
แต่ก็ส่งผลดีที่ทำให้ พล.อ.ประวิตรไม่ถูกฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะมองว่าไม่ได้คุมกระทรวงใดและยังไม่มีประเด็นสำคัญใดๆ
แม้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ ของพรรคเพื่อไทย จะให้เหตุผลว่า เรื่องนาฬิกาหรูของพล.อ.ประวิตร ก็จบไปแล้ว หลัง ปปช.ชี้มูล ว่าไม่มีความผิด
ท่ามกลางความกังขาว่า มีการล็อบบี้หรือ เพราะสายสัมพันธ์ของพล.อ.ประวิตร หรือไม่
“ไม่มี ดีล ไม่มีล้อบบี้ อะไร เพราะผมไม่ได้คุมกระทรวงแล้ว ก็ไม่อภิปรายฯ” พล.อ.ประวิตร ระบุ
ที่ทำให้ พล.อ.ประวิตร คลายกังวลไปได้ไม่น้อย เพราะ ลดการถูกเป็นเป้าโจมตีไปได้มาก
แม้ฝ่ายค้าน และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเร่งตรวจสอบเรื่องกองทัพ การใช้งบประมาณ การจัดซื้ออาวุธ เงินนอกงบประมาณ แต่ก็ไม่ได้เล็งเป้ามาที่พล.อ.ประวิตรโดยตรง
แต่ดูจะโฟกัสไปที่กองทัพบกเหล่าทัพใหญ่ที่สุด และ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เสียมากกว่า
จึงทำให้ พล.อ.ประวิตร เบาตัวมากขึ้น ทั้งโดยงานที่รับผิดชอบ และทั้งโดย การถูกจับตามอง โจมตี
ท่ามกลาง การจับตามองกันว่าพล.อ.ประยุทธ์จะนั่งควบเก้าอี้กลาโหมไปจนครบเทอม 4 ปีหรือไม่
เพราะมีการจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์หวังให้พล.อ.อภิรัชต์ มานั่งเก้าอี้นี้แทน หลังจากที่เกษียณไปแล้ว2 ปีเนื่องจากพล.อ.อภิรัชต์ เป็นสมาชิกวุฒิสภา จะต้องเว้นวรรคทางการเมือง 2 ปีหลังเกษียณราชการในตุลาคม 2563
แต่ก็เชื่อกันว่าพล.อ.อภิรัชต์ จะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง . แม้จะเลยช่วง สองปีแล้วก็ตาม
คาดกันว่าคงได้ทำหน้าที่ของการเป็นนายทหารที่มีความจงรักภักดีและถวายงานมาโดยตลอดหลังเกษียณมากกว่า
ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ก็จะนั่งควบ รมว.กลาโหม ต่อไป เอง
โดยยังมี พล.อ. ชัยชาญ เป็น รมช. กลาโหม ช่วยงานหลัก และมี พล.อ.ประวิตร ช่วยอีกแรง ในฐานะพี่ใหญ่ ที่ยังคงเปี่ยมบารมีในกองทัพ
เพราะการที่พล.อ.ประยุทธ์ คุมกองทัพเอง ก็จะมั่นใจกับอำนาจในมือและการคุมกองทัพได้อย่าง 100%
โดยไม่ต้องพะวงหลังว่ากองทัพจะแปรพักตร์ หรือเอาใจออกห่าง และกลายเป็นหอกข้างแคร่ เพราะตราบใดที่ ยังมีพล.อ.อภิรัชต์ อยู่ ก็ยังคงวางใจได้
หรือแม้แต่พล.อ.อภิรัชต์ จะเกษียณราชการไป ก็ได้วางตัวนายทหารที่ไว้วางใจได้เตรียมดูแลกองทัพ หนุนพล.อ.ประยุทธ์ต่อ ไว้อยู่แล้ว
กองทัพ จึงไม่เป็นปัจจัย ที่น่าห่วง ของ พล.อ.ประยุทธ์
ตรงกันข้าม ยังคงเป็น กองหลังที่เหนียวแน่น ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปให้ตลอดรอดฝั่ง