"ราเมศ" ชี้ลงมติวาระ 3 แก้รธน.เป็นสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาตัดสินใจ

การเมือง7 ก.ย. 2564 • 03:09 น.
"ราเมศ" ชี้ลงมติวาระ 3 แก้รธน.เป็นสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภาตัดสินใจ
วันที่ 7 ก.ย.64 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้ประกาศชัดตั้งแต่เริ่มต้นในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น จุดเริ่มต้นในการแก้ไขเรื่องระบบเลือกตั้งเพื่อให้สิทธิและเสรีภาพกับประชาชนเพิ่มมากขึ้นในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ให้สามารถเลือกได้ทั้งคนทั้งพรรค โดยผ่านบัตรเลือกตั้งสองใบ ในส่วนของพรรค มีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และมาตรา 91 ได้ติดตามและแสวงหาความเห็นพ้องต้องกันอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าในวาระสาม สมาชิกรัฐสภาจะให้ความเห็นชอบ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ให้ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญ ต้องมีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ในจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งนั้นต้องมี ส.ส.ในส่วนของฝ่ายค้านเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าร้อยละ20 ของทุกพรรคฝ่ายค้านรวมกัน และต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม คือจำนวน 84 คน ซึ่งหลักการในวาระสามคือ ต้องมีเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง ในจำนวนนั้นต้องมีร้อยละยี่สิบของฝ่ายค้านและมี ส.ว. 84 คน ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจึงจะผ่านจากรัฐสภาได้ ขณะนี้มี ส.ส.ที่ยังปฏิบัติหน้าที่มีจำนวน 482 คน และ ส.ว. มีจำนวน 250 คน นายราเมศ กล่าวว่า หากมองเสียงของ ส.ว.ทั้งในวาระที่หนึ่งที่มีมติรับหลักการ ถึง 210 คน และ วาระที่สอง มีคะแนนเสียงของ ส.ว.เป็นจำนวนมากเกินกว่า 84 คน ให้ความเห็นชอบ ทั้งสองวาระ ในวาระที่สามที่จะลงมติจึงคาดว่าไม่มีปัญหาใด เพราะ ส.ว.ให้ความเห็นชอบในแต่ละมาตราในวาระสองที่แก้ไขมาแล้ว แต่ท้ายที่สุดก็เป็นสิทธิของสมาชิกรัฐสภาว่าจะลงมติไปในทิศทางใด และก็เป็นสิทธิของสมาชิกอีกเช่นกันที่จะเข้าชื่อกันจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของ ส.ส.หรือ ส.ว.หรือหนึ่งในสิบของทั้ง ส.ส.และ ส.ว.รวมกัน เพื่อยื่นต่อประธานสภา ให้ส่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยความชอบได้ หากมีการยื่นรัฐธรรมนูญก็กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน