"ธนาธร" แนะ 4 เรื่องที่ทำให้ปากท้องประชาชนดีขึ้นเชื่อมั่นประเทศไทยมีศักยภาพสร้าง "รัฐสวัสดิการ" ได้

การเมือง22 ส.ค. 2563 • 10:01 น.
"ธนาธร" แนะ 4 เรื่องที่ทำให้ปากท้องประชาชนดีขึ้นเชื่อมั่นประเทศไทยมีศักยภาพสร้าง "รัฐสวัสดิการ" ได้
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 สิงหาคม 63 ที่ โตโยต้า ยูเนียน เซ็นเตอร์ จ.ฉะเชิงเทรา ในเวทีสัมมนาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สวัสดิการสังคม เรื่อง รัฐสวัสดิการ ฝันที่ศิวิไล ทำอย่างไรจะไปถึง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และที่ปรึกษา กมธ.วิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564 ร่วมบรรยายในหัวข้อ ประเทศไทยมีศักยภาพในการสร้างรัฐสวัสดิการหรือไม่ โดยเริ่มต้นด้วยการแจกแจงงบประมาณด้านสวัสดิการสังคมต่างๆ ตามช่วงอายุที่คนไทยจะได้รับ พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการสร้างรัฐสวัสดิการอย่างแน่นอน โดย นายธนาธร กล่าวต่อว่า การจะทำให้สวัสดิการประชาชนดีขึ้นกว่านี้ เพื่อทำให้รัฐสวัสดิการเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่เรื่องที่ทำไมได้ ไม่ใช่ว่าประเทศไทยไม่มีศักยภาพ หากแต่อยู่ที่เจตจำนงของผู้มีอำนาจว่าจะทำหรือไม่ ทั้งนี้จะเป็นได้ ต้องทำอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่ เรื่องที่ 1.ปฏิรูปส่วนราชการ หน่วยงานที่ซ้ำซ้อนต้องยุบให้เป็นหน่วยเดียว เพราะนั่นหมายถึงการลดค่าใช้จ่ายประจำอย่างบุคคลากร ครุภัณฑ์ต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก เรื่องที่ 2.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงิน เป็นต้นว่า สัดส่วนการเพิ่มขึ้นของข้าราชการที่ผ่านมามีทหารเพิ่มขึ้นมากกว่าพยาบาล เป็นการจัดทรัพยากรที่ไม่เหมาะสมกับการพัฒนาประเทศ เพราะ ถามถึงสามัญสำนึก วันนี้เราต้องการทหารหรือพยาบาลมากกว่ากัน เงินที่เท่ากันนี้จะเพิ่มให้กับทหารหรือพยาบาล นี่เป็นเรื่องเดียวกัน ส่วนเรื่องที่ 3. ลดการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสม ซึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็คือ กรณีอนุมัติซื้อเรือดำน้ำอีก 2 ลำ มูลค่า 22,500 ล้านบาท และไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีงบประมาณที่เกี่ยวข้องอีก 8,400 ล้านบาท สำหรับท่าเรือจอด โรงงานเก็บตอร์ปิโด เรือยกพลขึ้นบก อาคารข้าราชการต่างๆ เป็นต้น คำถามคือสถานการณ์แบบนี้มีความจำเป็นหรือไม่ที่จะซื้อเรือดำน้ำ และ เรื่องที่ 4. ยุติการเอื้อกลุ่มทุน ซึ่งที่ผ่านมาโครงการต่างๆ ของรัฐเข้าทำนองว่านายทุนต้องมาก่อนส่วนประชาชนรอไปก่อน ยกตัวอย่าง การให้ประโยชน์กับบริษัทปลอดภาษีในสนามบิน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากเหตุการณ์โควิด -19 บริษัทดังกล่าวได้รับการเยียวยาด้วยความรวดเร็ว แต่ประชาชนกว่าจะได้เยียวยาต้องรอนานมาก "ถ้าทำทั้ง 4 เรื่องนี้ได้สำเร็จ เชื่อว่าสวัสดิการของประชาชนในประเทศนี้จะดีขึ้น งบประมาณด้านสวัสดิการ ปี 2564 กว่า 4 แสนล้านบาท เชื่อว่าถ้าทำตามที่กล่าวมาได้ การจัดการงบประมาณแบบใหม่จะสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก 50 % คือเพิ่มขึ้นอีกราว 2 แสนล้านบาทกล้ายืนยันว่าจากประสบการณ์ กมธ. งบประมาณฯ ที่ผ่านมา มั่นใจว่าใน 2-3 ปีนี้สามารถทำได้อย่างแน่นอน" นายธนาธร กล่าว ทั้งนี้ นายธนาธร ยังกล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพทำให้รัฐสวัสดิการเกิดขึ้นได้ อยู่ที่เจตจำนงทางการเมืองว่าจะทำหรือไม่ จะกล้าคุยกับข้าราชการเรื่องการตัดงบที่ไม่จำเป็นหรือไม่ จะกล้าคุยกับนายทุนให้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศไม่ใช่ประโยชน์ตัวเองหรือไม่ จะกล้าปฏิรูปกองทัพหรือไม่ จะกล้าปฏิรูปความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับทุนหรือไม่ สำหรับคนที่เข้ามาทำการเมืองเพื่อยศถาบรรดาศักดิ์ เพื่อประโยชน์ เพื่อหน้าตาตัวเอง เขาไม่ทำแน่นอน เพราะการทำเรื่องนี้จะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ และมีแรงกดดันมหาศาลมาก ถ้าไม่มีอุดมการณ์ที่ชัดเจนย่อมไม่มีเจตจำนงทำเรื่องนี้ อีกทั้ง นายธนาธร ยังกล่าวว่า บันไดขั้นแรกที่จะนำไปสู่รัฐสวัสดิการได้ คิดว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอาทหารออกจากการเมือง แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาใช้ ทำให้การเมืองเป็นปกติ เมื่อถึงตรงนั้นแล้ว ต้องปฏิรูประบบราชการ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ต้องปฏิรูปกองทัพให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือน ลดขนาดกองทัพลง ทำให้เป็นกองทัพที่ทันสมัย ต้องปฏิวัติระบบการศึกษา ลงทุนเพิ่มขึ้นในโรงเรียน กับครู กับเทคโนโลยีและอุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น สิ่งที่พูดออกไปไม่ใช่ทางเลือก เป็นทางออกทางเดียวของประเทศที่เหลืออยู่ และเป็นบันไดขั้นแรกที่จะได้มาซึ่งรัฐสวัสดิการ _