กกต.ส่งหนังสือเชิญ "สมชัย"ให้ข้อมูลทุจริตเลือกตั้งลำปาง

การเมือง21 ก.ค. 2563 • 05:52 น.
กกต.ส่งหนังสือเชิญ "สมชัย"ให้ข้อมูลทุจริตเลือกตั้งลำปาง
กกต.ร่อนหนังสือเชิญ"สมชัย"ให้ข้อมูลทุจริตเลือกตั้งลำปาง ย้ำแม้ประกาศรับรองไปก่อนแต่ก็สามารถดำเนินเอาผิดต่อได้ วันที่ 21 ก.ค. 63 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาประกาศรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส.ลำปาง เขต 4 ว่า ตอนนี้มีเรื่องร้องเรียนทุจริตเรื่องเลือกตั้ง 3 เรื่อง คือ เจ้าหน้าที่ของรัฐวางตัวไม่กลาง การทุจริตซื้อเสียง และร้องให้มีการยุบพรรค โดยขณะนี้มีการยื่นร้องไว้ที่ กกต.จังหวัดลำปาง และ กกต.กลาง แล้ว การประชุม กกต.วันนี้จึงต้องรอฟังผลการตรวจสอบที่ทางสำนักงานจะเสนอว่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นเป็นอย่างไร เพราะตามกฎหมายมาตรา 127 กำหนดว่าหลังการเลือกตั้งแล้วภายใน 60 วัน หาก กกต.ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่าการเลือกตั้งมีความสุจริตก็สามารถประกาศผลได้ "วันนี้ กกต.ลำปาง ยังตรวจสอบอยู่ บางกรณีทราบว่ามีการเรียกผู้ร้องมาสอบแล้ว แต่ในที่ประชุม กกต.วันนี้สำนักงานก็จะนำเสนอรายงานผลการตรวจสอบเบื้องต้นที่ทาง กกต.ลำปาง ส่งมาให้ กกต.ได้พิจารณา ซึ่งคิดว่าน่าจะเพียงพอที่ กกต.จะมีคำตอบได้ว่าจะประกาศรับรองผลได้หรือยัง" นายอิทธิพร กล่าว เมื่อถามว่า นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.เผยแพร่ข้อมูลพยานหลักฐานว่ามีการทุจริตเลือกตั้งลำปาง ประธาน กกต.กล่าวว่า กกต.ก็พิจารณาตามปกติ แล้วใครมีหลักฐานอะไรก็สามารถส่งให้ กกต.ตรวจสอบได้ และในกรณีนี้ก็ได้ให้สำนักงานมีหนังสือไปถึงอดีต กกต.เพื่อมาให้ข้อมูล โดยหนังสือได้ส่งไปตั้งแต่เมื่อวาน อย่างไรก็ตาม หาก กกต.มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน กฎหมายก็ไม่ได้ตัดสิทธิ กกต.ในการดำเนินการเอาผิดกรณีพบทุจริต ดังนั้น ข้อมูลที่ได้รับจากอดีต กกต.ก็สามารถนำมาดำเนินการสืบสวนไต่สวนต่อให้สุดทาง ตามที่ระเบียบ กกต.กำหนด นายอิทธิพร ยังกล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคเสรีรวมไทย ยื่นร้องให้ กกต.ตรวจสอบ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการช่วยหาเสียงและยื่นยุบพรรคพลังประชารัฐ ว่า ตามหลักการจะให้สำนักงานรับเรื่องไว้ก่อน และต้องดูว่าคำร้องมีเหตุผลพอหรือไม่ ทราบว่าเพิ่งมีการร้องเมื่อวานนี้ (20 ก.ค.) ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของสำนักงานพิจารณาว่าคำร้องมีมูลเสนอ กกต.สั่งดำเนิน การต่อไปหรือไม่ ซึ่งการดำเนินการคงจะแยกจากสำนวนทุจริตซื้อเสียง เพราะกรณีนี้เป็นเรื่องของการใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไม่เหมาะสม