จับสัญญาณ “วิชา มหาคุณ” ต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณี “ร.อ.ธรรมนัส”

การเมือง14 พ.ค. 2564 • 16:00 น.
จับสัญญาณ “วิชา มหาคุณ” ต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กรณี “ร.อ.ธรรมนัส”
แม้ปฏิกิริยาของสังคมที่มีต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อาจกลายเป็นชนวนที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในยามที่กำลังเผชิญศึกหนักจากโควิดระลอก 3 ไม่เฉพาะฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง หากแต่บรรดากองหนุนต่างก็ออกมากดดันให้เร่งกู้วิกฤติศรัทธา ทว่าการเลือกเล่นบท “เตมีย์ใบ้” ไม่แสดงความเห็นใดๆ ต่อกรณีนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ ประหนึ่งนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวนั้น ก็ทำให้ถูกตีความไปได้หลายแง่หลายมุม กระทั่งการออกมา “ดับเครื่องชน” ตรงๆ ของวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. ทำให้คอการเมืองจับจ้องกันชนิดตาไม่กะพริบ ด้วย “วิชา” นั้น คือมือวางอันดับ 1 ที่พล.อ.ประยุทธ์ เคยใช้บริการ แต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย คดี “บอสอยู่วิทยา” เพื่อกอบกู้ศรัทธากระบวนการยุติธรรมมาแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้แสงสปอตไลต์การเมืองจับจ้องมาที่ “วิชา” อีกครั้ง หลังจากที่เขาโพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยความตอนหนึ่งระบุว่า “เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงเป็นที่แน่ชัดว่าออกแบบมาเพื่อการตรวจสอบและขจัดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มีปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล มิให้มีอำนาจในการปกครองบ้านเมือง อันเป็นปัญหาร้ายแรงที่สุดตลอดมา ในการปกครองบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาในด้านจริยธรรม ของผู้บริหารที่ขาดความเชื่อถือศรัทธาและไว้วางใจ (trust) จากประชาชน แต่ยังไม่ยอมออกจากตำแหน่ง โดยอ้างว่าประชาชนเป็นผู้เลือกให้ทำหน้าที่แทนราษฎร ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธา และล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน" จึงต้องจับตาดูว่า สัญญาณจาก “วิชา” จะส่งต่อรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์อย่างไรหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงคลื่นกระทบฝั่ง สำหรับ “วิชา” เกิดเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2489 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ,เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร คร่ำหวอดในกระบวนการยุติธรรม โดยเคยผ่านงานทั้งพนักงานอัยการ ผู้ช่วยผู้พิพากษา จนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดคือ ประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 3 และเคยดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ อย่างป.ป.ช. คือ ประธานป.ป.ช. ปัจจุบันเป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิตและเป็น ผู้อำนวยการหลักสูตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต