ทองแท้ไม่กลัวไฟ

การเมือง3 ก.ค. 2563 • 17:10 น.
ทองแท้ไม่กลัวไฟ
อยู่ดีๆ “อาจารย์แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล ก็พลันมีอันต้องแปรสภาพกลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” ทั้งที่ยังไม่มีความชัดเจน ว่าที่สุดแล้ว ในการปรับคณะรัฐมนตรี “ประยุทธ์2/2” รอบหน้านี้ เจ้าตัวจะได้รับตำแหน่ง “รัฐมนตรี”หรือไม่ หรือจะไปนั่งในฐานะ “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล” แทนที่ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า นฤมล ต้องเผชิญกับ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ โจมตีว่า “มือไม่ถึง” วิชาอาคมยังไม่แกร่งกล้ามากพอที่จะก้าวขึ้นไปนั่งในเก้าอี้ตัวใหญ่ แสงสปอร์ตไลท์ จับจ้องไปยังทุกความเคลื่อนไหวของนฤมล แทบทุกย่างก้าว ว่าเธอคิดอะไร และจะออกมาตอบโต้แบบไหน ? เพราะนอกจากจะโดนวิจารณ์ว่า “มือไม่ถึง” แล้ว ยังถูกข้อหา ฉกรรจ์ ว่าคิดจะวัดรอยเท้ากับ สมคิด รองนายกฯ ผู้ที่ชักชวนให้เธอเข้ามาร่วมงาน ดูเหมือนว่า ข้อหาหลังจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่ได้ถูก “ขยายแผล” อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ แต่ทว่านี่คือ การใช้ประเด็นที่มีความอ่อนไหว และเปราะบาง เข้ามาทุบโฆษกรัฐบาลอย่างนฤมล ที่ค่อนข้างรุนแรง ไม่น้อย ! ในความเป็นจริงแล้ว ประเด็นที่ว่านฤมลจะได้รับการแต่งตั้งให้ขึ้นนั่ง “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” นั้น ถูกเปิดปมขึ้นมาโดย “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ 27 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า เขาเองได้เตรียมทีมเศรษฐกิจชุดใหม่เอาไว้แล้ว และนฤมล คือคนหนึ่งที่มีความสามารถ “ หัวหน้าพรรคสั่งการให้ออกนโยบายแก้ปัญหาของประเทศ เราทำได้แน่ เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น ขอให้คอยดู ยืนยันด้วยความมั่นใจว่าจะนำพาประเทศ สังคม เศรษฐกิจ การเมืองสู่ความเจริญ เพื่อทำให้ประชาชนกินดี อยู่ดี พรรคเราทำได้แน่นอน ทั้งนี้ กก.บห.ชุดใหม่จะมีส่วนใน ครม.เศรษฐกิจด้วยหรือไม่นั้น เราทำงานคู่ขนานเพื่อผลิตนโยบาย มีนักวิชาการ นักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ ช่วยกันคิด และนำเสนอถึงรัฐบาล และนายกฯ ตนมั่นใจว่าดีแน่ จะได้เห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้น เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นแน่นอน โดยโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจใหม่ของพรรค จะนำโดยนางนฤมล ภิญโญสิน วัฒน์ และคนมีชื่อเสียงของประเทศ ขอให้รอตกผลึกอีกครั้ง” เมื่อชื่อของนฤมลถูกโยนลงมากลางวง ปฏิกริยาต่อต้านเกิดขึ้นตามมาทันควัน จนทำให้อนุชา เองโดนหางเลขไปด้วยว่า จงใจ “ฆ่า” เธอหรือไม่ อย่างไรก็ดี เมื่อต้องแบกรับกับแรงกดดัน และเสียงโจมตีที่ดังอย่างต่อเนื่อง ที่สุดแล้ว ก็ได้เห็น นฤมล ยืนปักหลักแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อ ตอบทุกคำถามกับสื่อมวลชน โดยยืนยันว่าตัวเธอเองนั้นเป็นหนึ่งในทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐ มาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ที่ร่วมคิด ร่วมทำนโยบายด้านเศรษฐกิจให้กับพลังประชารัฐ จึงเป็น “คนละเรื่อง” กับการที่จะเข้ามานั่งรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจหรือไม่ และที่สำคัญไปกว่านั้นทุกการตัดสินใจอยู่ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม “ กัปตันเรือเหล็ก”เพียงคนเดียว ส่วนประเด็นที่ว่ามีปัญหา เกิดรอยร้าวกับรองนายกฯสมคิด หรือไม่ นฤมล ตอบชัดเจนว่า “ไม่มีปัญหากัน” “ไม่ได้มีปัญหากัน ยังทักทายและให้ความเคารพท่าน อย่างมากเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไรกัน เพียงแต่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจทำให้ทุกคนตีความไปในลักษณะนั้น” (29มิถุนายน63) ทั้งนี้มีรายงานว่าเบื้องลึกเบื้องหลังที่นฤมล ถูกผลักให้ลงไปอยู่กลางดงกระสุน เจอกระแส “ยี้” อย่างหนักหน่วงเช่นนี้ ใช่ว่าจะไม่มีที่มาที่ไป !! ที่สำคัญเป็นปัญหาเริ่มจากรอยร้าวระหว่างนฤมลกับ “กลุ่มสี่กุมาร” จากการที่พล.