"รองอธิบดีสถ."แจงยิบปมโอนหนี้กู้เงินสหกรณ์
"สถ." แจงยิบปมโอนหนี้ผู้กู้สหกรณ์สถ.ให้ผู้ค้ำ ระบุเป็นไปตามกฎหมาย ผู้ค้ำมีสิทธิ์ฟ้องผู้กู้ ชี้ ปัญหาเกิดจากสมาชิกไม่รับฟังคำชี้แจงให้ชัดเจน เตรียมลงพื้นที่ทำความเข้าใจ
นายธนา ยันตรโกวิท อดีตรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)และกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ สถ. กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ สถ. กว่า 500 คน เข้ายื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกมติคณะกรรมการดำเนินการ ชุดที่ 14 ที่มีมติให้โอนหนี้ของผู้กู้ให้ผู้รับประกันรับผิดชอบแทน ว่า ทางกรมสถ. ได้มีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2561 ไปเมื่อวันที่ 22 พ.ย. เพื่อพิจารณาข้อเรียกร้องของสมาชิกสหกรณ์ฯ ได้แก่ 1. พิจารณาเพิกถอนมติของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ในประเด็นที่สหกรณ์ใช้สิทธิเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้แทนผู้กู้ ซึ่งตามระเบียบของสหกรณ์และตามกฎหมายแล้วไม่สามารถเพิกถอนมติดังกล่าวได้
โดยหลักการของกฎหมายแพ่ง ระบุว่าเมื่อผู้ค้ำไปค้ำใครไว้ ถ้าผู้กู้ไม่ชำระหนี้ วงเงินหนี้ต้องตกไปเป็นภาระของผู้ค้ำ เนื่องจากการชำระเงินในงวดแรกทางสหกรณ์จะส่งหนังสือแจ้งไปยังผู้กู้ทั้งหมด 3 ครั้ง ซึ่งหากไม่มีการชำระหนี้ทางสหกรณ์ก็จะมีมติให้ผู้กู้พ้นจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ จากนั้นวงเงินหนี้จะไปตกอยู่กับผู้ค้ำตามกฎหมาย ซึ่งสิ่งที่ผู้ค้ำจะต้องทำเป็นอย่างแรกคือจะต้องไปตามผู้กู้ให้ใช้หนี้ตามวงเงิน หากผู้กู้ไม่ใช้ก็ไปฟ้องศาล โดยทางกรมสถ.จะช่วยค่าทนายครึ่งหนึ่ง ทุกอย่างมันมีกระบวนการของมัน เพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากที่สมาชิกบางกลุ่มไม่ยอมอยู่รับฟังการชี้แจงจนจบ
"ยืนยันว่าการแจ้งผ่านหนังสือเป็นไปตามเงื่อนไขทางกฎหมาย ถ้าเราไม่แจ้งหรือทางสหกรณ์เพิกเฉยหนี้ก้อนดังกล่าวก็จะหายไป เราต้องรักษา ประโยชน์ของสมาชิกไว้ ที่ผ่านมาเราคิดดอกเบี้ยของผู้กู้ แต่เมื่อวงเงินหนี้ถูกโอนไปยังผู้ค้ำ ทางสหกรณ์ฯก็จะไม่คิดดอกเบี้ยต่อผู้ค้ำ เราคิดแต่เงินต้น รวมถึงพยายามผ่อนปรนมาตลอด เพราะเงินสหกรณ์ไม่ใช่เงินของคณะกรรมการ แต่เป็นเงินของสมาชิกทุกคน เราก็พยายามทวงกลับมาให้ได้มากที่สุดอย่างน้อยเงินต้นก็ยังดี"
นายธนา กล่าวอีกว่า 2. กรณีที่สมาชิกสหกรณ์ ขอให้มีการถอดถอนกรรมการดำเนินการชุดที่ 14 ทั้งคณะ ที่ประชุมใหญ่ไม่สามารถเพิกถอนได้ เพราะตามระเบียบหากต้องการเพิกถอนกรรมการ จะต้องยื่นต่อผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์ พร้อมแจ้งเหตุผลว่ากรรมการประพฤติผิดอย่างไร จากนั้นผู้ตรวจสอบว่าจะทำความเห็นไปยังนายทะเบียนสหกรณ์ เพื่อตัดสินว่าผิดจริงหรือไม่ และ 3. กรณีที่ขอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับสหกรณ์ ที่ประชุมใหญ่ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เพราะต้องผ่านกรรมการสหกรณ์กร
อย่างไรก็ตามข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ สมาชิกก็ทราบดีว่าทำไม่ได้ตามกฎหมาย แต่เขาก็ขอให้เราเปิดประชุมวิสามัญซึ่งเราก็ทำให้ อย่างไรก็ตาม แนวทางหลังจากนี้คงจะไม่มีการจัดประชุมขึ้นอีก แต่จะมีการดำเนินการผ่านโครงการช่วยเหลือผู้ค้ำประกันที่ได้รับโอนหนี้จากผู้กู้ (คลินิกแก้หนี้) ให้เข้มข้นมากขึ้น โดยจะเข้าไปพูดคุยในพื้นที่ เพื่อให้เขาเข้าใจมากขึ้นกว่าเดิม