‘เศรษฐา’ รับฟังปัญหากลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน ย้ำ “เพื่อไทย” เป็นรบ.ลุยเปิดตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น

การเมือง22 เม.ย. 2566 • 20:01 น.
‘เศรษฐา’ รับฟังปัญหากลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน ย้ำ “เพื่อไทย” เป็นรบ.ลุยเปิดตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น

‘เศรษฐา’ รับฟังปัญหากลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน ย้ำ “เพื่อไทย” เป็นรบ.ลุยเปิดตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 เมษายน ที่จ.สุโขทัย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย น.ส.ลินธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการและรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย และน.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อม พบตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนเอ็กโอฟาร์ม เพื่อรับฟังปัญหาจากตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน ซึ่งมารอพบนายเศรษฐา และคณะจากพรรคเพื่อไทยกว่า 100 คน

โดยตัวแทนกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน สะท้อนปัญหาว่า วันนี้มีคนเลี้ยงโคลงทุนร่วมกันหลายร้อยชีวิต แต่ 8 ปีที่ผ่านมา ราคาโคตกต่ำลงมาก เคยขายในราคาสูงสุด 123 บาทต่อกิโลกรัม แต่วันนี้ขายได้อยู่ที่ประมาณ 80 ต่อกิโลกรัมเท่านั้น ทั้งหมดเป็นเพราะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ดังนั้น ผู้เลี้ยงวัวขาดทุนอย่างหนักจากเรื่องราคาโค และราคาอาหารสัตว์ที่แพงอย่างมาก เท่านั้นยังไม่พอ เรายังมีปัญหาเรื่องการตลาดที่เราไม่สามารถส่งออกได้ รัฐบาลนี้ผ่านมาสร้างเงื่อนไขเยอะเกินไป ทั้งเรื่องเอกสาร และกาาไม่เปิดการค้าเสรีกับต่างชาติ วันนี้เราไม่สามารถส่งออกเองได้จากเงื่อนไขระหว่างรัฐต่อรัฐ ทั้งที่ จ.สุโขทัยมียอดการส่งออกโขประมาณ 2 แสนตัวต่อปี จากยอดส่งออกโคขุนของประเทศไทยที่อยู่ที่ประมาณ 250,000 ตัวต่อปี เราคือผู้ส่งออกรายใหญ่มากๆของประเทศจึงได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ กลุ่มผู้เลี้ยงวัวมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากทั้งค่าขนส่ง และค่าเบี้ยบ้ายรายทาง เราอยากฝากให้พรรคเพื่อไทยรับเรื่องนี้ไปดูแลหากได้เป็นรัฐบาลด้วย

นายเศรษฐา ระบุว่า วันนี้เรามารับฟังปัญหาของกลุ่มผู้เลี้ยงโค เราทราบว่านี่คืออาชีพหลักของชาวสุโขทัย เรารู้ปัญหาเรื่องอาหารสัตว์แพง เราจึงมีนวัฒกรรมที่จะมาทดแทนทำให้อาหารสัตว์ราคาต่ำลง ทั้งนี้ รัฐบาลปัจจุบันไม่ได้ออกไปเปิดตลาดค้าขายใหม่ๆเลย พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นตลาดในทวีปแอฟริกาที่มีความต้องการเนื้อโคสูงมาก ดังนั้น หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ไม่ว่าใครจะเป็นนายกฯก็ตาม เราจะทำหน้าที่เป็นเซลล์แมนไปติดต่อค้าขาย และหาตลาดให้พี่น้องสามารถส่งออกโคให้ได้มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ เรื่องปัญหาทุจริตคอรัปชั่นก็สำคัญ โดยเฉพาะค่าเบี้ยบ้ายรายทางที่พี่น้องประชาชนสะท้อนมา เนื่องจากตลาดเรามีน้อยจึงถูกบีบให้ส่งออกไปทางประเทศกัมพูชา นี่คือช่องที่ทำให้ข้าราชการที่ไม่สุจริตกระทำการทุจริตได้ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเรามีนโยบายที่ชัดเจนว่าเราไม่ยอมเรื่องนี้ และเงินทุกบาททุกสตางค์จะต้องมาสู่มือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้แล้ว พรรคเพื่อยังมีนโยบายเพิ่มพื้นที่ทำมาหากินให้พี่น้องประชาชน และเราวางแผนที่จะยกระดับการท่องเที่ยวจ.สุโขทัยให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้สุโขทัยเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วย

จากนั้นนายเศรษฐา และคณะ ได้ชมฟาร์มเลี้ยงโคเพื่อดูต้นทุนการผลิตโคว่ากว่าจะได้โคแต่ละตัวต้องใช้ต้นทุนจำนวนมากทั้งค่าลูกโค ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าทำความสะอาด และการบำรุงรักษา ฯลฯ แต่เกษตรกรกลับขายโคได้ในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนอย่างมาก