อ.ประยุทธ์ เลือกเธอเองให้ทำหน้าที่โฆษกรัฐบาล จึงสร้างความผิดหวังให้กับกลุ่มสี่กุมารที่ต้องการผลักดัน “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ให้รับตำแหน่งโฆษกรัฐบาล มาตั้งแต่แรก จากนั้นเป็นต้นมา รอยร้าวระหว่างนฤมล กับกลุ่มสี่กุมาร จึงเริ่มต้นขึ้นและดำเนินเรื่อยมา จนหลังๆถึงขนาดที่ว่า เมื่อพบปะเจอหน้ากัน รัฐมนตรีในกลุ่มสี่กุมาร ยังไม่ยอมรับไหว้จากนฤมล ด้วยซ้ำ ! ลำพังรอยร้าวกับกลุ่มสี่กุมาร ก็นับว่า “ลำบากใจ” มากพออยู่แล้ว ล่าสุด นฤมล ยังเกิดความบาดหมางโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว ! เมื่อมีการ “งัดข้อ” กันกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐที่มาจากกลุ่มธุรกิจสื่อ คนสำคัญเมื่อ “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เลือก “แผนพีอาร์”ที่นฤมล เสนอให้ทำประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์พรรคพลังประชารัฐ ในเรทงบประมาณ 7แสนบาท แตกต่างจากแกนนำพรรคพลังประชารัฐที่เสนอด้วยวงเงินสูงถึง 7 ล้านบาท ยิ่งทำให้นฤมล เกิดศัตรูโดยไม่รู้ตัว เพราะกลายเป็นว่าเธอเองไปเหยียบตาปลา คนอื่นเข้าอย่างจัง ! การถูกโจมตีจากกระแสรอบทิศรอบทาง ที่พุ่งเข้าใส่นฤมล ด้วยข้อหาว่าเธอยังขาดความเหมาะสมที่จะนั่ง รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจนั้น หากมองในด้าน “คุณวุฒิ”แล้วต้องบอกว่า ดีกรีของเธอไม่ธรรมดา นฤมล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สถิติศาสตรบัณฑิต (คณิตศาสตร์ประยุกต์) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คณิตศาสตร์ประยุกต์) มหาวิทยาลัยรัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐฯ, บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์ประยุกต์) มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย และปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (การเงิน) มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย เคยเป็นอาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ( นิด้า) และเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงทางการเงินขององค์กรชั้นนำหลายแห่ง จากนั้นมาช่วยงานกระทรวงการคลัง ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง คิดนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในสมัยที่ “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยคุณสมบัติทั้งการศึกษาและทำงานที่ผ่านมา น่าจะบอกได้ว่า นฤมลไม่ใช่เพียง “นักวิชาการ” ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการคิดนโยบายด้านเศรษฐกิจ ให้กับพรรคเท่านั้น แต่ในทางตรงกันข้าม นฤมล คือกลุ่มThink Tank ของพรรคด้วยอีกคน นฤมล เคยให้สัมภาษณ์เปิดใจกับสื่อหลายฉบับเมื่อคราวเข้ารับตำแหน่งโฆษกรัฐบาลใหม่ๆว่า เธอเองไม่กลัวที่จะรับมือกับแรงกดดันทางการเมือง "เชื่อว่ามีคนอีกเยอะที่อยากเข้ามาทำงาน แต่กลัวการเมือง กลัวเข้ามาแล้วถูกขยำ เลยขอเป็นตัวอย่างว่าอยู่ได้ ยังไม่ตาย" (ให้สัมภาษณ์ BBC Thai เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2019) วันนี้นฤมล กำลังเจอกับบทพิสูจน์ บทสำคัญที่ทั้งท้าทาย ทดสอบความเข้มแข็งของเธอเอง หากผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากครั้งนี้ไปได้ ก็คงไม่ต่างจาก “ทองแท้ ไม่กลัวไฟ” !