บิ๊กตู่ปัดตอบทายาทการเมือง
บิ๊กตู่ลั่นลงพื้นที่พบปชช.ห้ามชูป้ายเชียร์ บอกเหลือเวลาอีก2ปี เป็นเรื่องอนาคต ปัดตอบวางทายาททางการเมือง ด้านวราวุธผงาดหัวหน้าชทพ.คนใหม่ ประกาศซิวส.ส. 30 ที่นั่ง เคาะแคนดิเดตนายกฯ เร็วไป ยังไม่คิดจับมือใครตั้งรบ.
ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 3 ต.ค.65 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เข้าร่วมการประชุมการบริหารจัดการสถานการณ์อุทกภัยและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ โดยภายหลัง ผวจ.ขอนแก่นและอุบลราชธานีรายงานสถานการณ์ในพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทันทีว่า วันที่ 4 ต.ค.นี้ ตนจะลงพื้นที่จ.ขอนแก่นและอุบลราชธานี เพื่อไปเยี่ยมและให้กำลังใจ ไม่ต้องมีป้าย ไม่ต้องเอาคนมาถือป้าย ไม่เอา เข้าใจใช่ไหม เพราะตนจะไปทำงาน และไม่สร้างภาระให้กับใครทั้งสิ้น ไม่ต้องเรื่องมากกับตน เพราะตนสมบูรณ์แข็งแรง ดูแลตัวเองได้ ขอให้ไปดูแลประชาชนที่เดือดร้อนดีกว่า ตนไม่เป็นภาระกับใคร
จากนั้น ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีที่นายกฯ ระบุในที่ประชุมไม่ให้มีการชูป้ายต้อนรับ แต่หากมีประชาชนต้องการจะให้กำลังใจจะทำอย่างไร นายกฯ (หัวเราะ) พร้อมกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนก็รู้ว่าหลายๆ คนให้กำลังใจตนมาตลอดซึ่งก็ขอขอบคุณมากๆ แต่อย่าให้เป็นภาระเลย ตราบใดที่ยังทำหน้าที่อยู่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามถึงอนาคตทางการเมืองหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ถึงปี 68 ที่จะเหลือเวลาอีกประมาณ 2 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า อนาคตคืออนาคต นะจ๊ะ เมื่อถามว่า จะตัดสินใจอย่างไร เพราะถ้าไปต่อจะไปได้แค่ 2 ปี รวมถึงกระแสข่าวการปรับครม. หรือจะยุบสภา มีการเตรียมทายาททางการเมืองไว้หรือไม่ เพราะมีการมองถึง พล.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. และพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม ก่อนเดินขึ้นรถ ยิ้มหวานพร้อมโบกมือลา
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ ปฏิเสธตอบคำถามถึงการให้กำลังใจพล.อ.ประยุทธ์ในการกลับมาทำงานใหม่ โดยกล่าวว่า คุยกันเรื่องงาน เมื่อถามว่า ถ้าประชาชนจะมาให้กำลังใจนายกฯ ในการลงพื้นที่ ขณะที่นายกฯกำชับผู้ว่าฯไม่ให้มีนั้น พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่าเมื่อกี้นายกฯบอกผู้ว่าฯไปแล้ว
ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถ.วิภาวดี กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จัดการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 2 / 2565 เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ภายหลังจาก น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยผู้มีเสนอชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยไม่มีการเสนอชื่ออื่น ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติด้วยคะแนน 382 เสียง ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเลือกกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) รวม 22 คน ประกอบด้วย นายวราวุธ หัวหน้าพรรค นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา สะสมทรัพย์ , นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ , นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ และนายยุทธพล อังกินันทน์ รองหน้าพรรค นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค น.ส.ทัศน์ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช รองเลขาธิการพรรค นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา รองเลขาธิการพรรค น.ส.นันทพร ดำรงพงศ์ รองเลขาธิการพรรค
