"ไพศาล" ชี้ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก 2 ญี่ปุ่นคือกองทัพหน้า ทำสงครามกับจีนเกาหลีเหนือ-รัสเซีย
วันที่ 9 มี.ค.65 นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุคส่วนตัว ระบุว่า
" ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก(3)
ไทยคือสนามรบกับจีน-พม่า-ลาว-กัมพูชา
ไทยจะเป็นยูเครนแห่งอาเซียน
1.ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกที่สหรัฐฯเป็นเจ้ามือใหญ่ มีกลุ่มควอชเป็นแกนหลักในภาคพื้นมหาสมุทรอินเดียประกอบด้วย สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดีย ซึ่งขณะนี้อินเดียได้ถอยฉากออกไปแล้ว เพราะไม่ยอมเป็นสนามรบและเป็นกองทัพหน้าในการต่อต้านและทำสงครามกับรัสเซีย จีน อิหร่าน พม่า และปากีสถาน
และมี AUKUS เป็นแกนหลักในภาคพื้นแปซิฟิกประกอบด้วย สหรัฐฯ อังกฤษ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ซึ่งเท่ากับญี่ปุ่นเป็นกองทัพหน้าในการต่อต้านและทำสงครามกับจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ ในภาคพื้นแปซิฟิก ควอชและ AUKUS จึงเหมือนปีกซ้ายปีกขวาโดยมีอาเซียนเป็นศูนย์กลาง
ทั้งนี้อาเซียนนั้นเป็นประเทศที่รวมตัวกัน 10 ประเทศ มีผืนแผ่นดินติดต่อกันยกเว้น ฟิลิปปินส์และอืนโดนีเซีย ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ดังนั้นอาเซียนที่เป็นแผ่นดินใหญ่ก็คือพม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และบรูไนนั้น โดยภูมิยุทธศาสตร์ไทยคือศูนย์กลางของทั้งอาเซียนและของยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกด้วย
2.สหรัฐฯกำหนดแผนการตั้งกลุ่มพันธมิตรยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกในส่วนที่เกี่ยวกับอาเซียน โดยกำหนด 6 ประเทศหลัก คือ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไทย เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ ซึ่งเท่ากับไทยจะเป็นกองทัพหน้าและต้องทำหน้าที่เป็นสนามรบเช่นเดียวกับอินเดียวของกลุ่มควอชและญี่ปุ่นของ AUKUS
และโดยแผนการนี้สหรัฐฯจึงกำหนดเป้าหมายที่ประเทศไทยเป็นหลัก เพราะออสเตรเลียนั้นเป็นคู่ซี้กันอยู่แล้ว
ในปี 2562 สหรัฐฯก็ประสบความสำเร็จในการลงนามข้อตกลงกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อตั้งพันธมิตรไทย-สหรัฐฯตามยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก โดยได้เผยแพร่ข้อตกลงนั้นในเว็ปไซต์ของสถานทูตสหรัฐฯโดยที่คนไทยและรัฐสภาไทยไม่เคยรับรู้มาก่อนเลย
2 หลังจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงนามในข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ 2562 แล้ว เว็ปไซต์ผู้จัดการยังรายงานข่าวว่าหลังจากนั้นไม่นาน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หารือกับนายอาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเกี่ยวกับการที่ญี่ปุ่นจะเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรในยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกกับไทยด้วย
ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ประธานาธิบดีไบเดนได้แถลงข่าวว่ากำลังขยายแกนหลักของยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ภาคพื้นอาเซียนเป็น 6 ประเทศ คือ สหรัฐฯ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไทย เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ ซึ่งหมายความว่า 6 ประเทศแกนหลักนี้จะเป็นแกนหลักของภูมิภาคอาเซียนในการต่อต้านจีน รัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ! ซึ่งประธานาธิบดีไบเดนได้แถลงด้วยว่าจะขยายพันธมิตรเพิ่มขึ้นอีก โดยจะเชิญอาเซียนทุกประเทศไปประชุมที่สหรัฐฯในปลายเดือนมีนาคม 2565
และในวันที่ 8 มีนาคม 2565 กระทรวงการต่างประเทศก็แถลงว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาจะเดินทางไปประชุมดังกล่าว โดยอ้างว่าไม่กระทบหรือเกิดความขัดแย้งกับรัสเซียซึ่งกำลังเป็นคู่สงครามในสมรภูมิยูเครนในขณะนี้
แต่กระทรวงการต่างประเทศไม่ปริปากและไม่แถลงว่าไม่กระทบกับประเทศจีน เพราะรู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่าการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรนั้นกระทบกับประเทศจีนโดยตรงและมากที่สุดเพราะเป็นยุทธศาสตร์เพื่อการต่อต้านจีนและอาจถึงขั้นสงครามกับจีนด้วย
ทั้งนี้เพราะอาจจะเกรงคนไทยกล่าวหาว่ากำลังชักศึกเข้าบ้าน กำลังตั้งตนเป็นศัตรูกับมิตรประเทศที่สายเลือดเดียวกันและช่วยเหลือเกื้อกูลมานับพันปี
หรืออาจจะเกรงประชาชนไทยกล่าวหาว่าเป็นการชักศึกเข้าบ้านและอาจทำให้ประเทศไทยเป็นยูเครนแห่งอาเซียนก็ได้
ในเรื่องนี้ประชาชนไทยได้คัดค้านอย่างรุนแรงและกว้างขวางมากขึ้นทุกวัน และทำให้การจัดตั้งขบวนการเสรีไทยยุคดิจิตอลขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว โดยถือว่าการตกลงเป็นพันธมิตรตามยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกนั้นเป็นโมฆะ! เช่นเดียวกับการประกาศเข้าร่วมวงไพบูลย์แห่งเอเซียบูรพากับญี่ปุ่นซึ่งทำให้ไทยแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2
3.การที่ประเทศไทยเข้าเป็นพันธมิตรตามยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกย่อมทำให้รัสเซีย จีน อิหร่าน และเกาหลีเหนือ ไม่พอใจและต้องเตรียมการรับมือทางการทหาร เช่นเดียวกับที่รัสเซียเตรียมความพร้อมทางการทหารและเป็นเหตุให้เกิดสงครามยูเครนในขณะนี้
สมควรสรุปการวางกำลังทางทหารของรัสเซีย จีน อิหร่าน ในเรื่องนี้ ดังนี้
(1.) รัสเซีย อิหร่าน และจีน ได้แถลงการณ์ร่วมกันที่จะจัดการซ้อมรบในมหาสมุทรอินเดียเป็นประจำ และพื้นที่ซ้อมรบจะเป็นบริเวณกว้างขวางใกล้กับทะเลอันดามันฝั่งตะวันตกของประเทศไทยด้วย ประสานกับการขยายฐานทัพของจีนที่จีบูติใกล้ทะเลแดงและศรีลังกา ๆ
ๆและจีนได้ตั้งฐานทัพเรือที่ยะไข่ริมฝั่งมหาสมุทรอินเดียอ้างว่าเพื่อคุ้มครองท่อแก๊สพม่า-จีน โดยมีฐานทัพย่อยที่ทะวายใกล้กับเชียงใหม่ เชียงราย และแม่สอดของประเทศไทย โดยวางกำลังทหารอีก 5 แสนคนไว้ที่มองโกเลียในเพื่อเตรียมสนับสนุนพม่าถ้าหากมีกองกำลังต่างชาติรุกเข้าไปในพม่า และในปี 2564 โดยการร้องขอของรัฐบาลพม่า จีนได้ส่งทหารหน่วยรบพิเศษ 1 แสนคนมาช่วยพม่าในการดูแลท่อแก๊สของจีนตั้งแต่รัฐยะไข่ถึงยูนนานเพื่อป้องกันการวินาศกรรม
