“วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” “เราอยากเป็นพรรคที่ประชาชน ฝากความหวังไว้ได้”
หมายเหตุ : “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (ชั่วคราว) ให้สัมภาษณ์พิเศษ “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” ถึงแนวทางการดำเนินงานของพรรคก้าวไกล
- การก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากอดีตพรรค "อนาคตใหม่" สู่ "พรรคก้าวไกล" ถือเป็นความท้าทายมากน้อยแค่ไหน
จริงๆ มีทั้งเรื่องท้าทายและสบายใจ ในเรื่องความท้าทายเราต้องมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอุดมการณ์ และความเชื่อที่ต้องการสร้างความเท่าเทียมกันของสังคม ผลักดันการกระจายอำนาจและการปฏิรูปกองทัพ รวมถึงนโยบายต่างๆ ที่เป็นอุดมการณ์ที่เราได้ให้คำมั่น และสัญญาประชาคมไว้กับประชาชน ทั้งหมดเป็นความท้าทาย แต่เราก็ไม่ได้อยู่ในสภาวะที่ท้าทายเกินไปจนกลายเป็นความวิตกกังวล เพราะวันนี้กลุ่มของพวกเราไม่ใช่ส.ส.หน้าใหม่อีกต่อไป แต่เป็นส.ส.ที่มีประสบการณ์ในสภามาแล้ว เราสามารถทำงานในสภาได้
เราผ่านการอภิปรายงบประมาณ เราผ่านการยื่นญัตติ ผ่านการตั้งกระทู้ถาม ผ่านการยื่นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เราผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผ่านการเป็นกรรมาธิการวิสามัญ กรรมาธิการสามัญ ดังนั้นในสภาเราอาจจะไม่สามารถบอกได้ว่าเรามีความเชี่ยวชาญแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีประสบการณ์แล้วเหมือนกัน ดังนั้นก็เหมือนกับว่ากลุ่มเราเป็นการรวมกันของกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ และมีอุดมการณ์ร่วมกัน ซึ่งคิดว่าจะทำงานได้ง่ายมากขึ้น
- วันนี้ยืนยันได้เต็มปากหรือไม่ว่าทั้ง 55 ส.ส.ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ จะไปสังกัดพรรคพรรคก้าวไกลทั้งหมด
วินาทีนี้เชื่อว่าครบทุกคน แต่ก็ต้องดูในวันที่ 14 มี.ค.นี้ ในเรื่องของอุดมการณ์และความมุ่งมั่นที่จะทำตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน ก็เป็นเรื่องเอกสิทธิ์ของแต่ละคน แต่วันนี้เท่าที่ได้คุยกับเพื่อน ส.ส. ก็มั่นใจ แต่ท้ายที่สุดจะเหลือเท่าไหร่หรือเป็นอย่างไร คิดว่าเราไม่ควรให้ความสนใจกับจำนวนมากกว่าคนที่ใช่ ถ้าเรามั่นใจว่าจำนวนมันอาจจะลดลงกว่านี้สักเล็กน้อย แต่มั่นใจว่าเป็นคนที่ใช่ และมีความมุ่งมั่นเหมือนกันแน่ๆ ก็คิดว่าจะทำให้การทำงานของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น
- หากในวันที่ 14 มี.ค.ปรากฏว่ามีส.ส.มาไม่ครบ 55 คน จะดำเนินการต่อไปอย่างไร
เราก็เดินกันต่อไป เบื้องต้นอาจจะมีการพูดคุยสอบถามกัน บางคนอาจจะมาสมัครทีหลังเนื่องจากติดธุระ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา แต่ถ้าบางคนที่หายไปในวันนั้น และบอกกับเราชัดเจนแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมกับเรา ก็เป็นสิทธิ์ของเขา เราต้องยอมรับข้อเท็จจริง และควรเอาเวลา สมาธิ และความตั้งใจดี การคิดวางแผน การผลักดันการทำงานต่างๆ มาใส่ใจในการดึงศักยภาพและการมอบบทบาทที่สำคัญให้กับคนอื่น เพื่อนสมาชิก และพี่น้องของเราที่จะไปร่วมกันกับเราในเส้นทางเดินที่เราได้ทำสัญญาประชาคมไว้กับประชาชนดีกว่า อย่าเอาเวลาไปใส่ใจกับคนที่เขาตัดสินใจว่าเขาไม่ไปกับเราแล้ว เวลาจะสูญเปล่า เพราะเราเปลี่ยนแปลงเขาไม่ได้แล้ว
"เรื่อง ส.ส. จะมาครบหรือไม่ครบ ผมไม่ได้เอามาเป็นประเด็น ในวง ส.ส.ของเรา คนที่สำคัญคือคนที่ยังอยู่กับเรา นี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่นมาก ถ้าคนที่อยู่คือคนที่ใช่ เราทำงานแล้วก็สบายใจ ทำงานแล้วก็มีประสิทธิภาพ เพราะเราจะทำงานกันด้วยความไว้วางใจกัน
และเราก็เอาเวลาที่มีอยู่มาพัฒนาร่วมกัน ทั้งตัวเราและเพื่อนส.ส. และคิดถึงประชาชนที่กำลังรออย่างมีความหวัง น่าจะดีกว่าคิดถึงคนที่เขาไม่ไปกับเราแล้ว คนที่ไม่ไปกับเราแล้วก็คือคนที่ไม่รักเราแล้ว เราไม่ได้เสียคนที่รักเรา เราจะไปคร่ำครวญทำไม เราเสียคนที่ไม่รักเราแล้วต่างหาก"
-เคยคาดการณ์มาก่อนหรือไม่ว่าต้องมาเจอกับอุบัติเหตุทางการเมือง
เราไม่เคยคาดคิด เพราะถ้าติดตามดูจะเห็นว่า การดำเนินการใดๆ ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ เรามีวิธีการปฏิบัติเป็นไปตามกรอบของรัฐสภามาโดยตลอด เรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนที่เรามั่นใจว่าสิ่งที่เราทำนั้นถูกต้อง ดังนั้นเราก็ไม่คาดคิดว่าคนที่ถูกต้อง จะต้องมาถูกกระทำแบบนี้
- บางฝ่ายมองว่าหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอดีตพรรคอนาคตใหม่เป็นการเตะสกัดขา
เราขอไม่พูดถึงคนอื่น แต่ก็ต้องมาถอดบทเรียน ต้องยอมรับว่ามีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการ และนำเรื่องเหล่านั้นมาปรับปรุงวิธีการทำงานใหม่ของพวกเรา ถ้ามัวแต่ไปโทษคนอื่น มันมีสมมติฐานมากมาย ดังนั้นเราไม่โทษใครดีกว่า เราใช้วิธีการถอดบทเรียน เรียนรู้ และปรับปรุงวิธีการทำงานภายใต้อุดมการณ์และความมุ่งมั่น
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเราจะปรับวิธีการทำงาน ทั้งงานธุรการ และกระบวนการทำงาน โดยจะปรับให้ดีขึ้น รัดกุม และมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ความมุ่งมั่นในนโยบายเดิม ทั้งเรื่องการไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจ การปฏิรูปกองทัพ การกระจายอำนาจ การสร้างความเสมอภาค และความเท่าเทียมกันในสังคม สวัสดิการถ้วนหน้าแบบรัฐสวัสดิการ ที่ทำให้คนกล้าคิดสร้างสรรค์ กล้าที่จะสร้างนวัตกรรม และไม่รู้สึกว่าต้องเป็นภาระในการมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นพลเมืองที่ดี เรายังคงยืนยันนโยบายและอุดมการณ์เหล่านั้นอย่างเต็มที่
- พรรคก้าวไกลจะกลายเป็นพรรคที่ถูกจับตามองเหมือนเมื่อครั้งที่มีพรรคอนาคตใหม่หรือไม่
คำว่าจับตาคงพูดยาก แต่ยืนยันว่าเราอยากเป็นพรรคที่ประชาชนอยากจะฝากความหวังไว้ได้ เหมือนเดิม เราอยากเป็นพรรคที่ประชาชนอยากเป็นผู้ร่วมเดินทางกับเราไปเหมือนเดิม เพราะเรายังเชื่อว่าการเดินทาง ทางการเมืองของพวกเรา คือผู้คน และการเดินทาง นอกจากนี้เรายังมั่นใจว่า ณ วันแรกที่มีคนเลือกเรา 6.3 ล้านเสียง ในวันนี้เราได้แสดงฝีมือ อย่างน้อยๆ เราก็อยากให้ประชาชนรับทราบว่า เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจ และเราไม่ได้ให้คำมั่นแบบเล่นๆ พอถึงเวลาจริงแล้วเราไม่ทำ
ดังนั้นวันนี้เชื่อว่าประชาชนที่อยากจะเป็นเพื่อนร่วมเดินทางกับเราในอุดมการณ์ และเป้าหมายที่อยากจะนำพาประเทศนี้สู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ภายใต้ความเสมอภาค ผ่อนคลายและแก้ปัญหาความขัดแย้ง เชื่อว่าเพื่อนร่วมเดินทางของเราในวันนี้มีมากขึ้น และอาจมากกว่ามากกว่า 10 ล้านคน เรามีความสุขที่จะนำพาประชาชนเดินทางไปพร้อมกับเรา
