"พีระพันธ์ุ"ฝันปชป.เป็นประชาธิปไตยยุคใหม่ "หน.พรรค" ไม่รวบอำนาจ

การเมือง13 พ.ค. 2562 • 05:40 น.
"พีระพันธ์ุ"ฝันปชป.เป็นประชาธิปไตยยุคใหม่ "หน.พรรค" ไม่รวบอำนาจ
"พีระพันธ์ุ"เปิดกว้างสมาชิกปชป.มีสิทธิ์นั่งเลขาฯ ปัด "ถาวร-เอกณัฐ"ร่วมทีม  ฝันพรรคเป็นประชาธิปไตยยุคใหม่ "หัวหน้าพรรค"ไม่รวบอำนาจ ย้อน "ชวน" บอกกลัวโดนแทรกแซง จาก "ภายใน"มากกว่าภายนอก เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ที่รัฐสภาใหม่ เกียกกาย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังเข้ารายงานตัวส.ส. ถึงการลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า การทำงานภายในพรรคจะไม่ให้อำนาจให้อยู่ที่หัวหน้าเหมือนที่ผ่านมา หรือคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) เพราะตำแหน่งนี้เป็นแค่หัวโขน แต่ต้องการมาฟื้นฟูและทำพรรคให้เดินหน้าและกลับมาเป็นพรรคหลักของประเทศ ดังนั้นพวกตนไม่มีใครแย่งกันเป็นเลขาธิการพรรค เพราะทุกคนก็สามารถเป็นเลขาธิการได้ ตนถึงบอกว่าไม่ว่าใครจะเป็นเลขาฯหรือตำแหน่งไหนไม่ได้เป็นผู้ทรงอิทธิพล หรือเป็นผู้มีอำนาจของพรรค ดังนั้นจึงให้ทีมงานไปตกลงกันเอาเองว่าใครจะอยู่ตำแหน่งไหน เพราะมีค่าเท่ากัน ทำงานเหมือนกันหมด ไม่ใช่แปลว่า พอคนนี้เป็นเลขาฯแล้วจะกลายเป็นหัวหน้าคนอื่น และหากตนได้รับเลือกเป็นหัวหน้าตนก็จะไม่ทำบทบาทเป็นหัวหน้า แต่จะเป็นเพื่อนร่วมงาน ร่วมทีมไม่มีใครใหญ่กว่าใคร โดยจะทำงานเป็นทีม หรือคณะ ไม่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในพรรค ไม่ใช่อำนาจมารวบอยู่ เมื่อถามว่าการที่ไม่มีความชัดเจนในเรื่องของตัวบุคคลอาจจะกระทบต่อสมาชิกที่เป็นโหวตเตอร์ได้ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเวลานี้สมาชิกก็เข้าใจ และคิดว่าสิ่งที่ตนเสนอเป็นแนวทางใหม่ที่ต้องการเปิดกว้างให้สมาชิกมากขึ้น ส่วนที่มีข่าวว่านายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขบา จะเป็นเลขาฯในทีมของตนนั้น นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า นายถาวรไม่รับตำแหน่ง รวมทั้งนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์  รักษาการณ์รองเลขาธิการพรรคด้วย ตนให้เป็นเสรีภาพของสมาชิกที่จะเลือกว่าใครเหมาะสม ไม่มีสิทธิ์มาชี้นำเพราะต้องการให้เป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับปรุงพรรค ผู้สื่อข่าวถามว่า หากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคจะนำพาพรรคไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ หรือจะเป็นตามกระแสข่าวการเมืองขั้วที่ 3 ที่จะผลักดันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะตนไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค และแม้เป็นหัวหน้าพรรคก็ตอบไม่ได้ เพราะข้อบังคับพรรคเป็นอำนาจของที่ประชุมส.ส.และกก.บห. เพราะตนบอกแล้วว่าแม้จะเป็นหัวหน้าพรรคก็ขอให้ทุกอย่างอยู่ที่ประชุม และหากตนเป็นหัวหน้าพรรคแล้วมีคนติดต่อมา และหากแนวทางเป็นการทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ปกป้องสถาบัน จงรักภักดีก็ไปกันได้ แต่ตนคนเดียวตัดสินใจไม่ได้ ต้องให้เพื่อนๆพิจารณาแล้วมีมติ หากจะมีการเชิญมาก็ต้องดูว่าใครเป็นคนเชิญ เพราะวันนี้ยังไม่รู้ใครเป็นแกนหลักในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าประชาธิปัตย์จะไม่ร่วมกับพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่าไปรวมได้อย่างไร วันนี้ยังไม่ถึงเวลาไม่มีการพูดคุยและไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นคนตั้งรัฐบาล เราจะไปพูดล่วงหน้าทำไม พูดไปก็เกิดปัญหาอีก ส่วนกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค แสดงความกังวลถึงการเลือกหัวหน้าพรรคว่าจะมีความขัดแย้ง และปัจจัยภายนอกเข้ามาแทรกแซงนั้น นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีความขัดแย้ง และเชื่อมั่นว่าในส่วนของตนไม่มีการแทรกแซงแน่นอน รวมถึงผู้สมัครทั้ง 3 ด้วย แต่ที่ตนเป็นห่วงมากกว่าคือ การแทรกแซงจากภายในพรรคมากกว่า