นางพวงรัตน์ ชัยบุตร เหรัญญิกพรรค นายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนสมาชิกพรรค นายสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง , นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ , นายนพดล มาตรศรี , นายอุดม โปร่งฟ้า , นายสุรชัย ทิณเกิด ,นายอภิวัชร บัวพันธ์ , พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล , นายพีระวัฒน์ พุ่มทอง และนายพงษ์ศักดิ์ ชมสุวรรณ กรรมการบริหารพรรค อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังได้ขยายจำนวน กก.บห. จาก 29 คน เป็น 39 คน เพื่อรองรับในกรณีพรรคขยายตัวใหญ่ขึ้น และให้เกิดความคล่องตัว ซึ่งหลังจากนี้สามารถแต่งตั้ง กก.บห.เข้ามาเพิ่มเติมได้
จากนั้น น.ส.กัญจนาอดีตหัวหน้าพรรค ได้มอบธงพรรค ชทพ. ให้กับนายวราวุธหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดย นายวราวุธ เปิดใจภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า ตลอระยเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่พรรคชาติไทยมาถึงพรรคชทพ.เราทำงานกันมา 48 ปีแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ในบ้านเมือง ปีนี้ตนอายุ 49 ปี เรียกว่าเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคตั้งแต่พรรคชาติไทยมา สิ่งที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ทำมา การลงไปรับฟังความเดือดร้อนประชาชน ไม่มีใครสงสัยคนชื่อบรรหาร เพราะรับฟัง ทำจริง แก้ปัญหาจริง ซึ่งเป็นค่านิยมที่เราให้ความสำคัญและปฏิบัติมาถึงทุกวันนี้
นอกจากนี้ นายบรรหารดูแลสมาชิกทุกคน โดยเฉพาะส.ส.ของพรรค ดูแลเหมือนครอบครัวตัวเอง อบอุ่น จริงใจ จะดุและให้กำลังใจเหมือนกับคนในครอบครัว เป็นสิ่งที่ทำให้ ส.ส.มีกำลังกายและกำลังใจในการจะออกทำงานให้กับประชาชน นายบรรหารให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก เพราะการดูแลครอบครัวให้อบอุ่นนั้น ท้ายที่สุดคนในครอบครัวจะเป็นคนที่มีคุณภาพสังคม เช่นเดียวกันถ้าพรรคอบอุ่นจะทำให้ ส.ส.เป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศชาติ เป็นแนวปฏิบัติที่ถ่ายทอดมาถึงทุกวันนี้ และยังจะสืบสานปณิธานนี้ต่อไป
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านตั้งแต่พรรคชาติไทยจนถึง ชทพ. พรรคไม่ใช่ของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง บางคนอาจจะบอกว่านี่ไงพูดไม่ขาดคำเปลี่ยนจากพี่สาวมาเป็นน้องชาย แต่อยากให้ดูว่าก่อนศิลปอาชาเป็นตระกูลอะไร พรรคชาติไทย พรรค ชทพ. แต่ละช่วงเวลาจะมีบ้านใหญ่ดูแล ก่อนนายบรรหารมี พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร ,พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ มาวันนี้เป็นศิลปอาชา ในอนาคตจะเป็นของใครเราตอบไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ ชทพ.ไม่ใช่สมบัติของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง เราทำงานด้วยเหตุผล รับฟังทุกฝ่าย ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่เคยมีใครและไม่มีคนไหนจะมาครอบคลุมบงการการทำงานของ ชทพ.ได้
นายวราวุธ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะรับฟัง และทำจริงไม่ได้โม้ไปวันๆ เพราะต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรค ส.ส.และกรรมการบริหาร เพื่อทำงานตอบสนองประชาชน ประเทศไทยเผชิญปัญหาที่ใหญ่กว่าน้ำท่วมและเศรษฐกิจคือ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่กระทบต่อชีวิตมนุษย์ ทั้งความเป็นอยู่ เศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น ต้องทำเพื่อให้ประชาชนดีขึ้น
