นายกฯ กำชับทุกหน่วยงาน เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหนุน ช่วงปลาย ต.ค. - ต้นพ.ย.

การเมือง29 ต.ค. 2565 • 05:20 น.
นายกฯ กำชับทุกหน่วยงาน เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหนุน ช่วงปลาย ต.ค. - ต้นพ.ย.

วันที่  29 ต.ค.2565 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดยังคงต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหนุนเพิ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนต.ค.ถึงต้นเดือนพ.ย.

 

สำหรับสถานการณ์ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะนี้ปริมาณน้ำเหนือจากแม่น้ำปิงและน่าน ปริมาณฝนในพื้นที่ลดลง ซึ่ง กอนช. คาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำจะเข้าสู่สภาวะปกติประมาณช่วงกลางเดือนพ.ย.หรืออาจเร็วกว่ากำหนด ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำชี - มูล คาดว่าจะเข้าสู่สภาวะปกติในช่วงกลางเดือนพ.ย.

 

ทั้งนี้คณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายใต้ กอนช. ได้เตรียมพร้อมการดำเนินการภายหลังน้ำลด มีการประเมินและชี้เป้าพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง และแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ พร้อมประสานการปฏิบัติงานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกันควบคุมป้องกัน แก้ไข ระงับหรือบรรเทาผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติด้วย 

 

นายอนุชา กล่าวว่า สาเหตุที่ระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันออก และตะวันตกได้น้อยในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากปัญหาต้นคลองใหญ่ ในขณะที่ปลายคลองมีขนาดเล็ก จึงต้องเร่งระบายน้ำลงด้านท้ายของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำให้เกินศักยภาพของคันกั้นน้ำ ส่งผลให้บางจุดเกิดน้ำล้นคลองและคันคลองขาด ไม่สามารถใช้ควบคุมน้ำได้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าซ่อมแซมแล้ว รวมทั้งในบางจุดประชาชนในพื้นที่ไม่ยินยอมให้มีการเสริมคันกั้นน้ำ จึงส่งผลให้น้ำหลากแผ่กว้างในหลายพื้นที่มากขึ้น นายกฯ จึงเน้นย้ำสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจมากยิ่งขึ้น 

 

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก กอนช. ระบุว่า ปัจจุบันทั้งปริมาณน้ำเหนือและน้ำฝนลดลงแล้ว ส่งผลให้มีการลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา โดยสามารถควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในอัตรา2,400 ลบ.ม. ต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่าแผนที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าฯ ได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาการดำเนินการในทุกแนวทาง พร้อมประเมินสถานการณ์น้ำในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง