ชพน.เฮ..!! อดีตส.ส.อนค.ย้ายเข้าพรรค ชง 8 ประเด็นแก้รธน. จ่อย้ายสนง.ใหญ่พรรคไป "โคราช"
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. เวลา 11.45 น.ที่บ้านเลขที่ 333 ถ. ราชวิถี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา แถลงภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม 10 คน เนื่องจากภายในเดือน เม.ย. ต้องมีการประชุมใหญ่ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมว่าจะจัดการประชุมรูปแบบใด จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด - 19 แต่ในส่วนของพรรคก็ต้องเตรียมการไว้ก่อน นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การรับสมาชิกใหม่ และการวิเคราะห์ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ
นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบรายงานการเงินของพรรคประจำปี 2562 ผลการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปีที่ผ่านมา การให้ความเห็นชอบการแก้ไขข้อบังคับพรรค และการให้ความเห็นชอบเรื่องการย้ายสำนักงานใหญ่ของพรรคชาติพัฒนาไปที่ จ.นครราชสีมา นอกจากนี้ การรับสมาชิกใหม่ขณะนี้มีหลายท่านที่มาสมัครกับพรรค เช่น นายสมัคร ป้องวงศ์ ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 อดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ขณะนี้นายทะเบียนพรรคชาติพัฒนา ได้ส่งเรื่องไปยังกกต.แล้ว เท่ากับตอนนี้พรรคชาติพัฒนา มีส.ส. 4 คน
นายสุวัจน์ กล่าวถึงการเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาในการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคมีข้อเสนอ 8 ประเด็น คือ 1.พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งขณะนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่กำหนดให้มีการทบทวนยุทธศาสตร์ทุก 5 ปี จึงอยากให้ทบทวนเป็นทุก 1 ปี 2.ระบบการเลือกตั้ง ควรเป็นในแนวทางเดิมปี 2540 คือ ใช้บัตร 2 ใบ คือเลือกผู้สมัครและเลือกพรรค ซึ่งเห็นว่า การทำไพรมารี่โหวต เก็บเงินค่าสมาชิกเป็นภาระของพรรคการเมือง
ประธานที่ปรึกษาฯ กล่าวอีกว่า 3.ที่มาส.ว. เราเห็นว่าเพื่อยึดโยงประชาชนจึงควรให้มาจากเลือกตั้ง 4.การสร้างความสมดุลในการตรวจสอบขององค์กรอิสระ 5.ในส่วนของงบประมาณ อยากให้ฝ่าย นิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร เสนอการแปรญัตติให้ตรงความต้องการประชาชน 6.การเสนอกฎหมายให้สิทธิ์เฉพาะส.ส. และประชาชนเท่านั้น 7.การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วยการพิจารณา 3 วาระ ด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา คือยึดหลักสมาชิก 2 สภาเป็นหลัก และ8.เห็นด้วยที่จะให้ผู้บริหารท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้ง เพื่อยึดโยงประชาชน