ที่ผ่านมาพ่อบรรหารดุด่า สั่งสอนให้กับลูกชายคนนี้ วันนี้ผมเข้าใจแล้วว่าพ่อบรรหารเตรียมไว้ให้กับลูกชาย เตรียมไว้ให้นายวราวุธในวันที่พ่อบรรหารไม่อยู่แล้ว ทำอย่างไรให้นายวราวุธได้ทำงานให้กับชทพ. และประเทศ แต่นายวราวุธคนนี้คงไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ การจะเดินไปข้างหน้าได้จำเป็นต้องมีทีมงาน ชทพ. ต้องทำงานร่วมกัน เชื่อมั่น มีศรัทธาในการทำงาน เรามีความแข็งแกร่งแต่ไมแข็งกร้าว มีความอ่อนน้อม ไม่เคยมีปัญหากับใคร เราศรัทธา เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย ไม่มีอะไรที่คนไทยทำไม่ได้ ร่วมมือทำงานด้วยกัน จึงจะเป็นจริงได้ เพื่อพัฒนาก้าวย่างต่อไป
นายวราวุธ ยังให้สัมภาษณ์ภายหลังรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคชทพ.คนใหม่ ถึงกรณีนำพาพรรคไปสู่การเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้พรรคกำลังเร่งดำเนินหารในหลายพื้นที่ หาตัวผู้สมัคร พร้อมทั้งกำชับผู้สมัครที่เปิดตัวไปแล้ว ทำงานให้รอบคอบในทุกๆ พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ตามนโยบายรับฟังความจริง ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาของพรรคชทพ.ที่ร่วมรัฐบาล เป็นการทำงานที่ไม่หยุดนิ่งและทำงานอย่างเป็นรูปธรรม
ในการหาเสียงครั้งที่ต่อไปให้ว่าที่ส.ส.ดำเนินการตามกรอบคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างเคร่งครัดในการดูแลประชาชนให้เต็มที่ ขณะนี้เกิดอุทกภัยหลายพื้นที่การช่วยเหลือประชาชนต้องระมัดระวัง รวมทั้งตน และนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ทำงานอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองได้
นายวราวุธ กล่าวว่า การทำนโยบายให้ตอบโจทย์ที่จะนำพาให้พรรคเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงยั่งยืน ท่ามกลางสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก และความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ประเทศไทยต้องยืนอยู่บนขาของตัวเอง และทำให้ประชาชนทุกระดับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนา รวมไปถึงนักธุรกิจแต่ละพื้นที่ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเองได้ และจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยของเราเดินไปข้างหน้าใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์มากที่สุด ทำให้เงินในกระเป๋ามีเพิ่มมากขึ้น
เมื่อถามว่า ที่มีขยายกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) จาก 29 คน เป็น 39 คน เพื่อรองรับขนาดของพรรคชทพ.ที่จะใหญ่ขึ้น นายวราวุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคชทพ.เป็นพรรคขนาดกลางถึงขนาดเล็ก ไม่ว่าเราจะเป็นพรรคขนาดกลางเสมอไป จากนี้ไปก้าวใหม่ของพรรคชทพ.เราจะไปทวงคืนพื้นที่ในหลายพื้นที่ที่พรรคชาติไทยเคยปักธงเอาไว้ และเราจะทำให้พรรคชทพ.เติบโต มั่นคง ช้าๆ แต่ได้พร้าเล่มงาม
ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าตั้งเป้าเท่าไร นายวราวุธ กล่าวว่า ตั้งเป้าไม่เกิน 25-30 ที่นั่ง วันนี้พรรคเรามี 12 ที่นั่ง ถ้าเราโตเร็วเกินไปจะเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เราไม่สามารถบริหารจัดการดูแลส.ส.ได้อย่างเต็มที่ จึงมั่นใจว่าเราสามารถทำได้ เมื่อถามว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพปชร. เป็นแคนดิเดตนายกฯ จะส่งผลกระทบต่อพรรคชทพ. หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมกก.บห.พรรค เพื่อหารือกันก่อน
เมื่อถามถึงจุดยืนของพรรคชทพ.หลังเลือกตั้งจะจับมือกับใครนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า เมื่อทุกฝ่ายผ่านการเลือกตั้งเข้ามาแล้ว หากมาบอกว่าฝ่ายนั้นฝ่ายนี้คงจะเร็วไปที่จะตัดสิน ท้ายที่สุดแล้วการจัดตั้งรัฐบาลเป็นสมการบวกเลขกัน ต้องดูหลังการเลือกตั้งก่อนว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามย้ำว่าจะจับมือกับฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล นายวราวุธ กล่าวว่า คะแนนเสียงทุกคะแนนเสียงมีค่า ฉะนั้นพรรคชทพ.จะบอกว่าเอากลุ่มนั้นกลุ่มนี้เป็นพิเศษดูจะเป็นการไม่ให้เกียรติกลุ่มเหลือจนเกินไป คิดว่าการทำงานของพรรคชทพ.จากนี้จะทำงานให้กับพี่น้องประชาชนให้ทุกกลุ่ม ท่านใดมีศักยภาพทำงานร่วมกันเพื่อให้พรรคชทพ.มีความมั่นคง คงไม่มีพรรคไหนให้สัมภาษณ์ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือไปถามนักการกีฬาว่าจะเป็นที่สามที่สี่ คงอยากได้เป็นที่หนึ่งกันหมด
เมื่อถามว่า กระแสการเปรียบเทียบความนิยมของพรรคชทพ.รุ่นนี้ นายวราวุธ กล่าวว่า ความนิยมไม่สามารถส่งผ่านกันได้ คนที่ชื่อบรรหาร ศิลปอาชา ทำงานตั้งแต่ปี 2475-2559 แต่คนที่วราวุธทำงานมา 3 ปี เพราะฉะนั้นการทำงานของพรรคการเมือง และเส้นทางการเมืองไม่สามารถเร่งอะไรได้ สำคัญที่สุดคือความนิยมและบารมี ก็ส่งต่อกันไม่ได้ แต่อยู่ที่ตัวของตัวเองและกก.บห.ว่าจะเร่งสร้างศรัทธาและผลงานให้ถูกใจประชาชนได้มากน้อยแค่ไหนมากกว่า เอาผลงานเป็นตัวชี้วัด เมื่อถามว่า ประเมินกระแสคนรุ่นใหม่ของตัวเอง จะสู้กระแสคนรุ่นใหม่พรรคอื่นได้หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ตนคิดว่าการทำงาน 3 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้อาจจะไม่เก่งกว่า แต่คิดว่าตนไม่แพ้ใครเหมือนกัน.
เมื่อถามว่า กรณีที่มีคลิปไวรัลที่มีตนเองกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ตอบคำถามสื่อมวลชนเป็นภาษาอังกฤษในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกทม. จนเป็นที่ชื่นชอบในโลกออนไลน์นั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องขอบคุณนายชัชชาติที่ให้เกียรติทำงานร่วมกับกทม. ไม่เคยคิดว่าจะออกเป็นกระแสไวรัล แต่หัวใจสำคัญเราทำงานช่วยเหลือประชาชนในกทม. หากกทม.ขัดสนอะไร เราก็ยืนดีสนับสนุน และก็ถือว่าเป็นโบนัสที่ประชาชนให้ความสนใจกับการทำงานของตน และเน้นที่การทำงานมากกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ประชุมเลือกนายวราวุธเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม มอบหมายให้ นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกฯฝ่ายการเมืองและโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำแจกันดอกไม้ร่วมแสดงความยินดี นอกจากนั้นยังมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.พรรคพลังประชารัฐ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ และตัวแทนพรรคเพื่อชาติ นำแจกันดอกไม้แสดงความยินดี
ด้าน นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และผู้อำนวยการพรรคชทพ. ได้แจ้งให้ที่ประชุมพรรคทราบระหว่างการนับคะแนนเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค ว่า เตือนให้สมาชิกพรรคระวังการหาเสียงเลือกตั้งในช่วง 180 วัน ในระยะที่จะมีการเลือกตั้ง ทั้งนี้สิ่งที่เป็นปัญหาคือการแบ่งเขตเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ได้ดำเนินการ เช่น จ.สุพรรณบุรี ทราบว่ามี 5 เขต แต่ไม่รู้ว่าเขตอยู่ตรงไหนบ้าง ทำให้หาเสียงไม่ได้
อย่างไรก็ดีการกำหนดระยะเวลาดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของกกต. เพราะพบว่าในสมัยของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ยกร่างกฎหมายและแก้ไขกฎหมายกำหนดเงื่อนไขของระยะเวลาที่ต้องเฝ้าระวัง จากเดิมใช้ 90 วัน เป็น 180 วัน ทำให้ตนมองว่าควรแก้ไขให้เอาเนื้อหาดังกล่าวออก และให้เริ่มนับกันใหม่ โดยใช้เงื่อนไขเวลาเดิม คือ 90 วัน หากมีกายุบสภา จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 45- 60 วัน ซึ่งห้วงเวลาดังกล่าวจะพอดีกัน ไม่เช่นนั้นได้เปรียบเสียเปรียบกัน