- โจทย์ที่ยากสำหรับพรรคก้าวไกล จากนี้ไปคืออะไร
เราต้องทำการบ้านอย่างหนัก ช่วยทำให้ประชาชนเห็นด้วยกับเรา คำว่าทำให้ประชาชนเห็นด้วยกับเรานั้น คือการลดทอนความเกลียดชังของผู้คนในสังคม นี่ไม่ใช่เพื่อตัวเรา แต่อยากเห็นสังคมที่ถ้าประชาชนชอบไม่เหมือนกัน เราก็เลือกต่างกัน ไม่ต้องปรารถนาร้ายต่อกัน ไม่ต้องเกลียดชังกัน การเมืองแบบนี้มันจะเดินหน้าไปได้ แต่ถ้าเป็นการเมืองที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง มุ่งมาดปรารถนาร้ายต่อกัน ต้องการให้คนที่คิดต่างจากเราประสบเหตุเภทภัย พอคนที่คิดต่างจากเรา ประสบความทุกข์ยากก็รู้สึกสะใจ ยินดี แบบนี้มันเดินหน้าไปไม่ได้
เราต้องการให้ประชาชนเปิดรับความแตกต่างหลากหลาย และไปด้วยกัน จะชอบหรือไม่ชอบ เราไปด้วยกันได้ อยากให้สังคมลดทอนความเกลียดชังลง และรู้ทันขบวนการไอโอ หรือกระบวนการยุยงปลุกปั่นที่หมายให้พวกเราถูกแบ่งแยก และด่าทออีกฝ่ายที่ไม่เหมือนกับพวกเรา ซึ่งเรื่องนี้สังคมต้องช่วยกัน
- บทบาทของพรรคก้าวไกลจากนี้จะเป็นอย่างไร บนเวทีการเมือง จะเป็นกำลังสำคัญของพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาพบว่าเกิดความขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทย
เราได้ปรับความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันไปเรียบร้อยแล้ว สุดท้ายคงต้องทำงานต่อไป นี่คือข้อดีของพวกเรา ที่เวลามีปัญหาหรือความขัดแย้ง เราก็จะมีการปรับทุกข์กันบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดมากกว่าการปรับปรุงก็คือการถอดบทเรียน และการแสดงความรู้สึกอย่างจริงใจให้กับเพื่อนร่วมงานทราบ ไม่เก็บเอาไว้ เพราะถ้าเราเก็บเอาไว้มันก็จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ ซึ่งขณะนี้เราก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานกันต่อไป
- การเคลื่อนไหวเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องต่อต้านรัฐประหาร จะเป็นประเด็นที่พรรคก้าวไกลต้องสานต่อจากอดีตพรรคอนาคตใหม่ แต่อาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในบ้านเมืองเวลานี้หรือไม่
เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าขณะนี้เราขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะภาคประชาชนเริ่มเห็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วว่าส่งผลต่อการด้อยประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างไร เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ ทำให้ต้องฟอร์มรัฐบาลที่มีการต่อรองกันมากมาย ไม่สามารถขับเคลื่อนบริหารราชการแผ่นดินเพื่อพี่น้องประชาชนได้ สังเกตได้ง่ายๆ คือเราไม่เคยเห็นหน่วยงานราชการมาฟ้องกันเอง มาแจ้งความกันเองแบบนี้ ไม่เคยเห็นกรณีที่มาแถลงข่าววันนี้ อีกวันหนึ่งก็แก้ไขข่าว หรือถูกประชาชนจับได้ว่าที่แถลงไป นั้นมีการบิดเบือน หรือมีข้อเท็จจริงที่บกพร่อง แบบนี้ และเป็นรายวัน เราจะไม่เคยเห็นการแก้ตัวทั้งๆ ที่ประชาชนก็มีหลักฐาน มายืนยันอีกว่าที่แก้ตัวนั้น ฟังไม่ขึ้น
เราไม่เคยเห็นสภาพรัฐบาลที่ล้มเหลวในเชิงของความเชื่อมั่น พี่ประชาชนไม่ไว้วางใจอีกต่อไป แบบนี้นี่คือปัญหา และผลพวงของรัฐธรรมนูญที่พยายามทำลายสถาบันทางการเมืองอย่างพรรคการเมือง เชื่อว่าทุกวันนี้ประชาชนเห็นถึงผลลัพธ์แล้ว และการขับเคลื่อนการแก้ไข ไม่ใช่เป็นประเด็นทางการเมืองอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นวาระของประชาชนไปแล้ว ซึ่งครั้งนี้เราต้องฟังประชาชนว่าจะต้องมีแนวทางแก้ไขอย่างไรเพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด และเดินหน้าต่อไป
เรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องยากแต่ฝ่ายที่ทำให้มันยากต่างหากที่จะได้รับผลกระทบ และรับวิบากนั้น อยากเตือนรัฐบาลว่าอย่าเป็นผู้ทำให้มันยากเลย เพราะท่านสร้างปัญหาก็หนักหนาเพียงพอแล้ว จะมาขัดขวางการแก้อีกคิดว่าประชาชนอาจจะไม่ให้อภัย
- หลังวันที่ 14 มี.ค.ไปแล้ว จะมีภารกิจอะไรที่สำคัญในฐานะพรรคก้าวไกลหรือไม่
อาจจะมีการรับสมัครสมาชิกพรรค ทั้งนี้ต้องดูความพร้อมในหลายๆ ส่วน รวมถึงประเมินสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ต้องยอมรับว่าต่อให้คุณจะเชียร์รัฐบาล เชียร์นายกรัฐมนตรี หรือไม่ชอบนายกรัฐมนตรี แต่ขอยืนยันว่าห้ามเกลียดนายกรัฐมนตรี เพราะคุณจะชอบหรือไม่ชอบวันนี้เราเสี่ยงเหมือนกัน เราตกอยู่ภายใต้ความเสี่ยงที่ตัวเรา และคนที่เรารักอาจจะติดโควิด-19 จากการบริหารราชการแผ่นดินที่ด้อยประสิทธิภาพ และยังไม่รู้ตัวเองจนถึงทุกวันนี้ การสื่อสารกับประชาชนที่ด้อยประสิทธิภาพ วันนี้พวกเราจะชอบหรือไม่ชอบก็อยู่ในสภาวะที่อยู่ในความเสี่ยงร่วมกันทั้งสิ้น ดังนั้นก็ต้องประเมินสถานการณ์ว่าโควิด-19 จะเป็นอย่างไร รัฐบาลจะยังคงแก้ข่าวไปเรื่อยๆ หรือไม่
- สุดท้ายยืนยันอุดมการณ์ และการทำงานของพรรคก้าวไกลหลังจากนี้
เราต้องการขับเคลื่อน และนำพาประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว ลดทอนความเหลื่อมล้ำ ทำให้สังคมมีความเสมอภาคมากขึ้น มีการกระจายอำนาจมีรัฐสวัสดิการที่พร้อมดูแลประชาชน ไม่ต้องระแวดระวัง หรือรู้สึกกังวลเกี่ยวกับการดูแลชีวิต นอกจากนี้เรื่องการศึกษา การสาธารณสุข การส่งเสริมการลงทุน การประกันการว่างงาน หรือการดูแลสวัสดิการต่างๆ ในการเลี้ยงดูบุตร เพื่อทำให้เขามีความพร้อม พร้อมที่จะคิดสร้างสรรค์ไม่ต้องระวังหน้าระวังหลัง ไม่ใช่ล้มคนเดียวต้องล้มทั้งบ้าน มีเงินมากได้เรียนดี มีเงินน้อย ก็ได้เรียนไม่ดี เราต้องการทำให้สังคมเราทุกคน กล้าที่จะเผชิญหน้ากับนวัตกรรม กล้านำเสนอความคิดเห็นสร้างสรรค์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ เป็นบริการ และสุดท้ายเมื่อผลิตภัณฑ์ และบริการได้รับการตอบรับที่ดีไม่ว่าในเชิงพาณิชย์หรือสังคมก็ดี
รัฐบาลก็จะได้รับผลตอบรับที่ดีกลับมาในรูปแบบของภาษี ซึ่งจะเอาเงินภาษีนั้นมาตอบสนอง ต่อประชาชนต่อไป รวมถึงการปฏิรูปกองทัพ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การสร้างกลไกในการที่จะ ทำให้ประเทศไทยไม่ถูกการทำรัฐประหารอีก การดำรงให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขยั่งยืนสถาพรสืบต่อไป ให้ดำเนินการต่อไปได้ด้วยความผาสุก และความปรองดองของพี่น้องในประเทศ ที่สำคัญ ขบวนการที่คอยยุยงปลุกปั่นจะต้องหายไปให้ได้
นี่คือสิ่งที่เราตั้งใจมากๆ แต่เราจะทำไม่ได้ถ้าไม่มีผู้คนและการเดินทาง อยากให้ประชาชนมาร่วมเดินทางกับเรา เราไม่ได้เป็นหัวหน้าท่าน เราเป็นเพื่อนร่วมเดินทางกับท่าน ซึ่งความจริงต้องถือว่าประชาชนเป็นเจ้านาย เพราะทุกวันนี้เรากินเงินเดือนของประชาชน ขอฝากให้กำลังใจกันและเดินทางไปด้วยกัน