จับตาฉากจบ “3ป.” ไว้ลายทหารเสือฯ
แม้จะมีข่าวสะพัดว่า ผู้มีบารมี นอกพรรคเพื่อไทย ยอมแล้ว ที่จะให้ พรรค 2 ลุง คือพรรครวมไทยสร้างชาติ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พรรคพลังประชารัฐ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ร่วมรัฐบาล
แต่ก็มีการต่อรองว่า จะมาร่วมแบบทั้งพรรค ไม่ใช่เอา แค่บางกลุ่ม แบบออกมาเป็นงูเห่า
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร อาจต้องยอมรับเงื่อนไขของพรรคเพื่อไทยที่ว่า ถ้า พปชร. จะมาร่วมรัฐบาลทั้งพรรค ก็ต้องไม่มีลุง คือไม่มี พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค และต้องไม่อยู่ในพรรค
แต่หาก พล.อ.ประวิตร ต้องการจะดูแลพรรคพลังประชารัฐต่อไปก็ต้องยอมให้กลุ่มงูเห่า ที่ต้องการแยกตัวออกมาร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย แม้ว่าก่อนหน้านี้ จะมีรายงานข่าวว่าพลเอกประวิตร ได้เจรจากับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคฯ ไม่ให้แยกตัวออกมาเป็นงูเห่า ตั้งเงื่อนไขว่าถ้าจะร่วมรัฐบาล ก็ต้องไปทั้งพรรคก็ตาม
แต่ด้วยเพราะพรรคเพื่อไทยที่มี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ วางเกมเดินเกมอยู่เบื้องหลัง เลือกที่จะแยกเจรจากับฝ่ายของ พล.อ.ประยุทธ์ และฝ่ายของ พล.อ.ประวิตร
เพราะมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีบารมีและพาวเวอร์มากกว่า พล.อ.ประวิตร โดยเฉพาะการคุม ส.ว. ได้มากกว่า และยังมีแบ็กอัพพิเศษอยู่ในหลายภาคส่วน หลายองค์กร และหลายมิติ จากการที่ครองอำนาจมายาวนาน ทั้งในกองทัพ และเป็นนายกฯ 9 ปี ประมาณว่า หากทักษิณ ดีลกับ พล.อ.ประยุทธ์ แค่ ลุงเดียวก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคส.ว. แทบจะไม่ต้องง้อ พล.อ.ประวิตรเลยทีเดียว
แต่เพื่อความปลอดภัยหากจะต้องกลับไทยและเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น ก็อาจต้องยอมให้พรรคพลังประชารัฐ ร่วมรัฐบาลแต่มีเงื่อนไขคือ ต้องไม่มี พล.อ.ประวิตร หรือมาแค่กลุ่มงูเห่า เท่านั้น ที่จะเป็นการตีกรอบบังคับให้ พล.อ.ประวิตร ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกหนทาง ประกาศวางมือทางการเมือง และลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ หรือว่าจะยอมให้มีงูเห่าย้ายออกไป
การร่วมรัฐบาลของพรรคสองลุงเป็นการร่วมอย่างมีเงื่อนไขและมีขั้นตอนจังหวะเวลา จะเห็นได้ถึงกลยุทธ์ของการใช้คำว่ารัฐบาลพิเศษ และเริ่มจากให้พรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคภูมิใจไทย เป็นเสียงตั้งต้น 212 เสียง ก่อนแล้วค่อยเชิญทีละพรรค มาร่วมรัฐบาลเพื่อให้เสียงเพียงพอ
แต่มีรายงานว่าเจรจากับสองลุงแล้ว หากยอมรับตามเงื่อนไข ก็จะใช้วิธีการให้โหวตนายกรัฐมนตรี ในสภา ให้ เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ผ่านก่อน จากนั้นค่อยประกาศว่า จะดึงพรรค 2 ลุง ร่วมรัฐบาล จะแบบไม่มีลุง ในพรรค หรือ แบบปล่อยงูเห่า มาก็ตาม
จึงไม่แปลกที่ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาพลเอกประวิตร ไม่ร่วมประชุม รวมถึง อนุทิน ที่แม้จะมีภารกิจในทำเนียบรัฐบาล แต่ก็กลับไม่ประชุม ครม.ที่ตามประเพณีนายกรัฐมนตรี จะต้องนำคณะรัฐมนตรีอวยพรวันเกิดล่วงหน้าของ พล.อ.ประวิตร 11 สิงหาคม
จน พล.อ.ประยุทธ์ ต้องพูดในที่ประชุม ครม. ว่าจะไปอวยพรวันเกิด พล.อ.ประวิตร ในวันที่ 11 ส.ค. เลยจะเป็นตัวแทน คณะรัฐมนตรี
ขณะที่บ้านป่ารอยต่อฯ ก็แจ้งข่าวว่าวันเกิดปีนี้ พล.อ.ประวิตร ไม่เปิดบ้าน จะเปิดรับเฉพาะคนสนิท
ที่ทำให้ความสัมพันธ์ ระหว่าง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ประยุทธ์ถูกจับตามองอีกครั้ง
กระนั้นด้วยความเป็นพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ เป็นทหารเสือฯ ที่จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และจะสู้ อย่างถึงที่สุด และ หากจะถอยต้องถอย อย่างมีฟอร์ม
ปิดฉาก 3 ป. ให้สวยงามที่สุด ที่ไม่แน่กลับมาอีกครั้ง