(2.) จีนได้ขอใช้ฐานทัพเรือที่สีหนุวิลล์ของกัมพูชาซึ่งเคยเป็นฐานทัพเรือเดิมของสหรัฐฯโดยรื้อสร้างใหม่เป็นฐานทัพขนาดใหญ่และขุดลอกให้กว้างและลึกเพื่อรองรับเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือดำน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่สกัดกองเรืออื่นใดที่เข้ามายังสัตหีบหรือการส่งกำลังบำรุงทางอากาศมาที่อู่ตะเภาของประเทศไทยด้วย
(3.) รัสเซียได้ขอใช้พื้นที่ตอนกลางประเทศของลาวไม่ไกลจากสนามบินอุดร ขอนแก่นของไทย เป็นฐานทัพอากาศ โดยใช้พื้นที่เหมืองเก่าที่กว้างใหญ่ถึง 3,100 ไร่ พร้อมทั้งได้ขอใช้ฐานทัพอากาศในเวียดนามและฐานทัพเรือเดิมที่โซเวียตเคยใช้ในเวียดนามด้วยเพื่อเสริมกำลังและประสานกับการวางแสนยานุภาพของจีนในทะเลจีนใต้
การวางฐานกำลังและการวางกำลังดังกล่าวของรัสเซีย จีน และอิหร่าน ได้ทำให้เกิดความตึงเครียดขึ้นในภูมิภาคนี้
ทั้งนี้พม่า ลาว กัมพูชา นั้น แน่นอนว่าเป็นพันธมิตรกับจีนและรัสเซียที่แน่นแฟ้นมาก โดยเกาหลีเหนือเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกับพม่าเพราะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอดระยะเวลาที่ถูกคว่ำบาตรอาหารร่วม 50 ปีแล้ว
จึงมีข่าวว่าเกาหลีเหนือได้ส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษในการกวาดล้างทหารรับจ้างต่างชาติที่เข้าไปช่วยชนกลุ่มน้อยในพม่าอีกด้วย
การวางกำลังและจำนวนกำลังทหารในพม่า ลาว กัมพูชา และการวางกำลังของจีนรวมกันแล้วเกือบ 2 ล้านคน คือโจทย์ใหญ่ที่คนไทยต้องคิดและใคร่ครวญให้จงหนักว่าถ้าเกิดตูมตามขึ้นมา พันธมิตรในยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกจะเอาชนะได้หรือ เพราะแค่ทำสงครามเวียดนามซึ่งสหรัฐฯและซีโต้ทั้ง 10 ประเทศรวมกันก็ยังแพ้เวียดนามย่อยยับมาแล้ว!!!
คราวนี้ถ้าจะต้องต่อต้านและทำสงครามกับจีน รัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนือ พม่า ลาว และกัมพูชา แล้วจะเป็นฉันใด?
และต้องไม่ลืมว่ามาเลเซียนั้นเขาก็ไม่เอาด้วยกับพันธมิตรดังกล่าวไทยจะไม่กลายเป็นยูเครนแห่งอาเซียนหรอกหรือ
4 หลังจากไทยเข้าร่วมยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกแล้ว การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางสายไหมไทยจีนก็ชงัก การพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศไทยก็ไม่เข้าร่วม และไทยได้อนุญาตให้สหรัฐขยายสถานกงสุลที่เชียงใหม่และสถานทูตในกรุงเทพฯ รวมทั้งขยายการซ้อมรบคอบร้าโกลด์ และมีข่าวการที่ นักรบรับจ้างต่างชาติตามชายแดนไทยเข้าไปช่วยชนกลุ่มน้อยรบกับพม่า และเกาหลีเหนือได้ส่งหน่วยรบพิเศษเข้ามาช่วยพม่ากวาดล้างกองกำลังรับจ้างเหล่านั้น
ในขณะเดียวกันการขนส่งสินค้าเกษตร และการค้าขายระหว่างไทยจีนรวมทั้งการท่องเที่ยวกำลังเกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับประเทศไทย และทำให้นักเรียนไทย 30,000คนไม่สามารถเดินทางไปเรียนที่ประเทศจีนได้
เราจะต่อต้านและทำสงครามกับจีน พม่า ลาว กัมพูชา โดยเชื่อว่าสหรัฐจะช่วยคุ้มครองหรือ? และเป็นกงการประโยชน์ได้เสียอะไรของประเทศไทยที่ต้องไปต่อต้านและทำสงครามกันเช่นนั้น
แผ่นดินประเทศไทยที่สงบสุขและสวยงาม จะไม่ยับเยินเพราะเป็นสนามรบดอกหรือ???
ชาวไทยจะปล่อยให้ชักศึกเข้าบ้านต่อไปหรือว่าจะหยุดยั้งมันเสีย"